บทที่ 2 CHAPTER 1 | บุกรุก

         คิงส์ตัน ออร์ชาร์ด โฮเต็ล, สิงคโปร์

         'กึก กึก'

         เสียงรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วแบรนด์ฝรั่งเศสเดินกึกก้องไปตามโถงที่ปูด้วยพรมหลุยส์เป็นแนวยาวตั้งแต่หน้าลิฟต์จนสุดทางเดิน บอดี้การ์ดที่ตระกูลรูซโซ่ส่งมารับเธอถึงทางอากาศยานชางงีจำนวนสามนายกำลังเดินนำไปยังห้องพักที่จัดเตรียมเอาไว้

         'KT33030'

         เพราะเครื่องบินเกิดการดีเลย์เนื่องจากฝนตก ทำให้ต้องบินวนหาจังหวะจอดอยู่นาน มองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่ทำการซิงโครไนซ์เป็นเวลาของที่นี่ ก็เห็นว่าเกือบสี่ทุ่มแล้ว

         เทียบกับฝรั่งเศสก็เพิ่งจะบ่ายสามเท่านั้น เวลาที่เปลี่ยนแปลงไปมาทำให้สาวผมบลอนด์ค่อนข้างสับสน ยกมือเรียวขึ้นนวดขมับเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องพัก และรีบหันมาบอกับคนที่ลากกระเป๋าด้วยน้ำเสียงเย็นชา

         "ไปต้องเขามา ฉันจะพักผ่อน"

         "เอ่อ..."

         "ไม่ได้ยิน? บอกเจ้านายของพวกนาย ว่าฉันจะไปหาเขาวันพรุ่งนี้"

         เจ้านายที่ว่าคือลูกชายคนโตของริคคาโน่ ที่ถูกส่งมาจัดการงานแต่งของเธอกับริวาโน่ หากจำไม่ผิดเหมือนจะชื่อ...

         "เจ้านายของพวกนายชื่ออะไรนะ"

         สามคนนั้นหันมามองหน้ากันด้วยหน้าตาเลิ่กลั่ก ไม่มีใครอาสาจะตอบคำถามของเธอ เพราะไม่มั่นใจว่าเธอกำลังถามใครอยู่

         "ไปเถอะ ฉันจะพักผ่อน" รำคาญและออกปากไล่ให้พ้นๆ

         ทันทีที่ประตูห้องปิดลง หญิงสาวก็ถอดเสื้อโค้ทตัวนอกออกทันที อากาศที่นี่ร้อนชะมัด ถอดจนเหลือเพียงเดรสผ้าซีทรูผสมกับผ้าซาตินสีดำที่สวมด้านใน

         ใช้มือคลำหาสวิตช์เปิดไฟภายในห้อง โรงแรมนี้โคตรประหลาด เปิดแอร์ทิ้งไว้แต่ไม่เปิดไฟ

         "กรี๊ดดด!!"

         หันกลับมาก็เห็นว่ามีใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากลางห้อง ดวงตาของมันมองมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

         ที่นี่แม่งไม่ปลอดภัยจริงๆ ด้วย

         ขาเรียวยาวสาวเท้าจะวิ่งออกไปของความช่วยเหลือด้านนอก แต่เธอยังช้ากว่าไอ้โจรโรคจิตนัก มันคว้าแขนของเธอให้หมุนกลับไปประจันหน้า

         "กรี๊ดดด!! ออกไปนะเว้ย!!" ฟาดมือใส่เต็มแรงอย่างไม่คิดชีวิต ยกขาเตรียมถีบผู้บุกรุกให้ล้มไปกองกับพื้น กะว่าถ้ามันล้มเธอจะคว้าแจกันในห้องฟาดหัวมันทันที

         "หุบปาก!"

         "อะ ออกไป๊!!" ฟาดมือลงบนใบหน้านั้นเต็มแรง

         "จะกรี๊ดทำไมวะ!"

         "ฉันจะให้ตำรวจลากคอแกเข้าคุก ไอ้บ้า!" ตะคอกใส่หน้าอย่างไม่เกรงกลัว

         แล้วเธอก็จะฟ้องรูซโซ่ให้ล้มละลายกันไปข้างเลย

         "ซีลีน อาร์โนลด์ ฉันบอกให้หุบปาก!!"

         ชื่อและนามสกุลของตนเองที่ออกมาจากปากหนาได้ผลทันที เธอเงียบและหยุดมองเขาด้วยสีหน้าหวาดระแวง

         เสื้อผ้าและเครื่องประดับเข้าเซ็ตจากแบรนด์อิตาลีชื่อดัง รวมถึงนาฬิกาที่ราคาเท่าตึกทั้งหลังทำให้เธอมองเขาใหม่

         โจรไม่น่าแต่งตัวได้น่าปล้นขนาดนี้...

         "คะ ใคร"

         "คนที่เธอต้องไปหา หลังจากมาถึงไงล่ะ"

         เขาสะบัดมือออกจากข้อมือเรียวอย่างหงุดหงิด ยกมือมาลูบใบหน้าหล่อเหลาของตนเอง ซึ่งตอนนี้มีเลือดไหนซึมออกมาจากการถูกเล็บเจลของคนตัวเล็กขีดข่วน

         "ลูกคนโตของริคคาโน่?"

         "เออ!"

         เขาสบถใส่เธออย่างหัวเสีย เดินกลับไปนั่งและคว้ากระดาษทิชชูมาซับหน้าไปด้วย

         ร่างผอมเพรียวถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่โจร...ไม่สิ! เขาบุกรุกห้องพักเธอ แถมเข้ามาก่อนที่เธอจะมาถึงเสียอีก

         นี่มันการกระทำของโจรชัดๆ

         "อย่าเข้ามาห้องส่วนตัวของฉัน ก่อนได้รับอนุญาต" เค้นเสียงลอดไรฟันออกมาพร้อมกับเดินมานั่งที่โซฟาสีดำอีกฝั่ง

         ไขว่ห้างยกขาพาดกันตามความเคยชิน จนส่วนที่ผ่าข้างของเดรสแหวกออก และเผยให้เห็นเรียวขายาวสวยกับถุงน่องผ้าลูกไม้สีเดียวกับชุด

         "ฉันสั่งให้ลูกน้องบอกให้เธอไปหา ทำไมไม่ฟังคำสั่ง"

         "มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน"

         เขาหัวเราะเหอะด้วยความค่อนขอด ยกมือขึ้นมาประสานกันแล้วทอดสายตามองเธอพร้อมกับรอยยิ้มหยัน

         "อย่าพูดอะไรไม่น่าฟังแบบนั้น ตราบใดที่อาร์โนลด์ยังต้องการเงินของรูซโซ่พยุงกิจการอยู่"

         คำขู่ของเขาได้ผลชะงัก แต่เพราะไม่อยากจะยอมรับจึงกอดอกเบนหน้าหนีไปอีกทาง

         "ทำไมมาสาย"

         เกือบสี่ชั่วโมงที่เขานั่งรอเธอ แทนที่จะได้จัดการงานอื่นให้เรียบร้อยภายในวันนี้

         "เครื่องบินดีเลย์" ตอบสั้นๆ อย่างขอไปที

         และนั่นทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างไม่พอใจ

         ลูกสาวของอองรีเย่อหยิ่งกว่าที่คิด ลำคอระหงตั้งตรงรับใบหน้าที่เชิดขึ้นเหมือนไม่ต้องการคุยกับเขา

         คงเพราะรู้จากฌองผู้เป็นอา ว่าริคคาโน่คือคนเดียวที่มีอำนาจในการจ่ายเงินให้กับอเมทิสต์ แต่เธอกลับไม่รู้ว่าคนที่คอยปั่นหุ้นและเลี้ยงกระแสให้อเมทิสต์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือเขา

         ช่างแม่ง ทวงบุญคุณกับคนแบบนี้ไปก็ไร้ประโยชน์

         "ฉันมีข้อเสนอมาแลก"

         "ฉันไม่สน..."

         "ริวาโน่จะพาผู้หญิงมาที่นี่ด้วย" เขาพูดแทรกก่อนที่เธอจะทันได้พูดจบ

         ซีลีนกอดอกมองคนตรงหน้าไม่ไว้ใจ หน้าตาและนิสัยที่ปฏิบัติต่อเธอก็แย่สุดๆ เธอไม่อยากเอาตัวเข้าไปสุงสิงกับผู้ชายคนนี้

         "ไม่ใช่ธุระของฉัน"

         "คิดดีๆ สิซีลีน" เขาลากเสียงเรียกชื่อเธอยาวเหยียดเหมือนกำลังสั่งสอน มุมปากร้ายหยักยิ้มแสดงความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่ปกปิด "ถ้าน้องชายฉันเลือกเด็กคนนั้น เธอจะไม่ได้แต่งานนะ"

         เมื่อหญิงสาวได้ฟังเหตุผลก็ส่ายศีรษะอย่างขบขัน เขายื่นข้อต่อรองราวกับมันเป็นเรื่องที่ทำให้เธอเสียผลประโยชน์

         "นาย...ชื่อ...อะไรนะ?"

         คนถูกถามหน้าตึงขึ้นทันที ไม่มีใครไม่รู้จักเขา นี่เป็นครั้งแรกที่ราฟาเอลถูกถามชื่อ และรู้สึกเสียฟอร์มที่จะบอกไปตรงๆ

         "ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกชื่อให้คนที่ไม่มีประโยชน์กับฉันรู้ก่อน"

         "นายรู้จักชื่อฉันแล้ว ทำไมฉันต้องแนะนำตัวอีก" ริมฝีปากอิ่มเอ่ยถามความไม่สมเหตุสมนั้นอย่างไม่เข้าใจ "อย่าลีลา ไม่งั้นฉันไม่คุยแล้วนะ!"

