บทที่ 3 ตอนที่ 2 ของปลอมหรือจะมาสู้

ตอนที่ 2 :

ของปลอมหรือจะมาสู้

“อื้อ... อ๊า...”

สุ้มเสียงครางกระเส่าและพร่าเลือนดังรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มของแม่เลี้ยงคนสวย วรรณาพยายามข่มกลั้นเสียงแห่งความทรมานปนเสียวซ่านเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ทว่าความรัญจวนที่พวยพุ่งกลับทำให้เธอซี้ดปากออกมาอย่างลืมตัว ร่างบางนุ่มนิ่มนอนบิดระบายอารมณ์อยู่บนเตียงกว้างหนานุ่ม แผ่นหลังบางแอ่นโค้งจนสะโพกมนกระดกขึ้นลอยพ้นที่นอน เพื่อสอดรับจังหวะเรียวนิ้วของตนเองที่งอเป็นตะขอ สับเปลี่ยนโยกคลอนรุกล้ำเข้าออกอยู่ภายในโพรงเนื้ออุ่นร้อนที่ตอดรัดอยู่ตุบๆ

แจ๊ะ... แจ๊ะ...

เสียงเฉอะแฉะอันน่าอายดังสะท้อนขึ้น ผสมผสานไปกับหยาดน้ำเมือกกามารมณ์คาวใสที่หลั่งรินไหลย้อยออกมาเปรอะเปื้อนตามโคนขาขาวนวลลออตา ท่วงทำนองรักที่เธอปรนเปรอให้ตนเองนั้นเร่าร้อนจนแปรเปลี่ยนให้บรรยากาศรอบกายร้อนฉ่าราวกับมีกองไฟสุม วรรณาหลับตาพริ้มพลางส่ายพักตร์ไปมาจนเส้นผมกระจายเต็มหมอน หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวราวกับจังหวะรัวกลองรบ ในขณะที่นิ้วกลางและนิ้วนางยังคงทำหน้าที่บดบี้รูดคลึงกลีบเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำของตัวเองอย่างเมามันไร้ซึ่งความยับยั้งชั่งใจ

“อื้อ... คุณธาร... ทำไมถึงปล่อยให้ฉันเหงา... ขนาดนี้คะ อ๊าส์... อะ”

เธอครางระงมเสียงหลง ทว่าในมโนสำนึกกลับไม่ได้ปรากฏภาพใบหน้าของสามีวัยกลางคนอยู่เลยแม้แต่น้อย จิตใต้สำนึกอันมืดดำกลับลอบจินตนาการไปถึง ‘แท่งเอ็นร้อนผ่าว’ ที่ถอดแบบสรีระมาจากชลธาร ทว่ามีความหนุ่มแน่น กำยำ และดุดันป่าเถื่อนกว่าหลายเท่าตัว ดวงตากลมโตฉ่ำปรือหรี่มองภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ค้างอยู่ตรงรูปโชว์กล้ามท้องแกร่งเป็นมัดเลขาคณิตของชลธีร์อย่างหิวกระหาย ตัณหาที่ปะทุขึ้นทำให้สติสัมปชัญญะของเธอแทบหลุดลอยเมื่อกวาดสายตามองรายละเอียดเล็กๆ ในรูปภาพนั้น... แนวไรขนอ่อนสีเข้มดุดันที่ลากไล้จากใต้สะดือมน หายลับเข้าไปในขอบกางเกงกีฬาขาสั้น มันช่างขับเน้นให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปถึงความ ‘ยิ่งใหญ่แกร่งขึง’ ที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ร่มผ้านั้นอย่างบ้าคลั่ง

‘ขนาดกล้ามแขนยังปูดโปนขนาดยังงั้น... แล้วสิ่งนั้นของเด็กหนุ่มคนนั้นมันจะปูดโปนขยายขนาดกักขฬะขนาดไหนกันนะ’

เพียงแค่ความคิดอกุศลแล่นผ่าน ร่างทั้งร่างของแม่เลี้ยงสาวก็สั่นสะท้านสั่นระริกจนยากจะควบคุม วรรณายกสะโพกมนร่อนระบำเป็นวงกลมบนที่นอนเนื้อดี พลางเร่งจังหวะเรียวนิ้วของตัวเองให้ถดถอยและกระแทกกระทั้นรัวเร็วขึ้นตามอารมณ์ตัณหาที่พุ่งทะยานจนกู่ไม่กลับ นิ้วเล็กกระหน่ำกระทุ้งเข้าออกรูเนื้อที่แฉะเยิ้มจนเกิดเสียงน้ำกามหลั่งไหล กลิ่นคาวสวาทจางๆ อบอวลไปทั่วบริเวณห้องนอนกว้าง คลอเคล้าไปกับเสียงครวญครางไม่ได้ศัพท์ของอดีตนางงามจังหวัด ที่บัดนี้ได้แปรสภาพกลายเป็นเพียงสตรีผู้ร่านรักและกระสันอยากจนแทบคลั่ง เพียงเพราะจินตนาการถึงเรือนร่างของลูกเลี้ยงหนุ่มคราวลูก

ร่องเนื้อเกสรสีหวานที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำรักข้นใส ตอดขยับบีบรัดนิ้วเรียวของเธออย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าหิวโซ วรรณารู้สึกระทึกในอกถึงแรงบีบเค้นจากภายในที่พยายามรีดเค้นดูดดึงนิ้วมือของเธอให้จมลึกเข้าไปในกาย หยาดน้ำหวานเอ่อท่วมจนเปรอะเปื้อนที่นอนหนานุ่มเป็นวงกว้าง ทว่าเธอหาได้นำพาต่อสิ่งใดไม่ ในกมลจิตของเธอในยามนี้มีเพียงภาพแนวขนอ่อนและกล้ามท้องล่ำสันของชลธีร์ที่ลอยเด่นฉายซ้ำไปซ้ำมา

“อื้อ... อ๊า! จะแตก... แตกแล้ว... อ๊าส์!”

เสียงครางหลงดังสะท้อนระงมไปทั่วห้องนอนที่ปิดล็อกมัดชิด ร่างบางระหงกระตุกเกร็งจนแผ่นหลังนวลลอยแอ่นพ้นจากพื้นเตียง เรียวนิ้วถูกช่องทางรักบีบรัดแน่นตรึงเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนที่น้ำหวานอุ่นร้อนจะทะลักพวยพุ่งออกมาจนเปียกชุ่มชโลมท่วมฝ่ามือ วรรณาหอบหายใจถี่กระชั้นทรวงอกกระเพื่อมไหวรุนแรง ดวงตาฉ่ำปรือไร้โฟกัสค่อยๆ ลืมขึ้นมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปจนแยกแยะไม่ออก

มันช่างน่าอัปยศ... น่าอับอายขายหน้าที่สุดที่สตรีผู้มีเกียรติเป็นถึงอดีตนางงามจังหวัดอย่างเธอ ต้องมานอนช่วยตัวเองจนน้ำกามแตกทะลักคาที่นอนเช่นนี้ ทว่าสิ่งที่น่าละอายและน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด คือการที่เธอหยิบยกเอาภาพเรือนร่างของ ‘ชลธีร์’ ลูกเลี้ยงร่วมชายคามาเป็นเครื่องบำบัดความใคร่

เรื่องราวบัดสีนี้บอกเล่าให้ใครฟังไม่ได้เด็ดขาด มันคือความลับต้องห้ามที่จะต้องตายไปพร้อมกับลมหายใจของเธอ วรรณารีบหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างทุลักทุเล รับรู้ได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะที่ไหลอาบตามโคนขาเนียน เธอรวบรวมเศษเสี้ยวสติที่ยังหลงเหลืออยู่ รีบรุดก้าวเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายและขจัดรอยคาวสวาทบนผืนพรมที่นอนทันที ก่อนที่จะมีใครเข้ามาพบเห็นร่องรอยแห่งตัณหานี้

ทว่า... ยิ่งเธอพยายามขัดสีฉวีวรรณล้างกลิ่นคาวกามออกไปเท่าใด ภาพใบหน้าของชลธีร์ที่จ้องมองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่มจาบจ้วงตอนมื้อเช้า มันกลับยิ่งสลักลึกฝังแน่นอยู่ในส่วนลึกของหัวใจจนยากจะสลัดให้หลุดพ้น

ความเงียบและความอ้างว้างคือศัตรูตัวร้ายที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้หญิงวัยสาวสะพรั่งอย่างวรรณา ยิ่งในช่วงนี้ชลธารโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาหลับนอนทำการบ้าน ความต้องการที่สะสมมาเนิ่นนานมันเริ่มกัดกินจิตใจจนเธอแทบกระเจิดกระเจิง หญิงสาวเพียรพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบไม่ให้ตนเองเผลอไผลไปกับสรีระอันเย้ายวนชวนกำหนัดของลูกเลี้ยงในโลกโซเชียล ทว่ามันกลับยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน

ท้ายที่สุด วรรณาจึงตัดสินใจกดสั่งซื้ออุปกรณ์ของเล่นผู้ใหญ่จากเว็บไซต์ออนไลน์ลับๆ มาเป็นตัวช่วยคลายความหิวกระหาย โดยหวังใจจะใช้สิ่งประดิษฐ์พรรค์นั้นดับไฟสวาทในกายไม่ให้ลามปามไปหาลูกเลี้ยงหนุ่ม...

ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกและไร้ความปรานี

บ่ายแก่ในอีกสองวันต่อมา

“มีพัสดุมาส่งครับ... ผมรับไว้ให้แล้ว”

สุ้มเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของชลธีร์ดังก้องขึ้นจากบริเวณห้องโถงด้านล่าง วรรณาหัวใจหล่นวูบหายไปในความมืดมิด เธอรีบกระหืดกระหอบวิ่งลงมาจากชั้นสองของบ้านทันที ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือลูกเลี้ยงหนุ่มในชุดลำลองกำลังยืนขมวดคิ้วมุ่น พลางใช้ฝ่ามือหนาหยาบโลมลูบไล้เค้นคลึงไปตามซองพัสดุสีดำทึบที่ไร้การจ่าหน้าชื่อระบุประเภทสินค้า ทว่ามันกลับมีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาว แข็งขึง และสู้มือหนาอย่างเด่นชัด

“อะ... เอาคืนมานะคุณธีร์! ของน้าเองค่ะ” วรรณาหน้าตาตื่นตระหนก ลนลานโผเข้าไปหมายจะแย่งพัสดุชิ้นสำคัญคืนมา

“เดี๋ยวครับ... ของอะไรกันน่ะ? ทำไมรูปร่างหน้าตามันช่างคุ้นมือ เหมือนกับ... ‘ของของผม’ เลยล่ะครับ” ชลธีร์แกล้งยื้อชูซองพัสดุเจ้าปัญหาไว้เหนือศีรษะ นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ดุร้ายจับจ้องท่าทางลนลานทำตัวไม่ถูกของแม่เลี้ยงสาวอย่างนึกสนุกปนกระหายในใจ

“คุณธีร์! อย่าเล่นพิเรนทร์แบบนี้ เอาคืนมาให้น้าเดี๋ยวนี้ค่ะ!”

วรรณากระโดดเข้าใส่หวังจะแย่งชิงของเล่นผู้ใหญ่กลับคืนมาอย่างไม่คิดชีวิต จนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมากลางห้องโถง ทว่าด้วยกำลังวังชาที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ประกอบกับพื้นพรมราคาแพงที่ลื่นไถล วรรณาจึงเสียหลักร่างถลาเข้าหาแผงอกแกร่งเต็มแรง ชลธีร์ตวัดวงแขนหนารีบคว้าเอวบางคอดกิ่วของเธอไว้มั่น ทว่าแรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่ล้มคะมำลงไปกองบนโซฟาตัวยาวหนานุ่ม... โดยมีร่างระหงของวรรณานอนทับอยู่บนเรือนร่างกำยำของลูกเลี้ยงหนุ่มพอดิบพอดี

“อึก...”

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบกายชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่เป่ารดผิวหน้ากันและกันจนกระแสความรัญจวนเริ่มเปลี่ยนแปรไปเรื่อยๆ คนตัวเล็กกว่าพยายามจะผละกายหนี ทว่าจอมบงการหนุ่มกลับใช้ฝ่ามือหนาแข็งแกร่งข้างหนึ่งล็อกเอวบางไว้แน่นหนา ส่วนมืออีกข้างที่ถือพัสดุเจ้าปัญหา ค่อยๆ เลื่อนมาทัดเส้นผมที่หลุดรุ่ยยุ่งเหยิงไว้ข้างใบหูของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยความคุกคาม

เขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำสั่นเครือที่สั่นประสาทของวรรณาจนถึงขีดสุด...

“น้าเหงาขนาด... ต้องหาตัวช่วยแบบนี้เชียวเหรอครับ?”

แววตาของเขาไม่ได้สบประสานแค่ดวงตาของเธอ ทว่ามันเลื่อนต่ำลงมาจดจ้องที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริกของแม่เลี้ยงสาว ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังซองพัสดุในมือที่เขาแกล้งออกแรงบีบเค้นมันจนสิ่งของภายในเข้ารูปทรงแท่งยาวชัดเจนกว่าเดิม

“ปล่อยก่อนค่ะคุณธีร์... ปล่อยน้านะ!”

วรรณาพยายามดิ้นรนประท้วงเบาๆ บนแผงอกกว้าง ทว่าสรีระเนื้อตัวที่เบียดเสียดแนบชิดกันกลับทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุและความแข็งขืนบางอย่างจากตัวอีกฝ่ายที่กำลังแผ่ซ่านออกมาคุกคามเธอ

“ไม่ปล่อย... จนกว่าน้าจะตอบคำถามของผมมาตรงๆ” ชลธีร์ย้ำเสียงพร่าแหบพล่าน สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของแม่เลี้ยงราวกับจะรีดเอาความจริงในใจออกมาให้จงได้

“ก็... ก็คุณธารเขาไม่ค่อยมีเวลาให้น้า น้าก็แค่...”

