บทที่ 9 เช้าที่แสนเย็นชา

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านทึบแสงเข้ามาตกกระทบลงบนปลายเตียงกว้าง น้ำอิงขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่โจมตีเข้ามาคือความปวดร้าวที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลังและช่วงล่าง เธอนิ่วหน้า ขยับตัวเพียงนิดเดียวก็เจ็บร้าวไปถึงต้นขาจนต้องหลุดเสียงครางในลำคอ

หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ก้มมองสภาพตัวเองที่ไร้เสื้อผ้าติดกาย ร่องรอยสีแดงช้ำกระจายอยู่ตามเนินอกและลาดไหล่เป็นหลักฐานตอกย้ำว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน เธอเสียความบริสุทธิ์ให้เจ้าหนี้ใจร้ายไปจริงๆ ผ้าปูที่นอนสีเข้มยับยู่ยี่และเย็นเฉียบด้านข้าง บ่งบอกว่าเจ้าของพื้นที่ลุกออกไปนานแล้ว

น้ำอิงฝืนกัดฟันก้าวขาลงจากเตียง ขาทั้งสองข้างสั่นจนแทบทรุด หญิงสาวพาร่างบอบบางเข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวปล่อยให้สายน้ำเย็นจัดชะล้างคราบไคลและความรู้สึกอัปยศออกไปให้มากที่สุด ใช้เวลาไม่นานเธอก็สวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ตัวเก่าของตัวเองเสร็จเรียบร้อย

...

เสียงจานชามกระทบกันเบาๆ ดังแว่วมาจากโซนห้องอาหาร หญิงสาวเดินไปตามทางเดินหินอ่อน ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นผิงเด็กรับใช้ในบ้านเดินถือเหยือกน้ำเปล่าสวนมา

"อรุณสวัสดิ์ผิง" น้ำอิงเอ่ยทักทายพลางส่งยิ้มบางๆ "มีอะไรให้ฉันช่วยไหม ยกพวกจานชามไปตั้งโต๊ะก็ได้นะ"

เด็กสาวชะงักฝีเท้า หลบสายตาลงต่ำทันที ท่าทีของผิงดูฝืน ๆ และเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน "ไม่ต้องค่ะ ป้าสายสั่งห้ามพวกหนูพูดคุยเล่น หรือให้ความช่วยเหลืออะไรคุณอิงทั้งนั้น"

"คุณอิงรีบเดินไปที่ห้องอาหารเถอะค่ะ เจ้านายนั่งรออยู่ตรงนั้นแล้ว ขืนชักช้าเดี๋ยวพวกหนูจะโดนด่าไปด้วย"

ผิงพูดจบก็รีบเดินเลี่ยงหนีไปอีกทางทันที ทิ้งให้น้ำอิงยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความรู้สึกโดดเดี่ยว ก่อนจะก้าวเท้าตรงเข้าไปในห้องอาหาร

โต๊ะหินอ่อนตัวยาวตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงปลายนิ้วเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ต ปราการนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ เขาสวมชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บประณีต เนคไทสีดำผูกไว้อย่างเรียบร้อย ทรงผมเซตไปด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ ท่าทางของเขาดูทรงอำนาจและห่างเหิน แตกต่างจากผู้ชายที่คอยปลอบประโลมเธอเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง

"มาแล้วเหรอ" เสียงทุ้มห้วนดังขึ้นโดยที่เขาไม่ยอมเงยหน้าจากจอ

"ค่ะ" เธอตอบรับสั้นๆ เดินไปหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ

"ยืนรออะไรอยู่ รินกาแฟสิ ป้าสายไม่ได้สอนหรือไงว่าหน้าที่ตอนเช้าต้องทำอะไรบ้าง"

น้ำอิงเม้มปาก หยิบเหยือกกาแฟดำที่วางอยู่ใกล้ๆ มารินใส่แก้วกระเบื้องเคลือบตรงหน้าเขาอย่างระมัดระวัง

"จะรับน้ำตาลหรือครีมเพิ่มไหมคะ"

"ฉันกินกาแฟดำ" เขาตอบกลับทันที "มาอยู่ที่นี่ก็หัดจำรสนิยมของฉันเอาไว้ด้วย ไม่ใช่รอให้ต้องสั่งทุกเรื่อง"

"ป้าสายไม่ได้บอกรายละเอียดเรื่องพวกนี้ไว้ ฉันจะจำไว้ค่ะ"

ปราการยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะวางลงบนจานรองเสียงดังคลิก เขากดล็อกหน้าจอแท็บเล็ตแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ แววตาของเขาเย็นชา ว่างเปล่า เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้าที่ไม่มีความสำคัญอะไร

"นั่งลงสิ" เขาพยักพเยิดหน้าไปทางเก้าอี้ฝั่งขวามือของตัวเอง

"ฉันยังไม่หิวค่ะ ขอตัวกลับเข้าห้องก่อนนะคะ"

"ฉันบอกให้นั่ง" น้ำเสียงของเขากดต่ำลง "อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ อิงอัปสร ที่นี่ฉันเป็นคนสั่ง ไม่ใช่เธอ"

หญิงสาวจำใจดึงเก้าอี้ออกแล้วทรุดตัวลงนั่ง สองมือวางประสานกันไว้บนตักบีบแน่น

"กินซะ แม่บ้านเตรียมแซนด์วิชไว้ให้แล้ว"

"ฉันกินไม่ลง"

"ฉันไม่ได้ถาม ฉันสั่งให้กิน" เขาตอกกลับเสียงแข็ง "ร่างกายเธอต้องพร้อมใช้งานเสมอ ถ้ามาป่วยหรือเป็นลมไปเพราะไม่ได้กินข้าว ฉันจะถือว่าเธอตั้งใจบกพร่องต่อหน้าที่"

"ฉันแค่ไม่หิว คุณจะมาบังคับให้ฉันยัดอาหารใส่ปากทั้งที่กลืนไม่ลงได้ยังไง"

"ก็เพราะเธอเป็นของฉัน" เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "ฉันซื้อเธอมาด้วยเงินห้าสิบล้าน ฉันมีสิทธิ์บังคับเธอทุกเรื่อง เลิกทำตัวดื้อด้านแล้วทำตามที่ฉันสั่งซะ"

"ไหนเมื่อคืนคุณบอกจะไม่บังคับฉันไงคะ"

"เมื่อคืนก็ส่วนเมื่อคืน" ปราการสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไร้เยื่อใย "พอลงจากเตียง เธอก็คือลูกหนี้ขัดดอกของฉัน อย่าหลงระเริงคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่น"

คำพูดของเขาเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ น้ำอิงมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เขาเอาคำว่าลูกหนี้มาฟาดหน้าเธอเพื่อสร้างกำแพงระยะห่างอย่างชัดเจน

"ฉันรู้ตัวดี ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองพิเศษอะไรอยู่แล้ว"

น้ำอิงเถียงกลับ ดวงตาแดงระเรื่อ "แล้วฉันก็ไม่รู้เรื่องหนี้สินอะไรของพ่อแม่ทั้งนั้น ฉันมาที่นี่เพราะถูกคุณบังคับข่มขู่ คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไปเกาะแกะเรียกร้องอะไรจากคุณหรอก ฉันทำตามสัญญา ก็หวังแค่ว่าหนี้บ้าๆ นั่นจะจบลงไวๆ"

"ห้าสิบล้าน แลกกับเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงบนเตียง เธอประเมินค่าตัวตัวเองสูงไปหรือเปล่า" เขาหัวเราะในลำคอ "ดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบมันพอกพูนขึ้นทุกวัน ร่างกายเธอตอนนี้ตีราคาให้เต็มที่ก็แค่จ่ายดอกเบี้ยรายวันเท่านั้นแหละ"

"คุณบอกเองว่าถ้าคุณพอใจ หนี้จะถือว่าหายกัน!"

"นั่นมันขึ้นอยู่กับความพอใจของฉัน ไม่ใช่ให้เธอมาทวงถาม" ปราการมองเธอด้วยหางตา "และเมื่อคืน ฉันก็แค่รู้สึกว่าพอใช้ได้ ไม่ได้พอใจจนถึงขั้นต้องยกหนี้ก้อนโตให้หรอกนะ"

"คุณ..."

"เลิกพูดมากแล้วกินซะ ฉันไม่มีเวลามานั่งเถียงกับเธอทั้งวัน วันนี้ฉันมีประชุม"

น้ำอิงจำใจเอื้อมมือไปหยิบแซนด์วิชในจานขึ้นมากัดคำเล็กๆ เคี้ยวและกลืนลงไปอย่างยากลำบาก

"เวลาฉันไม่อยู่บ้าน" เขาพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้า "ป้าสายจะคอยจับตาดูเธอ อย่าคิดตุกติกหนีออกไปไหนเด็ดขาด"

"ฉันไม่หนีหรอกค่ะ"

"ก็ดี เพราะถ้าเธอหนี ฉันจะให้คนไปลากตัวพ่อแม่เธอมาลงโทษให้หนัก"

"อย่าเอาพ่อแม่ฉันมาขู่นะคะ! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะอยู่ที่นี่"

"งั้นก็ทำตัวให้มันว่าง่ายๆ"

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัด ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบซองฟอยล์ขนาดเล็กออกมา ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาว แล้วดันแผงยาคุมกำเนิดฉุกเฉินพร้อมแก้วน้ำเลื่อนมาตรงหน้าเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป