บทที่ 15 คำดูถูกและสายตาที่เหยียดหยาม

เสียงไวโอลินจากวงออร์เคสตรายังคงบรรเลงจังหวะวอลทซ์คลอเคล้าไปกับเสียงแก้วคริสตัลกระทบกัน น้ำอิงยืนจับก้านแก้วน้ำสปาร์คกลิ้งในมือแน่น รักษาระยะห่างจากผู้คนรอบข้างให้อยู่ในมุมส่วนตัวที่สุด แต่ความสงบนั้นก็ถูกทำลายลงเมื่อกลิ่นน้ำหอมฉุนจัดลอยเข้ามาเตะจมูก พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดราตรีสี่คนที่เดินเข้ามาล้อมกรอบเธอเอาไว้

"อุ๊ยตาย นึกว่าใคร ยืนอยู่คนเดียวตั้งนาน ที่แท้ก็คุณหนูน้ำอิงนี่เอง"

หญิงสาวในชุดเดรสสีทองเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงดัดแหลม รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอดูจอมปลอมจนแทบไม่ต้องสังเกต

น้ำอิงสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยตามสัญชาตญาณที่ถูกสอนมา

"สวัสดีค่ะคุณแพม"

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ตั้งแต่มีข่าวใหญ่หน้าเศรษฐกิจตอนนั้น"

หญิงสาวในชุดสีน้ำเงินเข้มที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดแทรกขึ้นมา สายตาของเธอกวาดมองเครื่องเพชรบนคอของน้ำอิงอย่างเปิดเผย

"พวกเราก็เป็นห่วงแทบแย่ นึกว่าหนีไปซุกหัวอยู่เมืองนอกกันหมดแล้วซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะใจกล้ามาเดินเฉิดฉายในงานนี้"

"ขอบคุณที่อุตส่าห์เป็นห่วงค่ะ"

"เห็นแบบนี้น่าจะสบายดีนะคะ" แพมหัวเราะเบาๆ พลางยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ "มีคุณปราการคอยเลี้ยงดูปูเสื่อ จะไม่สบายได้ยังไงเนอะ แต่ฉันสงสัยจังเลยค่ะ ว่าตำแหน่งที่คุณปราการให้เนี่ย มันตำแหน่งอะไร ผู้ช่วย เลขา... หรือว่าคนรับใช้ส่วนตัว"

"ฉันเป็นคนของคุณปราการค่ะ เขาพาฉันมางานนี้ด้วยก็แค่นั้น"

น้ำอิงตอบกลับตรงไปตรงมา พยายามไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกไปทางสีหน้า

"คนของคุณปราการ" หญิงสาวอีกคนในกลุ่มเบ้ปาก "ใช้คำซะดูดีเชียวนะคะ ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่าบริษัทของพ่อเธอมันเจ๊งไม่เป็นท่า เป็นหนี้คุณปราการตั้งหลายสิบล้านแถมยังหอบเงินหนีไปอีก เธอก็เลยต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้ใช่ไหมล่ะ"

มือที่จับก้านแก้วของน้ำอิงสั่นระริก เธอพยายามกดปลายนิ้วเข้าหากันเพื่อเรียกสติ ใบหน้าหวานชาหนึบไปหมดเมื่อถูกฉีกหน้ากากกลางวงสนทนา

"เรื่องหนี้สินเป็นเรื่องระหว่างฉันกับคุณปราการค่ะ ไม่เกี่ยวกับพวกคุณ"

"ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะคะ" แพมสวนขึ้นทันที

"สังคมเรามันแคบนะคะ ใครทำอะไรเขาก็รู้กันหมดแหละ การที่ผู้หญิงชั้นต่ำ... เอ๊ะ หรือต้องเรียกว่าอดีตคุณหนูตกอับดี การที่เธอมาเดินเสนอหน้าในงานนี้ มันทำให้งานระดับประเทศดูหมองลงไปเลยนะ"

"ฉันแค่มาทำหน้าที่ของฉัน ถ้าพวกคุณรู้สึกขัดหูขัดตา ก็ไม่ต้องมาสนใจฉันสิคะ"

"ที่พวกเราสนใจ ก็เพราะเห็นใจคุณปราการต่างหากล่ะคะ" หญิงสาวชุดน้ำเงินเข้มขยับเข้ามาใกล้จนน้ำอิงต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว

"ผู้ชายระดับนั้น เขาก็แค่หาของเล่นมาแก้ขัดชั่วคราวเท่านั้นแหละ พอเขาเบื่อ เธอก็จะโดนเขี่ยทิ้งเหมือนขยะ อย่าคิดหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาจะยกย่องผู้หญิงขัดดอกอย่างเธอขึ้นมาเป็นตัวจริงเลย"

"ฉันไม่เคยหวังอะไรแบบนั้นค่ะ" น้ำอิงตอบเสียงเรียบ แม้ในใจจะเจ็บปวดกับคำว่า 'ของเล่นชั่วคราว' ที่พวกเธอจงใจตอกย้ำ

"รู้ตัวก็ดีค่ะ" แพมยกยิ้มเหยียด

"เพชรคอลเลกชันน้ำตาเทวีที่คอของเธอน่ะ ใส่แล้วก็ระวังให้ดีนะ อย่าให้มีรอยขีดข่วนเชียว เพราะของมีค่าแบบนั้น มันไม่เหมาะกับคนอย่างเธอหรอก คืนนี้เขายืมมาให้ใส่ประดับบารมี พรุ่งนี้ก็คงต้องถอดคืนให้เจ้าของตัวจริง"

"ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ"

น้ำอิงตัดสินใจตัดบท เธอไม่อยากยืนเป็นเป้านิ่งให้คนพวกนี้สาดน้ำลายใส่ประจานอีกต่อไป เธอรับรู้ถึงสายตาของแขกคนอื่นๆ ที่เริ่มหันมามองความผิดปกติบริเวณโต๊ะค็อกเทลนี้แล้ว หากเธอตอบโต้กลับไป มันจะกลายเป็นการสร้างเรื่องขายหน้าให้ปราการตามที่เขาเคยขู่ไว้

หญิงสาวขยับตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปทางอื่น แต่หญิงสาวในชุดสีน้ำเงินเข้มกลับจงใจก้าวเท้าเข้ามาขวางทางเอาไว้ พร้อมกับเอียงแก้วแชมเปญในมืออย่างรวดเร็ว

ซ่า!

ของเหลวสีทองอมเหลืองสาดกระเซ็นออกจากแก้วคริสตัล พุ่งเฉียดผ่านหน้าท้องของน้ำอิงไป หยดน้ำบางส่วนรดลงบนผ้าไหมเนื้อดีของชุดเดรสสีแดงสดจนเกิดเป็นรอยด่างสีเข้มเป็นวงกว้าง น้ำอิงสะดุ้งสุดตัว รีบถอยหลังหนีแต่ก็ไม่ทันการ ชุดหรูหราที่ปราการสั่งนักสั่งหนาว่าห้ามทำพัง ตอนนี้เลอะคราบแชมเปญไปแล้ว

"ตายจริง! ขอโทษทีนะคะ พอดีมือมันลื่นน่ะค่ะ" หญิงสาวชุดน้ำเงินเข้มแกล้งยกมือขึ้นปิดปาก ทำตากว้างด้วยความตกใจที่ดูเสแสร้งที่สุด

"อุ๊ย เลอะหมดเลย ชุดนี้ราคาแพงซะด้วยสิคะเนี่ย" แพมหัวเราะร่วนออกมาอย่างสะใจ ไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ ในน้ำเสียง

"แต่แหม... สำหรับนางบำเรอขัดดอกอย่างเธอ แค่รับใช้เจ้านายบนเตียงเพิ่มอีกสักสองสามรอบ ก็คงพอจ่ายค่าซักแห้งได้แล้วมั้งคะ"

กลุ่มไฮโซสาวพากันประสานเสียงหัวเราะเยาะเย้ย น้ำอิงยืนนิ่งงัน มือเล็กกำเข้าหากันแน่นแนบลำตัว เธอรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน ความอัปยศอดสูตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงการก้มหน้าลงช้าๆ ยอมรับสภาพการถูกรังแกโดยไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงเถียงกลับไปสักคำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป