บทที่ 8 เริ่มคุ้นเคย 1/2
ตั้งแต่สิปปกรย้ายเข้ามาอยู่กับพี่ชายพราววรินทร์ก็ได้มีโอกาสเข้าไปทานอาหารเช้าในห้องนั้นอยู่บ่อยๆ จนทำให้เธอกับนายแพทย์หนุ่มที่อยู่ข้างห้องกันมาเกือบปีนั้นสนิทสนมกันเร็วขึ้นภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
หญิงสาวต้องขอบคุณสิปปกรที่ทำให้เธอได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคนที่เธอชอบ แม้ว่าจะได้พูดคุยกับหมออนุตรมากขึ้นแต่ก็ไม่เคยได้อยู่กันตามลำพังในห้องสองคนเลยเพราะทุกครั้งจะมีสิปปกรอยู่ด้วยตลอด แต่นั่นก็ดีแล้วเพราะเธอเองก็ไม่กล้าอยู่กับเขาตามลำพังเหมือนกัน
เวลาเจอกันที่โรงอาหารของโรงพยาบาลนายแพทย์หนุ่มก็คุยกับเธอมากขึ้นแต่เธอก็ยังไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองมากนักเพราะทุกครั้งก็จะมีสายตาของสาวๆ จับจ้องจนเธออยากให้มื้ออาหารนั้นผ่านไปเร็วๆ
“เอรินรู้สึกว่าช่วงนี้จะสนิทกับหมออนุตรมากเป็นพิเศษเลยนะ มีอะไรที่พี่ไม่รู้หรือเปล่าเห็นนั่งทานข้าวด้วยกันเกือบทุกวันเลย” วิรัลพรรุ่นพี่เภสัชกรถามเธอในบ่ายวันหนึ่ง
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ที่นั่งมันไม่ค่อยพอ หมอก็เลยมาขอนั่งด้วยเท่านั้นเองค่ะ”
“อ๋อ ได้ฟังอย่างนี้พี่ก็สบายใจหน่อย กลัวว่าเราจะเป็นหนึ่งในสาวๆ ที่แอบชอบหมอนุตร ที่พี่พูดไม่ใช่ว่าหมอเป็นคนไม่ดีนะ แต่พี่กลัวว่าเราจะรับมือกับสาวๆ คนอื่นไม่ไหวมากกว่า”
“ค่ะพี่วิ รินก็ว่าอย่างนั้นแหละ” หญิงสาวเห็นด้วยกับรุ่นพี่ เธอมักจะแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นพยางค์เดียวแบบนี้กับเพื่อนร่วมงาน
“พี่ว่าถ้าหมอมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่ สาวๆ ก็คงเลิกชอบกันไปเอง”
“นั่นสิพี่ แต่อรไม่เห็นหมอจะสนใจใครเป็นพิเศษเลยนะ ที่สนิทสุดก็พี่เอรินนั่นแหละ” อรนิชาผู้ช่วยเภสัชกรเข้ามาร่วมสนทนาด้วย
“ก็พี่กับหมอพักอยู่ห้องใกล้กันนี่” เธอรีบบอกเพราะกลัวว่าเรื่องนี้จะไปกันใหญ่
“แล้วพี่เอรินไม่ชอบหมอบ้างเหรอคะ” ผู้ช่วยสาวถามต่อ
“ไม่หรอก” พราววรินทร์ไม่กล้าบอกเพราะรู้ดีว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นอยากได้ยิน
“พี่ อรถามอะไรหน่อยสิ” อรนิชาขยับเข้าไปกระซิบกระซาบ
“อือ ถามมาเลยตอบได้ก็จะตอบ”
“พี่เอรินเคยไปห้องหมอไหมคะ”
“อือ พึ่งเคยไปเมื่อไม่นานมานี้เอง” พราววรินทร์ตอบไปตามตรง
“อยู่มาตั้งเป็นปีทำไมพึ่งเคยไปล่ะ” วิรัลพรที่กำลังตรวจยาผู้ป่วยหันถามอย่างสงสัย
“พอดีน้องชายหมอย้ายมาอยู่ ก็เลยชวนไปกินข้าว”
“ห้องหมอเป็นไงบ้าง” ยิ่งพราววรินทร์เล่า อรนิชาก็ยิ่งตื่นเต้นตาโต อยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของหมอหนุ่มสุดฮอต
“ห้องหมอก็เรียบร้อยดี”
“ว่าแต่หมอมีน้องด้วยเหรอ หล่อไหมพี่เอริน”
หญิงสาวเงียบไม่ตอบอะไรเพราะมีคนไข้เดินมารอรับยา ถ้าจะให้เธอตอบเธอก็ต้องบอกว่าคนพี่หล่ออกว่าอยู่แล้วเพราะเธอชอบเขา แต่ถ้าให้ตอบแบบเป็นกลางเธอว่าบางทีน้องชายก็ดูดีกว่า แต่เขาต้องลดความกวนลงมานิดก็คงจะดี
หลังจากวันนั้น พราววรินทร์ก็มักจะเจอน้องชายจอมกวนของหมออนุตรอยู่บ่อย ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน สิปปกรลอบแวะมาทักทายโผล่หน้ามาป่วนเธอที่ห้องพักเสมอ บางวันก็ชวนเธอข้ามฝั่งไปทานอาหารเช้า ซึ่งก็มีบางวันที่พี่ชายของเขาอยู่ร่วมโต๊ะด้วย ส่วนในตอนเย็น ทันทีที่เขากลับมาจากมหาวิทยาลัย เสียงเคาะประตูห้องของเธอก็จะดังขึ้นเป็นเวลา และเขาก็จะลากเธอออกไปทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารหน้าคอนโดมิเนียมด้วยกันแทบทุกวัน
แม้ว่าพราววรินทร์จะมีโอกาสได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกับหมออนุตรบ่อยขึ้น ทั้งในตอนเช้าที่ห้องพักและตอนกลางวันยามบังเอิญเจอที่โรงพยาบาล แต่ความสนิทสนมที่มีต่อกันกลับไม่ได้คืบหน้าหรือเพิ่มขึ้นจากเดิมมากมายนัก นายแพทย์หนุ่มยังคงเป็นคนพูดน้อยอย่างคงเส้นคงวา ทุกครั้งที่ทานอาหารด้วยกัน แม้เขาจะเป็นฝ่ายใจดีชวนเธอพูดคุยสัพเพเหระก่อน แต่หญิงสาวกลับสัมผัสได้ลึก ๆ ว่า นั่นเป็นเพียงการชวนคุยตามมารยาทเท่านั้น
เวลาที่อยู่กับชายหนุ่มหญิงสาวยังรู้สึกประหม่าทุกครั้ง คงเพราะมีสายตาอีกหลายคู่ในห้องอาหารคอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับวันนี้ที่เขากับเธอนั่งทานอาหารด้วยกัน
“ทานน้อยจัง ไม่อร่อยเหรอครับ”
“ฉันไม่ค่อยหิวค่ะ” อันที่จริงเธอหิวมาก แต่เวลาอยู่ต่อหน้าเขาเธอทานอะไรไม่ค่อยลงและรู้สึกไม่เคยเป็นตัวของตัวเองเลยสักครั้ง
“คงต้องบอกให้ทานเยอะๆ อย่างนายปาล์มว่าแล้วล่ะมั้ง” เขาหัวเราะในลำคอทำให้เธอยิ้มตามเมื่อนึกไปถึงใบหน้าของคนช่างพูด