         "ราฟาเอล"

         "...ก็แค่เนี้ย"

         คำพูดอย่างขอไปทีของเธอยิ่งทำให้มาเฟียหนุ่มหงุดหงิด แขนกำยำกอดอกแน่น ก่อนจะต่อว่าในความไม่รู้กาลเทศะของคนตรงหน้า

         "หัดพูดเพราะๆ กับคนที่ให้เงินเธอใช้บ้าง"

         "หึ ราฟาเอล~" หญิงสาวเรียกเขาด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย

         คนที่ถูกเรียกก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้

         น้ำเสียงที่ฟังดูถือไพ่เหนือกว่านั่นมันอะไร

         ขาเรียวสลับข้างไขว่ห้างเปลี่ยนท่านั่ง จนคนตัวโตแอบเห็นขอบถุงน่องลายลูกไม้ ที่ดึงขึ้นสูงถึงต้นขาจากรอยผ่าข้างของเดรสที่เธอสวมใส่

         "เราคุยกันถึงไหนแล้วนะ อ้อ! ถ้าน้องชายนายเลือกเด็กคนนั้น ฉันก็จะไม่ต้องแต่งงานกับริวาโน่" ริมฝีปากเคลือบลิปสติกเนื้อกำมะหยี่ยิ้มบางๆ "แต่ฉันคิดว่ามันจะกลายเป็นปัญหาของนาย เพราะสำหรับฉัน...ฉันแต่งงานกับใครก็ได้ ขอแค่รูซโซ่จัดหามา"

         แวบหนึ่งราฟาเอลรู้สึกใจหายกับคำพูดที่ฟังดูไม่สนใจชีวิตตนเองของผู้หญิงตรงหน้า ก่อนจะตั้งใจฟังเธอพูดในเวลาต่อมา และนั่นทำให้ความเห็นใจที่เกิดขึ้นหายวับทันที

         "เพราะเป็นพ่อนายเอง ที่อยากให้ฉันแต่งกับลูกภรรยานอกสมรสเพื่อเอาเขากลับเข้าตระกูล"

         ราฟาเอลไม่แปลกใจที่คนตรงหน้ารู้เรื่องครอบครัวตนเอง คงจะเป็นอาของเธอที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

         "ถ้าริวาโน่ไม่แต่ง มันก็เป็นปัญหาของรูซโซ่ ไม่ใช่อาร์โนลด์!" ร่างสูงเพรียวกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรลุกขึ้นจากโซฟา เดินอ้อมไปด้านหลังคนตัวสูงกว่าเพื่อหยิบเสื้อโค้ทและกระเป๋า "กลับไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน"

         เปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นสาวเย่อหยิ่งพร้อมกับออกปากไล่ทันที มิวายจะย้อนกลับมาเกาะที่ไหล่แกร่ง พร้อมกับก้มลงกระซิบข้างหูคนที่นั่งโกรธอยู่บนโซฟาด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

         "ขาฉันสวยใช่ไหมล่าา~ นายแอบมองตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ฉันเห็นนะ"

         มาเฟียหนุ่มตัวแข็งทื่อกับเสียงหวานที่กระซิบอยู่ข้างหู

         ถูกจับได้ทั้งๆ ที่มั่นใจว่าเนียนพอตัวแท้ๆ

         ปัง!

         เสียงประตูห้องนอนปิดลง บ่งบอกว่าเธอไปแล้วจริงๆ ไม่มีการส่งแขก ไม่มีการบอกลา

         ร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากห้องพักด้วยความขุ่นเคือง กดลิฟต์สำหรับแขกวีไอพีกลับห้องพักตนเองที่อยู่ข้างบนจากชั้นนี้เพียงสองชั้น

         ผู้หญิงที่มาจากอาร์โนลด์ถือได้ว่าสวยสุดๆ ผมสีบลอนด์ธรรมชาติยาวถึงกลางหลังรับกับนัยตาสีฟ้าน้ำทะเลสุดเซ็กซี่ ไหนจะทรวดทรงองค์เอวทรงนาฟิกาทรายที่อยู่ใต้เดรสผ้าซีทรูนั่นอีก

         แวบหนึ่งที่เขาเห็นใบหน้าเธอหลังจากเปิดไฟ คือความสวยที่เขาไม่เคยเจอจากผู้หญิงในอิตาลีคนไหน แม้แต่เทเรซ่าที่เป็นถึงนางแบบเบอร์หนึ่งในมิลานก็สู้สาวฝรั่งเศสคนนี้ไม่ได้เลย

         แต่นั่นก็แค่แวบแรก...

         ความสวยของเธอถูกลบล้างด้วยนิสัยเย่อหยิ่งจองหอง และกวนประสาทจนหมด เขาเกลียดผู้หญิงที่สั่งไม่ได้ เกลียดผู้หญิงที่คิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า

         ความสวยที่กลายเป็นภาพติดตา หรือแม้แต่กลิ่นหอมจางๆ ที่ทิ้งไว้บนไหล่ จึงไม่ช่วยให้เขาล้มเลิกความพยายามที่จะบังคับเธอมาเป็นพวก

         น้องชายของเขาต้องได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้

✦•·············•✦•·············•✦

บทก่อนหน้า
บทถัดไป