“ก็เลยสั่ง ‘ของปลอม’ มาสนองตัณหาตัวเองเหรอครับ?”

คำพูดตรงไปตรงมาแสนร้ายกาจของลูกเลี้ยงทำเอาวรรณาหน้าร้อนผ่าวราวกับโดนฝ่ามือล่องหนตบฉาดเข้ากลางดวงหน้า ความอับอายและอัปยศแล่นพล่านจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าวหยาดน้ำตาคลอเบ้า

“คุณธีร์หยุดล้อเลียนน้าได้แล้วค่ะ!”

เธอทำท่าทีจะโกรธขึ้งอย่างจริงจัง คราวนี้ชลธีร์ชะงักไปเล็กน้อย นักล่าหนุ่มรู้จังหวะรุกรับและผ่อนปรนดีเยี่ยม เขาไม่อยากให้เหยื่อตื่นตระหนกจนเตลิดหนีหายไปเสียก่อน จึงเปลี่ยนท่าทีแปรเปลี่ยนมารีบโอบโอ๋แม่เลี้ยงสาวทันควัน

“โอเคครับๆ... ผมไม่แกล้งน้าแล้วก็ได้”

เขายอมคลายอ้อมกอดและหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางยื่นส่งซองพัสดุเจ้าปัญหานั้นคืนให้แก่เจ้าของ ทว่าก่อนที่วรรณาจะทันได้ตั้งสติหรือขยับถอย ชลธีร์ก็โน้มตัวลงมาประชิดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาว แล้วทิ้งระเบิดเวลาลูกสุดท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก

“ของพรรค์นั้น... มันจะไปสู้สัมผัสจาก ‘ของจริง’ ได้ยังไงกันครับ... น้าอพาร์ทเม้นท์”

วรรณาอับอายจนไร้ซึ่งถ้อยคำจะเอื้อนเอ่ย เธอรีบคว้าซองพัสดุมากอดไว้แนบทรวงอกแล้วรีบสาวเท้าจ้ำอ้าววิ่งหนีขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนทันที ใบหน้าสวยแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมาสบตากับสายตาเจ้าเล่ห์หื่นกระหายที่มองตามหลังมาแม้แต่นิดเดียว

พอกลับเข้าสู่เซฟโซนในห้องนอนและจัดการลงกลอนล็อกประตูจนสนิท วรรณาล้มตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดเรี่ยวแรง หัวใจภายในอกยังคงเต้นโครมครามรุนแรงไม่ยอมหยุดยั้ง ฝ่ามือที่กำพัสดุอยู่สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้

‘ของจริง... อย่างนั้นหรือ?’

ถ้อยคำปริศนาของชลธีร์วนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา จนเธอเผลอไผลจินตนาการไปถึง ‘ของจริง’ หนุ่มแน่นที่หลับใหลสงบนิ่งอยู่ในกางเกงนักศึกษาของเขา... จินตนาการด้านมืดที่ทำให้เธอตระหนักรู้ดีแก่ใจว่า สิ่งไม่มีชีวิตในมือของเธอนั้น... ไม่มีวันก้าวข้ามสู้สัมผัสเนื้อหนังอันดุดันของลูกเลี้ยงคนนี้ได้เลยจริง ๆ...

ตัวอย่างตอนต่อไป

“กับข้าววันนี้... รสชาติ ‘เด็ด’ เหมือนเดิมเลยนะครับ”

เขากล่าวยิ้มๆ พลางเอามือเท้าคางด้วยท่วงท่าเหนือกว่า นัยน์ตาสื่อความหมายลึกซึ้ง ขณะเดียวกันฝ่าเท้าหนาใต้โต๊ะอาหารก็เริ่มเพิ่มแรงกด ลากเลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ผ่านหัวเข่า ไล่เรียงขึ้นไปยังโคนขาอ่อนของแม่เลี้ยงสาว วรรณาหนีบเรียวขาเข้าหากันแน่นด้วยความตกใจกลัว ทว่าชลธีร์กลับยิ่งได้ใจและย่ามใจ คนเจ้าเล่ห์แทรกสอดปลายเท้าหนาเข้าไปในร่องขาที่ปิดไม่สนิทของเธอ จนสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะและความร้อนจัดของร่างกายเธอผ่านเนื้อผ้าชั้นดี

“อื้อออ...!” วรรณาเผลอร้องครางซ่านเสียวออกมาจนต้องรีบยกมือขึ้นอุดปากตนเอง ชลธารชะงักช้อนในมือทันควัน แล้วหันมามองภรรยาตัวน้อยด้วยความฉงนสนเท่ห์

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับฝัน? ไม่สบายตรงไหนไหม... ทำไมจู่ๆ ถึงเหงื่อแตกพล่านขนาดนี้ล่ะครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป