บทที่ 12 ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่
เสียงกลไกล็อกของประตูที่สับลงมาดังสะท้อนก้องในความเงียบของห้องทำงานกว้าง บรรยากาศภายในนี้เย็นเยียบผิดกับอุณหภูมิเดือดดาลของผู้ชายที่เพิ่งเหวี่ยงเธอเข้ามาด้านใน กลิ่นน้ำหอมบุรุษราคาแพงผสมผสานกับความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ ทำให้น้ำอิงต้องรีบขยับแผ่นหลังไปชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็งเพื่อหาที่พึ่งพิง
"คุณปราการ คุณฟังฉันก่อนสิ" น้ำอิงรีบพูดขึ้นมาทันที มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดอาการสั่นจากความโมโห
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเด็กคนนั้นเลยนะ มันต่างหากที่จงใจแกล้งฉัน"
"แกล้ง?" ปราการทวนคำเสียงหยัน เขาสืบเท้าเข้ามาหาช้าๆ สายตาคมกริบจ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอกำลัง กระชากแขน แล้วก็ตวาดใส่เด็กนั่น นี่น่ะเหรอที่บอกว่าโดนแกล้ง"
"ก็มันสาดน้ำสกปรกใส่พื้นตรงที่ฉันเพิ่งถูเสร็จ! แถมยังด่าว่าฉันเป็นผู้หญิงขายตัว เป็นนางบำเรอที่ต่ำกว่าคนใช้" หญิงสาวเถียงกลับเสียงสั่น พยายามอธิบายความจริงให้เขาเข้าใจ
"ใช่...ฉันดึงแขนมัน เพราะจะบังคับให้มันเช็ดพื้นตรงนั้นให้สะอาดไง ฉันไม่ได้คิดจะตบมันเลยสักนิด"
"แล้วยังไง" ชายหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด "คำด่าพวกนั้นมันไม่ใช่ความจริงหรือไง"
น้ำอิงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคที่สะบั้นความรู้สึก เธอมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความผิดหวัง
"คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ"
"ฉันหมายความว่าสิ่งที่คนของฉันพูด มันก็คือความจริงไงล่ะ อิงอัปสร"
ปราการหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว เขาก้มหน้าลงมามองคนที่ตัวเล็กกว่าด้วยแววตาสมเพช
"เธอเป็นแค่ลูกหนี้ขัดดอก เป็นคนที่ฉันซื้อมาด้วยเงินห้าสิบล้าน หน้าที่ของเธอคือรับใช้ฉัน ไม่ใช่มาทำหน้าที่แม่บ้านหรือทำตัวกร่าง วางอำนาจบาตรใหญ่สั่งคนนู้นคนนี้ในบ้านของฉัน"
"ฉันไม่ได้วางอำนาจ! ฉันแค่ปกป้องตัวเอง!" เธอสวนกลับทันที น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตาเพราะความอยุติธรรม
"ฉันยอมทำงานบ้าน ยอมทำตามกฎบ้าๆ ของคุณทุกอย่าง แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้คนใช้ของคุณมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีนะ!"
"ศักดิ์ศรี?" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ
"ผู้หญิงที่ยอมแก้ผ้าขึ้นเตียงแลกกับเงินอย่างเธอ ยังกล้าใช้คำว่าศักดิ์ศรีอยู่อีกเหรอ"
"คุณปราการ!"
เพียะ!
ความอดทนของน้ำอิงขาดสะบั้น มือเล็กลอยไปกระทบใบหน้าหล่อเหลาอย่างจังจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ เสียงฝ่ามือกระทบผิวเนื้อดังลั่นห้องทำงานที่เงียบสงัด หญิงสาวยืนหอบหายใจแรง มือข้างที่เพิ่งลงมือไปสั่นระริก เธอรู้ตัวว่าทำพลาดอย่างมหันต์ แต่คำดูถูกของเขามันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
ปราการนิ่งอึ้งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ากลับมา ใบหน้าซีกซ้ายปรากฏรอยริ้วแดงจางๆ นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะที่พุ่งทะลุขีดจำกัด
"อวดดีนักนะ!"
"อ๊ะ! ปล่อยนะ!"
ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าประชิด รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปกดตรึงไว้กับบานประตูเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างบีบเข้าที่ปลายคางของหญิงสาวอย่างแรงจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นรับแรงอารมณ์ ร่างหนาโถมเข้าใส่จนแผ่นหลังบางแนบสนิทไปกับบานประตู ไม่มีช่องว่างใดๆ ให้เธอขยับหนีได้อีก
"คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาตบหน้าฉัน!" เขากดเสียงต่ำชิดริมฝีปาก
"ก็คุณ... อื้อ!"
คำพูดทุกอย่างถูกกลืนหายไปเมื่อปราการฉกริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากบางอย่างดุดันและป่าเถื่อน มันไม่ใช่จูบที่เกิดจากความพิศวาส หรือความนุ่มนวลเหมือนในค่ำคืนที่ผ่านมา แต่มันคือการลงทัณฑ์เพื่อสั่งสอนคนอวดดีให้รู้ซึ้งถึงสถานะของตัวเอง
น้ำอิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามสะบัดหน้าหนีแต่ฝ่ามือใหญ่ที่บีบปลายคางอยู่ก็ล็อกศีรษะของเธอเอาไว้แน่น ฟันคมขบเม้มลงบนริมฝีปากล่างของเธออย่างแรง บังคับให้เธอต้องอ้าปากออกเพื่อระบายความเจ็บปวด วินาทีนั้นเรียวลิ้นร้อนก็สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจและจาบจ้วง
"อื้อ... อ่อย..." เธอส่งเสียงประท้วงในลำคอ ขาเรียวพยายามเตะถีบหน้าแข้งของเขาเพื่อเอาตัวรอด
แต่ปราการกลับใช้ท่อนขาแกร่งของตัวเองแทรกเข้าไประหว่างเรียวขาของเธอ ดันเข่าเข้าหาบานประตูเพื่อตรึงท่อนล่างของน้ำอิงเอาไว้จนขยับไม่ได้ ร่างกายของเธอถูกกักขังไว้อย่างสมบูรณ์ภายใต้อำนาจและเรี่ยวแรงที่เหนือกว่า
เขารุกรานโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม ดูดดึงริมฝีปากบางซ้ำๆ จนมันบวมเจ่อ สัมผัสที่เต็มไปด้วยความคุกคามและรุนแรงทำให้น้ำอิงเริ่มหายใจไม่ทัน อากาศในปอดถูกสูบออกไปจนหมด ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนปวกเปียก เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนเหือดหายไปเหลือเพียงความสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงมาอาบสองแก้มด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้และอัปยศ
เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างสิ้นฤทธิ์และหมดแรงจะต่อต้าน ปราการจึงค่อยๆ ผ่อนแรงบดขยี้ลง เปลี่ยนเป็นดูดซับความหอมหวานที่ริมฝีปากล่างเบาๆ เป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะผละใบหน้าออกมาช้าๆ
เสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ดังสะท้อนสลับกัน ปราการจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ริมฝีปากของเธอแดงช้ำและเผยอขึ้นเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตากลมโตคู่สวยแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“ถ้าเธออยากทำงานบ้านมากนัก ฉันก็จะจัดให้” ชายหนุ่มผละจากหญิงสาวไปที่ประตูและเปิดมันออก ก่อนจะตะโกนเรียกแม่บ้าน
“ป้าสาย ต่อไปงานบ้านทั้งหมดให้น้ำอิงเป็นคนทำ” เขาตะโกนสั่งแม่บ้านแล้วหันมามองหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ด้านใน
"จำไว้...อย่าก้าวร้าวในบ้านฉันอีก!"
