บทที่ 11 บทลงโทษ

ไม้ถูพื้นด้ามยาวถูกดันไปตามแนวรอยต่อของกระเบื้องหินอ่อนสีขาวสะอาดตา น้ำอิงออกแรงกดปลายไม้เพื่อให้คราบฝุ่นจางๆ หลุดออกไป เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามไรผมและหน้าผากมน หญิงสาวหอบหายใจเบาๆ ความปวดเมื่อยตามแนวกระดูกสันหลังและต้นขายังคงประท้วงทุกครั้งที่เธอขยับตัว อาการบาดเจ็บจากบทรักครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อคืนยังไม่ทุเลาลงเลยสักนิด

แม้จะเจ็บปวดแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะออกมาหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องหมกมุ่นอยู่กับความอัปยศตอนที่กลืนยาคุมฉุกเฉินลงคอ น้ำอิงเดินไปขออุปกรณ์ทำความสะอาดจากป้าสาย ซึ่งหัวหน้าแม่บ้านก็ยอมชี้มือบอกทางไปห้องเก็บของโดยไม่ว่าอะไร ปล่อยให้เธอจัดการถูพื้นห้องโถงกว้างขวางนี้เพียงลำพัง

"เหลือฝั่งริมหน้าต่างอีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว" เธอพึมพำกับตัวเอง ยกแขนเสื้อยืดขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก

ซ่า!

เสียงน้ำหกดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับของเหลวสีขุ่นที่ไหลนองเจิ่งเต็มพื้นหินอ่อนที่เธอเพิ่งออกแรงถูจนเงาวับ น้ำอิงหันขวับไปมองทันที

นิ่ม เด็กสาวรับใช้วัยยี่สิบต้นๆ ยืนถือถังน้ำพลาสติกใบเล็กอยู่ในมือ ท่าทางของเธอไม่ได้มีความตกใจเลยสักนิด มุมปากที่เคลือบลิปสติกสีสดเหยียดยิ้มออกมาราวกับสะใจ

"ทำอะไรของเธอ นิ่ม" น้ำอิงถามเสียงขุ่น ขมวดคิ้วมองน้ำสกปรกที่ไหลซึมไปตามร่องกระเบื้อง

"อ้าว ขอโทษทีค่ะ" นิ่มลอยหน้าลอยตาตอบ "พอดีมองไม่เห็นว่ามีคนกำลังทำความสะอาดอยู่ตรงนี้"

"เธอจงใจ ทั้งที่เห็นอยู่ว่าฉันเพิ่งถูเสร็จ" น้ำอิงกำด้ามไม้ถูพื้นแน่น พยายามระงับอารมณ์โกรธที่เริ่มตีตื้นขึ้นมา

"จงใจแล้วจะทำไมคะ คุณอิงอัปสร" นิ่มวางถังน้ำลงบนพื้นแล้วกอดอก จ้องหน้าน้ำอิงตั้งแต่หัวจรดเท้า

"อย่ามาทำตัวอวดดีแถวนี้หน่อยเลย ป้าสายอาจจะยอมให้คุณเดินไปเดินมาในบ้าน แต่ฉันไม่ยอมก้มหัวให้หรอกนะ ผู้หญิงที่ต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้อย่างคุณ มันก็ไม่ได้มีค่าไปกว่าพวกฉันหรอก เผลอๆ จะต่ำกว่าด้วยซ้ำ เพราะพวกฉันทำงานแลกเงินเดือนด้วยความสุจริต ไม่ใช่นอนอ้าขาแบมือขอเงินผู้ชาย"

"เธอไม่มีสิทธิ์มาดูถูกฉันแบบนี้นะ!" น้ำอิงตวาดกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ "ต่อให้ฉันจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาแกล้งสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เช็ดน้ำที่เธอทำหกเดี๋ยวนี้"

"เรื่องอะไรฉันต้องเช็ด คุณนั่นแหละถูใหม่ซะ หน้าที่ของนางบำเรอก็ต้องเหนื่อยหน่อยนะคะ ทั้งงานบนเตียง งานบ้าน ต้องเอาใจเจ้านายสารพัด"

นิ่มหัวเราะเยาะ ก่อนจะจงใจย่ำรองเท้าแตะที่เปื้อนฝุ่นลงไปบนน้ำสกปรกนั้น แล้วเดินย่ำไปมาบนพื้นหินอ่อนให้เกิดรอยโคลนสีดำเป็นทางยาว

"ฉันบอกให้เช็ด!"

น้ำอิงหมดความอดทน เธอทิ้งไม้ถูพื้นลงกับพื้นเสียงดังตึก พุ่งตัวเข้าไปคว้าต้นแขนของนิ่มเอาไว้แน่นแล้วออกแรงดึงให้เด็กรับใช้หันกลับมาเผชิญหน้า

"โอ๊ย! มาจับแขนฉันทำไม ปล่อยนะ!" นิ่มสะบัดแขนสุดแรงแต่น้ำอิงไม่ยอมปล่อย

"ฉันบอกให้เธอเอาผ้ามาเช็ดพื้นตรงนี้ให้สะอาดเหมือนเดิม ถ้าเธอไม่เช็ด ฉันจะใช้หัวเธอนี่แหละเช็ด!" น้ำอิงจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ แน่

"ฝันไปเถอะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!" นิ่มโวยวาย

"ทำอะไรกัน!"

เสียงทุ้มตวาดกร้าวหน้าประตูทำเอาคนทั้งสองสะดุ้งสุดตัว น้ำอิงหันไปมองต้นเสียงทันที ปราการในชุดสูทสีเทาเข้มที่ปลดกระดุมออกหลวมๆ กำลังก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยปะปนมากับบรรยากาศที่กดดันจนหายใจแทบไม่ออก เขาเพิ่งกลับจากการประชุมที่ตึงเครียด และสิ่งแรกที่เจอเมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามาคือเสียงผู้หญิงทะเลาะกันลั่นโถงทางเดิน

ทันทีที่เห็นเจ้านายเดินเข้ามา นิ่มก็รีบสลัดแขนออกจากการเกาะกุมของน้ำอิง แล้วทิ้งตัวลงนั่งกองกับพื้นหินอ่อนเปียกๆ ทันที มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมแก้มตัวเอง น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักออกมาอย่างรวดเร็วราวกับสั่งได้

"ฮึก... คุณปราการคะ ช่วยนิ่มด้วยค่ะ!" เด็กรับใช้สะอื้นไห้เสียงดังลั่น

"นิ่มไม่ได้ตั้งใจทำน้ำหกเลยนะคะ คุณอิงเธอโมโหที่นิ่มเดินสะดุดถังน้ำ เธอจะตบนิ่มค่ะ ฮือ..."

น้ำอิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับทักษะการแสดงละครฉากใหญ่ตรงหน้า

"อย่ามาตอแหล เธอจงใจสาดน้ำสกปรกใส่พื้นตรงที่ฉันเพิ่งถูเสร็จ แล้วยังพูดจาดูถูกฉันก่อนด้วย ฉันแค่ดึงแขนให้เธอรับผิดชอบเช็ดพื้นให้สะอาด ฉันจะไปตบเธอตอนไหน!"

ปราการกวาดสายตามองพื้นหินอ่อนที่เปียกแฉะและเต็มไปด้วยรอยรองเท้าเปื้อนโคลน สลับกับมองไม้ถูพื้นที่ล้มกลิ้งอยู่ไม่ไกล ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ใบหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธของน้ำอิง และเด็กรับใช้ที่นั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่บนพื้น

ความหงุดหงิดจากการประชุมที่พกติดตัวมาตั้งแต่บริษัทถูกจุดชนวนขึ้นทันที เขาเกลียดความวุ่นวาย เกลียดการใช้อารมณ์โวยวายไร้สาระในพื้นที่ส่วนตัว

"หุบปากซะ อิงอัปสร" เขากดเสียงต่ำจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง "ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาทำตัวมีปัญหาในบ้านของฉัน"

"ฉันไม่ได้ทำตัวมีปัญหา! ฉันไม่ได้เริ่มก่อนนะ!"

"ฉันเห็นกับตาว่าเธอกำลังยืนค้ำหัวและตะคอกใส่เด็กในบ้านของฉัน!" ปราการก้าวเข้ามาประชิดตัวน้ำอิงอย่างรวดเร็ว "คิดว่านอนกับฉันแค่คืนเดียวแล้วเธอจะกลายเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้ มีสิทธิ์มาชี้หน้าด่าหรือลงไม้ลงมือกับคนของฉันงั้นเหรอ"

"ฉันบอกว่าฉันไม่ได้เริ่มก่อนไง! คุณมองไม่ออกเหรอว่ามันแกล้งบีบน้ำตา!" น้ำอิงเถียงกลับเสียงสั่น น้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตาเพราะความน้อยใจและโมโหที่เขาไม่แม้แต่จะรับฟังเหตุผลของเธอ

"นิ่มเช็ดน้ำตรงนี้ให้สะอาดซะ ส่วนเธอน้ำอิงตามฉันมานี่!"

เขาไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ อีกต่อไป มือหนาเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของน้ำอิง บีบแน่นจนข้อนิ้วของเขาแทบจมลงไปในเนื้อเนียน หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ พยายามเบี่ยงตัวหนีและสะบัดแขนออก

"โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ ปล่อย!"

ปราการออกแรงกระชากร่างบางให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว น้ำอิงปลิวไปตามแรงดึงของเขาจนแทบจะสะดุดขาล้ม เธอพยายามขืนตัวเอาไว้แต่ก็สู้แรงผู้ชายตัวโตไม่ได้เลยสักนิด เขาจ้ำพรวดๆ ลากตัวเธอผ่านห้องนั่งเล่นตรงไปยังโซนห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ด้านในสุดของเพนต์เฮาส์

"คุณปราการ ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด คุณไม่มีสิทธิ์มาทำรุนแรงกับฉันแบบนี้!"

ชายหนุ่มไม่ตอบสนองต่อคำโวยวาย เขาดึงตัวเธอเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนจะเหวี่ยงร่างบอบบางเข้าไปด้านในจนน้ำอิงเซถลาไปชนกับขอบโซฟาหนังสีดำ มือหนาเอื้อมไปดึงบานประตูไม้เนื้อแข็งให้ปิดลง

ปัง! กริ๊ก!

เสียงปิดประตูห้องทำงานดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ ทิ้งให้นิ่มที่แกล้งนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้นหินอ่อนเปียกแฉะ ค่อยๆ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาจอมปลอมทิ้ง แล้วลอบยิ้มเยาะออกมาด้วยความสะใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป