บทที่ 3 ทางเลือกที่มีเพียงทางเดียว

ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำสนิท สายตาคมกริบจ้องมองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นพรมด้วยท่าทีนิ่งเฉย

“ทางเลือกแรก...” ปราการเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นิ้วแกร่งเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเชื่องช้า

“ฉันจะส่งเธอไปซ่องเถื่อนตะเข็บชายแดน”

“อะไรนะ...” น้ำอิงเบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง

“ที่นั่นไม่มีใครสนหรอกว่าเธอจะเคยเป็นคุณหนูมาจากไหน หรือเย่อหยิ่งแค่ไหน”

เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ

“วันๆ เธอมีหน้าที่แค่รับแขกไม่เลือกหน้า วันละสิบยี่สิบคน พวกมันจะใช้งานจนกว่าร่างกายเธอจะพังทลาย เอาตัวแลกเศษเงินมาใช้หนี้ฉัน”

“ไม่! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ มันผิดกฎหมาย ฉันจะแจ้งตำรวจ!”

“ก็เอาสิ” ปราการสวนทันควัน

“คิดว่าตำรวจจะหาเธอเจอในดงมาเฟียข้ามชาติเหรอ ในโลกของฉัน เงินคือกฎหมาย ทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงินเสมอ”

“ขอร้องล่ะ...” หญิงสาวขยับเข่าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเขาอีกนิด สองมือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่

“ให้ฉันทำอะไรก็ได้ จะกวาดบ้าน ถูบ้าน เป็นคนใช้ หรือทำงานล้างหนี้ไปตลอดชีวิตก็ได้ แต่ขอแค่อย่าส่งฉันไปที่นั่นเลยนะ”

“เงินเดือนแม่บ้านมันไม่พอจ่ายแม้แต่ดอกเบี้ยด้วยซ้ำ” เขามองหยาดน้ำตาบนใบหน้าหวานด้วยสายตาสมเพช

“ถ้าไม่อยากไปอยู่ซ่อง ฉันก็มีทางเลือกที่สอง”

น้ำอิงสะอื้นฮัก พยายามเงยหน้าขึ้นมอง หวังเพียงเสี้ยวหนึ่งว่ามันจะมีทางรอดที่ดีกว่าขุมนรกเมื่อครู่

“มาเป็นนางบำเรอขัดดอกให้ฉัน”

ริมฝีปากบางสั่นระริก เธออ้าปากค้าง หูอื้อไปชั่วขณะ

“คุณ...ว่าไงนะ”

“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง” ร่างสูงทอดสายตามองเธออย่างจาบจ้วง

“มานอนอ้าขาอยู่บนเตียงฉัน ปรนเปรอฉัน ทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง ถ้าฉันพอใจ...หนี้ห้าสิบล้านถือว่าหายกัน”

“คุณมันบ้าไปแล้ว!” น้ำอิงตะโกนสวนสุดเสียง น้ำตาไหลอาบแก้ม

“ฉันเป็นคนนะ ไม่ใช่ที่ระบายความใคร่ของใคร!”

“ก็แค่ลูกหนี้” เขาเน้นย้ำเสียงแข็ง

“ลูกหนี้ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากเจ้าหนี้ทั้งนั้น!”

“ฉันไม่เลือก! ฉันไม่ยอมขายตัวให้คุณหรือให้ใครทั้งนั้น! คุณมันหน้าเลือด!”

“ฉันบอกตอนไหนว่าให้เธอปฏิเสธ” ปราการประสานมือไว้บนตัก จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่แดงก่ำ

“ฉันไม่ได้พิศวาสอะไรเธอนักหรอก แต่อยากรู้ไง ว่าผู้หญิงที่ปากดีอ้างศักดิ์ศรีอย่างเธอ สุดท้ายจะยอมคลานเข่าอ้อนวอนขายตัวให้ฉันรึเปล่า”

เขาเหยียดยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นความเจ็บปวดพาดผ่านใบหน้าเธอ

“ทำเป็นกอดศักดิ์ศรีไว้แน่น สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนต่อเงินของฉันอยู่ดี เลือกมา จะไปเป็นกะหรี่รับแขกเดนตาย หรือจะยอมมาเป็นของเล่นให้ฉัน”

“คุณปราการ...คุณไม่มีความสงสารคนอื่นบ้างเลยหรือไง คุณมันไม่ใช่คน!”

ชายหนุ่มไม่สนใจคำด่าทอ เขาเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาทรายแก้วเจียระไนที่มุมโต๊ะ พลิกมันกลับด้านแล้วกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังตึก ทรายเม็ดละเอียดสีทองเริ่มไหลลงสู่กระเปาะด้านล่าง

“ฉันให้เวลาเธอตัดสินใจแค่ทรายในหลอดนี้หมด” เขากดเสียงต่ำ

“ถ้าทรายหมดแล้วยังไม่ให้คำตอบ...ฉันถือว่าเธอเลือกทางแรก”

“ที่ซ่องชายแดน พวกมันไม่สนว่าเธอจะเจ็บ จะช้ำ หรือจะตาย ขอแค่มีลมหายใจก็ต้องถ่างขาทำเงิน” ปราการพูดพลางเคาะนิ้วเป็นจังหวะ

“แต่ถ้าเลือกอยู่กับฉัน...อย่างน้อยเตียงก็นุ่ม เป็นของฉันคนเดียวแถมฉันยังสะอาดกว่าไอ้พวกเดนมนุษย์พวกนั้นเยอะ”

“คุณมันหน้าไม่อาย! พูดเรื่องพรรค์นี้ออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไง”

“ฉันกำลังพูดความจริง ความจริงที่เธอต้องเลือก และเวลาของเธอก็ใกล้จะหมดแล้ว”

เขายกนาฬิกาทรายขึ้นมาตรงหน้า ทรายสีทองไหลทะลักลงไปกองด้านล่างจนเกือบหมดหลอด

“ฉันขอเวลาอีกแค่สามวัน!” น้ำอิงต่อรองเสียงสั่น

“ฉันจะไปกู้ธนาคาร ไปยืมเพื่อน หรือทำอะไรก็ได้เพื่อหาเงินมาคืนคุณ”

“ธนาคารไหนจะกล้าปล่อยกู้ให้คนล้มละลาย” ปราการสวนกลับ

“แล้วเพื่อนหน้าไหนจะบ้าให้ยืมเงินห้าสิบล้าน เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว สิบวินาทีสุดท้าย”

“อย่านะ...”

“เก้า...แปด...เจ็ด...”

“ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว!”

“หก...ห้า...” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ไร้ความเห็นใจ

“ขอร้องล่ะ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเถอะ ให้ฉันทำงานอย่างอื่นเถอะนะ!”

“สี่...สาม...”

“ฉันตกลง!”

น้ำอิงหลับตาลงอย่างยอมจำนน น้ำตาเม็ดโตหยดแหมะลงบนพรมสีเข้ม เธอสะอื้นออกมาสุดเสียงเมื่อรู้ตัวว่าเพิ่งทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองไปจนหมดสิ้น

“ฉันยอมแล้ว...ฉันยอมเป็นนางบำเรอของคุณ พอใจหรือยัง!”

ปราการกระตุกยิ้มมุมปาก แววตาคมกริบฉายแววพึงพอใจ

“ก็แค่นั้น เห็นไหมว่าเรื่องมันง่ายนิดเดียว แค่เอาเงินฟาด ทุกอย่างก็จบ ไม่เห็นต้องเล่นตัวให้เสียเวลา”

“ฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้! ถ้าฉันมีทางเลือก...”

“แต่เธอไม่มี” เขาแทรกขึ้นมาทันที

“เอาล่ะ ในเมื่อตกลงกันได้ ก็มาทำสัญญาให้มันถูกต้อง”

ชายหนุ่มกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะ

“เอาเอกสารเข้ามา”

เพียงไม่กี่วินาที ประตูห้องทำงานก็เปิดออก ชายสวมสูทสีดำสนิทเดินถือแฟ้มเอกสารตรงเข้ามา

“ตัดเชือก แล้วเอาเอกสารวางไว้” ปราการออกคำสั่ง

ลูกน้องคนสนิทหยิบมีดพกออกมาตัดเชือกที่มัดข้อมือหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารปกดำลงบนพื้นพรมตรงหน้าเธอ

น้ำอิงรีบดึงมือกลับมาลูบข้อมือตัวเองที่ขึ้นรอยแดงช้ำ สายตาสั่นไหวเมื่อมองเห็นตัวอักษรบนหน้าปกแฟ้ม

“คุณเตรียมสัญญาไว้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอ...” เธอเงยหน้าถามเสียงสั่น

“แน่นอน ฉันเป็นนักธุรกิจ ไม่เคยลงมือทำอะไรโดยไม่มีการเตรียมพร้อม” ปราการตอบเสียงเรียบ

“อ่านรายละเอียดข้างในซะ แล้วก็เซ็นชื่อลงไป”

ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ ก้าวอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังหญิงสาวที่ยังนั่งกองอยู่กับพื้น เขาค่อยๆ โน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินข้างแก้มเธอ

“จำไว้...ว่าเธอเป็นคนเลือกนรกขุมนี้ด้วยตัวเอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป