บทที่ 16 ความอดทนเส้นสุดท้าย
"ทำหน้าแบบนั้นแปลว่าโกรธเหรอคะ" หญิงสาวในชุดสีน้ำเงินเข้มถามเสียงสูง ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอขัดแย้งกับแววตาที่จ้องจับผิด
"ฉันก็บอกแล้วไงคะว่าไม่ได้ตั้งใจ หรือว่าอยากให้ฉันชดใช้ค่าเสียหายให้ เอาสักกี่หมื่นดีคะถึงจะพอกับค่าตัวที่เธอต้องนอนแบมือขอเงินผู้ชาย"
"นั่นสิคะ จ่ายเป็นเงินสดไปเลยดีกว่า เผื่อวันไหนโดนคุณปราการเฉดหัวทิ้ง จะได้มีทุนไปตั้งตัวใหม่ ไม่ต้องไปเร่ขายตัวให้ใครอีก"
แพมพูดเสริมพลางยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ ท่าทางเย่อหยิ่งและสะใจที่เห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งเงียบ
น้ำอิงสูดลมหายใจเข้าลึก ความเย็นของแชมเปญที่ซึมผ่านเนื้อผ้าไหมราคาแพงแนบชิดกับผิวไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกชาเท่ากับคำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น มือเล็กลดลงมาแนบข้างลำตัว สองนิ้วบีบก้านแก้วสปาร์คกลิ้งวอเตอร์แน่น เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ท่องจำไว้ในใจว่าเธอมาที่นี่ในฐานะคนของปราการ หากเธอสร้างเรื่องวุ่นวาย เขาจะเสียหน้าและอาจกลับไปลงโทษเธออีก
"ฉันไม่ต้องการเงินของพวกคุณหรอกค่ะ" น้ำอิงตอบกลับเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
"ถ้าพวกคุณพอใจแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ"
"เดี๋ยวสิยะ จะรีบไปไหน"
หญิงสาวชุดสีน้ำเงินก้าวเข้ามาขวางทางไว้ มือของเธอผลักเข้าที่ไหล่ของน้ำอิงเบาๆ เชิงหาเรื่อง
"คนที่เดินหนีคือคนที่ไร้มารยาทนะคะ แหม... พอครอบครัวล้มละลาย พ่อแม่หนีหัวซุกหัวซุน สันดานผู้ดีที่เคยถูกสั่งสอนมามันก็หายไปด้วยเหรอ ถึงได้กลายเป็นคนไร้มารยาท เดินหนีคนอื่นดื้อๆ แบบนี้"
"กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ"
"ฉันไม่หลีก" เธอเชิดหน้าขึ้น
"ทำไมยะ โกรธมากเหรอที่ฉันพูดความจริง พ่อแม่เธอโกงเงินคนอื่นไปตั้งเท่าไหร่ ตัวเธอยังกล้าเอาตัวเข้าแลกเพื่อชูคออยู่ในสังคมนี้อีก หน้าด้านจริงๆ เลยนะ"
"อย่ามาลามปามถึงพ่อแม่ฉัน!"
"อุ๊ยตาย ตะคอกใส่ฉันเหรอ" เธอหันไปหัวเราะร่วนกับเพื่อนในกลุ่ม
"พวกเธอฟังไว้นะ นี่แหละธาตุแท้ของพวกผู้หญิงหิวเงิน นิสัยเดิมมันปิดไม่มิดหรอกค่ะ"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังประสานกันขึ้นมาอีกครั้ง พวกเธอมองน้ำอิงเป็นเพียงตัวตลกที่ไม่มีทางสู้
ความอดทนเส้นสุดท้ายของน้ำอิงขาดผึง เธอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางราคาแพงและรอยยิ้มเย้ยหยันเหล่านั้น ความเกรงใจที่พยายามเก็บซ่อนไว้ถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัด ในเมื่อยอมถอยแล้วคนพวกนี้ยังตามเหยียบย่ำไม่เลิก เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องรักษามารยาทด้วยอีกต่อไป
ซ่า!
น้ำอิงตวัดข้อมือ สาดสปาร์คกลิ้งวอเตอร์ในแก้วเข้าใส่ใบหน้าของหญิงสาวชุดน้ำเงินอย่างจัง หยดน้ำเย็นจัดกระแทกเข้าที่ใบหน้าและลำคอของเธอจนเปียกชุ่ม เครื่องสำอางที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างดีเลอะเทอะไหลเยิ้มไปหมด
"กรี๊ดดดด!"
เสียงกรีดร้องดังลั่นแกรนด์บอลรูม หญิงสาวชุดน้ำเงินยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความตกใจ เธอเบิกตากว้าง จ้องหน้าน้ำอิงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"นังบ้า! แกทำอะไรของแก!" เธอตวาดลั่น ยกมือขึ้นชี้หน้าน้ำอิง สั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธและอับอาย
"ว้าย! นังน้ำอิง แกกล้าดียังไงมาสาดน้ำใส่เพื่อนฉัน!" แพมร้องเสียงหลง รีบหยิบกระดาษทิชชูออกจากกระเป๋าใบจิ๋วมาซับหน้าให้เพื่อน
"ก็ในเมื่อพวกคุณสาดแชมเปญใส่ฉันก่อน แล้วอ้างว่ามือลื่น ฉันก็แค่มือลื่นบ้าง จะเป็นไรไปล่ะคะ"
น้ำอิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ดวงตากลมโตจ้องมองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
"ฉันเตือนแล้วว่าอย่ามาลามปามถึงพ่อแม่ฉัน ในเมื่อพวกคุณไม่รู้จักคำว่ามารยาท ฉันก็ใช้สิทธิ์สั่งสอนพวกคุณบ้างไม่ได้เหรอคะ"
แขกเหรื่อรอบข้างเริ่มหันมามองความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ
ห่างออกไปที่อีกมุมหนึ่งของงาน ปราการเพิ่งจับมือบอกลาท่านประธานสมาคมและพศินหลังจากการหารือธุรกิจเสร็จสิ้น เขาหมุนตัวกลับมาตั้งใจจะเดินไปหาผู้หญิงที่เขาสั่งให้ยืนรออยู่ตรงโต๊ะค็อกเทล
เสียงกรีดร้องที่ดังแว่วมาทำให้เขาขมวดคิ้ว ชายหนุ่มกวาดสายตามองข้ามฝูงชนไป ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบทำให้จังหวะการเดินของเขาสะดุดลง
น้ำอิงยืนถือแก้วเปล่าอยู่ตรงกลางวงล้อมของผู้หญิงสี่คน ชุดเดรสสีแดงสดที่เขาเป็นคนเลือกให้มีคราบสีเข้มเป็นวงกว้างเปรอะเปื้อนอยู่ตรงหน้าท้อง ขณะที่ผู้หญิงในชุดสีน้ำเงินฝั่งตรงข้ามกำลังยืนชี้หน้าด่าทอเธอด้วยสภาพเปียกปอน
รังสีความโกรธแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ทันที นัยน์ตาของปราการวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว เขาไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือมีคนกล้ามาทำรุ่มร่ามกับคนของเขา กล้ามาทำให้ผู้หญิงที่เขาสั่งให้ยืนรอเฉยๆ ต้องอยู่ในสภาพแบบนั้น
ปราการสาวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาต้นเสียงทันที จังหวะการก้าวเดินของเขาหนักแน่นและรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและคุกคามจนแขกในงานที่ยืนขวางทางอยู่ต้องรีบขยับหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ
"แกกล้าดียังไง อีคนตกอับ! รู้ไหมว่าชุดฉันราคาเท่าไหร่ แกไม่มีปัญญาจ่ายหรอก!"
หญิงสาวชุดน้ำเงินยังคงแผดเสียงด่าไม่หยุด เธอง้างมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าน้ำอิงเพื่อเอาคืน
ปราการก้าวแทรกตัวเข้ามาหยุดยืนบังหน้าน้ำอิงเอาไว้ สายตาคมกริบกวาดมองประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เขาก้มมองชุดเดรสสีแดงของน้ำอิงที่ชุ่มไปด้วยคราบแชมเปญ ก่อนจะมองเลยไปยังสภาพเปียกปอนของหญิงสาวชุดน้ำเงินฝั่งตรงข้ามให้ชัดอีกครั้ง
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาสบตากับคนข้างกาย เขาเห็นความโกรธและความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ในดวงตากลมโตคู่สวยที่กำลังสั่นระริก ปราการไม่พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ยกแขนขึ้นโอบรัดรอบเอวบางของน้ำอิงเอาไว้แน่น ดึงร่างของเธอให้เข้ามาแนบชิดกับสีข้างของเขาราวกับเป็นการประกาศสิทธิ์ขาด
ก่อนที่เขาจะตวัดสายตาที่เย็นเยียบและดุดันที่สุดกลับไปมองกลุ่มผู้หญิงตรงหน้า รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนผู้หญิงเหล่านั้นหุบยิ้มลงทันที ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือด
