บทที่ 4 ตอนที่ 3 แอบมอง

ตอนที่ 3 :

แอบมอง

เย็นย่ำวันนั้น...

สุ้มเสียงคำรามกระหึ่มอันทรงพลังจากเครื่องยนต์ของยนตรกรรมยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดสนิทบริเวณหน้าคฤหาสน์ ช่วยฉุดกระชากและสลัดเอาความฟุ้งซ่านรัญจวนใจของวรรณาให้แตกกระเจิงหายไปในอากาศ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปั้นแต่งสีหน้าท่าทางให้ดูเป็นปกติราบเรียบที่สุด ก่อนจะเยื้องย่างก้าวเดินลงมาต้อนรับผู้เป็นสามีตามหน้าที่

ชลธาร ก้าวเท้าเข้ามาภายในตัวบ้านด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยความภูมิฐาน สง่างาม เขาเป็นหนุ่มใหญ่วัยทองที่ดูแลเอาใจใส่สรีระร่างกายของตนเองได้อย่างดีเยี่ยมไร้ที่ติ ส่งผลให้ดวงหน้าคมสันดูอ่อนเยาว์กว่าชายวัยสี่สิบเศษทั่วไปอยู่มากโข ผิวพรรณยังคงดูสะอาดสะอ้านหมดจด แฝงเร้นไปด้วยเสน่ห์อันลึกล้ำของบุรุษวัยฉกรรจ์ผู้มีทั้งทรัพย์สินเงินทองและอำนาจล้นฟ้า

“คิดถึงจังเลยครับ... เมียใครกันนะ ทำไมเนื้อตัวถึงได้หอมกรุ่นชวนหลงใหลขนาดนี้”

หนุ่มใหญ่ไม่พูดเปล่า ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นตวัดคว้าหมับเข้าที่เอวบางคอดกิ่วของวรรณา ดึงรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามาโอบกอดจนอกอวบอวบอิ่มบดเบียดแนบชิดติดกับแผงอกกว้าง กลิ่นอายน้ำหอมราคาแพงระยับที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นเหงื่อไคลจางๆ ของเพศชายผู้ตรากตรำทำงานโชยเข้ากระทบนาสิกของหญิงสาว มันเป็นกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่เธอเคยรู้สึกปลอดภัยและเทิดทูนมาตลอดสามปี

ทว่าในเวลานี้... ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเธอกลับสั่นระรัวผิดจังหวะด้วยสาเหตุอื่นที่น่าหวาดหวั่น

ฝ่ามือหนาของสามีเริ่มลูบไล้เฟ้นเค้นไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มละเอียดมือ ก่อนจะโน้มใบหน้าซุกไซ้กดจมูกโด่งลงบนซอกคอขาวระหงของภรรยาตัวน้อยอย่างหิวกระหาย กระแสลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรินผิวกายส่งผลให้คนตัวเล็กกว่าเกิดอาการขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ริมฝีปากหยักลึกบดจูบเน้นย้ำลงบนผิวเนื้ออ่อนลำคอหนักๆ สลับกับการขบเม้มหยอกเย้าจนเกิดสุ้มเสียงสวาทดังก้องสะท้อนอยู่ภายในโถงบ้าน

“จ๊วบ...”

“อื้อ... คุณคะ... อย่าค่ะ... ตรงนี้มันกลางบ้านนะคะ” วรรณาเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าระคนเสียวซ่าน พลางหลับตาพริ้มสั่นระริก รับสัมผัสอันเจนโลกจากผู้เป็นสามีที่เริ่มทวีความเล้าโลมหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไร้ขีดจำกัด

“กลางบ้านแล้วมันอย่างไรกันล่ะครับเมียรัก... ก็ผมคิดถึงเมียของผมนี่นา ช่วงนี้งานที่บริษัทรุมเร้าจนแทบไม่มีเวลาปรนเปรอความสุขให้คุณเลย” ชลธารกระซิบกระซาบชิดติดใบหูขาวสะอาด พลางเลื่อนฝ่ามือต่ำลงมาบีบเค้นตะโบมบั้นท้ายงอนงามเต็มไม้เต็มมือด้วยความมันเขี้ยวในอารมณ์

“แฮ่ม! กลับมาไวข้ามหน้าข้ามตากว่าที่คิดนะครับพ่อ”

สุ้มเสียงทุ้มต่ำดุดันอันแสนคุ้นเคยแผดแทรกขัดจังหวะบทรักขึ้นมาในทันควัน วรรณาสะดุ้งโหยงตัวโยนด้วยความตกใจกลัว รีบออกแรงผลักแผงอกของผู้เป็นสามีให้ออกห่างจากกาย ภาพที่ปรากฏตรงเบื้องหน้าคือ ชลธีร์ ที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูไม้สักของห้องนั่งเล่นด้วยท่วงท่าสบายๆ ทว่านัยน์ตาคู่คมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขานั้นไม่ได้จับจ้องไปที่ใบหน้าของผู้เป็นบิดาเลยสักนิด หากแต่จ้องเขม็งราวกับจะตราหน้าไปยังรอยรักสีกุหลาบจางๆ บนผิวคอระหงที่คนพ่อพึ่งจะประทับตราฝากรอยเอาไว้เมื่อครู่

“อ้าว... ไอ้นี่ ขัดจังหวะคนจะรักกันจริงนะเรา” ชลธารหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้ฉุกใจคิดหรือระแคะระคายในสิ่งใด พลางสืบเท้าเดินเข้าไปตบไหล่กว้างของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างสนิทสนมตามประสาพ่อลูก

ทว่าคนลูกกลับทำเพียงยกยิ้มร้ายที่มุมปาก สายตาโลมเลียเลื่อนต่ำลงมาสบประสานเข้ากับดวงตากลมหม่นที่สั่นระริกของวรรณา ชายหนุ่มสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัดว่ายอดอกอวบอิ่มของแม่เลี้ยงสาวชูชันดันเนื้อผ้าบางเบาจนเห็นเป็นรูปทรงเด่นชัด เหตุเพราะแรงอารมณ์ตัณหาที่คั่งค้างมาจากเรื่องพัสดุต้องห้ามเมื่อกลางวัน ผนวกกับการโดนคนพ่อกระตุ้นเร้าเมื่อครู่นี้

“ขอโทษทีครับพ่อ... พอดีผมเห็นน้าเขายืนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เลยนึกว่าไม่สบายเป็นไข้ขึ้นมาเสียอีก”

วาจาสองแง่สองง่ามที่แฝงความนัยอันร้ายกาจของลูกเลี้ยง ทำเอาเจ้าของสรีระผิวนวลหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด กลิ่นกายบุรุษเพศของชลธารยังคงอบอวลติดอยู่ที่ปลายจมูก ทว่าสายตาจาบจ้วงคุกคามราวกับกำลังลอกคราบเปลื้องผ้าเธอออกทีละชิ้นของชลธีร์ มันกลับฉุดกระชากให้จุดกึ่งกลางกายสาวแหวกร่องเริ่มกลับมาแฉะชื้นหลั่งน้ำหวานเอ่อล้นออกมาอีกคราอย่างยากจะห้ามปราม

“งั้น... งั้นเดี๋ยวณาขอตัวไปจัดเตรียมโต๊ะอาหารค่ำก่อนนะคะ”

วรรณารีบเอ่ยตัดบทพลางปลีกตัวสาวเท้าก้าวเดินเข้าห้องครัวไปในทันที โดยมีสายตาของสองบุรุษต่างวัยทอดมองตามหลังสะโพกกลมกลึงไปไม่วางตา คนพ่อมองด้วยความรักใคร่และหลงใหลในเสน่หา... ทว่าคนลูกกลับจับจ้องด้วยความกระสันอยากครอบครองและมุ่งมาดที่จะทำลายล้างศีลธรรมอันดีงามให้สิ้นซากคาเยื่อใย

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำในคฤหาสน์หลังโตดูภายนอกคล้ายคลึงกับมื้ออาหารอันแสนอบอุ่นและสมบูรณ์แบบของครอบครัวผู้ลากมากดี ชลธารนั่งประจำตำแหน่งหัวโต๊ะพลางบอกเล่าเรื่องราวโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ชิ้นใหม่ที่บริษัทอย่างภาคภูมิใจและอารมณ์สุนทรีย์ วรรณานั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ คอยขยับกายตักอาหารเลิศรสเอาอกเอาใจสามีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทว่าทิศทางฝั่งตรงข้ามของเธอนั้นคือชลธีร์... ที่นั่งจ้องมองเรือนร่างของเธอด้วยสายตาราบเรียบ ทว่าประกายตาเนตรคมกลับแฝงเร้นไปด้วยเพลิงกามารมณ์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง

หญิงสาวเพียรพยายามหลบเลี่ยงสายตาคุกคามนั้น ทว่าทันใดนั้นเอง เธอต้องสะดุ้งสุดตัวจนแทบปล่อยช้อนหลุดจากมือ เมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเท้าเปลือยเปล่าอันเย็นเยียบที่สอดแทรกเข้ามาใต้ร่มผ้า ชลธีร์จงใจใช้เรียวนิ้วเท้าลากไล้ซุกซนไปตามหน้าแข้งและเรียวขาขาวเนียนละเอียดของเธอภายใต้โต๊ะอาหารอย่างอุกอาจ

“กับข้าวฝีมือน้าวันนี้... รสชาติ ‘เด็ดสารพัด’ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ”

เด็กหนุ่มวัยกระทงเอ่ยอ้างวาจายิ้มๆ พลางเอามือเท้าคางจ้องมองใบหน้าหวาน ขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกดหนักหน่วงจากฝ่าเท้าลากเลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ผ่านพ้นหัวเข่ามน ไล่เรียงระเรื่อยขึ้นไปยังโคนขาอ่อนเนื้อนุ่มของแม่เลี้ยงสาว วรรณาตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี รีบหนีบเรียวขาเข้าหากันแน่นหนาเพื่อป้องกันการรุกล้ำ ทว่าชลธีร์กลับยิ่งย่ามใจได้ใจในความตื่นกลัวของเหยื่อ ชายหนุ่มแทรกปลายนิ้วเท้าหนาบดเบียดเข้าสู่ร่องขาที่ปิดกั้นไม่สนิทของเธอ จนฝ่าเท้าของเขาขยับสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะชุ่มและอุณหภูมิที่ร้อนรุ่มจัดของร่างกายสาวผ่านเนื้อผ้าแพนตี้ชั้นดี

“อื้อออ... หืม...” วรรณาเผลอเล็ดลอดสุ้มเสียงร้องครางแปลกประหลาดระคนเสียวซ่านออกมา จนต้องรีบยกฝ่ามือขึ้นอุดปากตนเองไว้แน่น ชลธารชะงักงันช้อนในมือทันควัน แล้วหันขวับมามองภรรยาตัวน้อยด้วยความฉงนสงสัย

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับณา? ไม่สบายตรงไหนไหม... ทำไมจู่ๆ ถึงได้เหงื่อกาฬแตกพล่านขนาดนี้ล่ะครับ”

ชายหนุ่มใหญ่เอื้อมมือหนาไปแตะต้องหน้าผากมนของเมียสาวด้วยความห่วงใยอาทรอย่างที่สุด โดยหารู้ไม่เลยว่า ภายใต้โต๊ะอาหารที่แสนสงบตระการตานั้น ลูกชายสายเลือดแท้ๆ ของตนกำลังใช้ปลายนิ้วเท้าบดบี้ ขยี้คลึงส่วนเกสรที่อ่อนไหวและลึกลับที่สุดของเมียรักอย่างเมามันในอารมณ์ ชลธีร์ยกยิ้มร้ายกาจตรงมุมปาก พลางสบสายตาเข้ากับวรรณาที่บัดนี้ผิวหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ลมหายใจเข้าออกหอบถี่กระชั้น ทรวงอกอวบกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรุนแรงระทึก

“ปะ... เปล่าค่ะคุณ... แค่... แค่อาหารรสชาติมันเผ็ดร้อนเกินไปหน่อยค่ะ”

วรรณาเอ่ยคำลวงคำโตออกไป ทั้งที่ความจริงแล้วความเผ็ดร้อนระอุนั้นไม่ได้ประทับอยู่ที่ปลายลิ้น หากแต่สถิตอยู่ที่จุดกึ่งกลางกายาสาวที่กำลังสั่นระริกและหลั่งน้ำหวานเยิ้มชุ่ม เพราะปลายนิ้วเท้าของลูกเลี้ยงตัวดีที่ยังคงรุกรานย่ำยีไม่ยอมเลิกรา

“เอ่อ... ณาอิ่มแล้วค่ะ!”

ร่างบางระหงรีบขยับกายลุกพรึบขึ้นจากเก้าอี้หลบหนีสัมผัส จนช้อนเงินกระทบจานกระเบื้องเสียงดังเคร้งสะเทือนโต๊ะ เธอไม่สามารถทนแบกรับแรงกดดันและตัณหาจากปลายเท้าของชลธีร์ได้อีกต่อไป เพราะหวาดกลัวเหลือเกินว่าสามีจะจับพิรุธความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้ได้ ทางด้านคนลูกได้แต่จิ๊ปากอย่างขัดอกขัดใจที่เหยื่อสาวดิ้นหลุดรอดจากฝ่าเท้าไปต่อหน้าต่อตา ชายหนุ่มสะบัดผ้าเช็ดปากทิ้งลงบนโต๊ะพลางเอ่ยสุ้มเสียงสั้นห้วน

“งั้นผมก็ขอตัวอิ่มแล้วเหมือนกันครับ”

เขาลุกขึ้นเดินเลี่ยงแยกย้ายออกไปในทันที ททิ้งให้ชลธารมองตามหลังลูกชายไปด้วยความมึนงงชั่วครู่ ก่อนที่ฝ่ายคนพ่อจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์พราวเสน่ห์ออกมาเมื่อเห็นว่าทางสะดวกปลอดโปร่ง ชายหนุ่มใหญ่ค่อยๆ ยัดกายลุกขึ้นแล้วย่องก้าวเดินตามหลังเมียสาวเข้าไปภายในห้องครัวมืดสลัวในทันที

คนตัวเล็กกำลังยืนเท้าแขนราบไปกับขอบอ่างล้างจาน พลางสูดหายใจเข้าออกเพื่อปรับกระแสอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้กลับคืนสู่ความสงบ ทว่าทันใดนั้นเธอต้องสะดุ้งสุดตัวขนลุกซู่ เมื่อวงแขนแกร่งอันทรงพลังของชลธารสอดรัดเข้ามาโอบกอดเรือนร่างของเธอจากทางด้านหลังอย่างจู่โจม

“อ๊ะ! คุณคะ... คุณธาร”

ไม่ปล่อยให้ภรรยาได้ทันตั้งตัว ชลธารตวัดฝ่ามือรั้งเลิกชายกระโปรงเนื้อดีของวรรณาขึ้นไปกองรวมกันอยู่ที่เอวคอดกิ่ว พลางสอดแทรกฝ่ามือหนาเข้าสัมผัสกับกางเกงแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วที่ยามนี้เปียกชุ่มชื้นไปด้วยน้ำสวาทจนเนื้อผ้าบางเบาแนบสนิทไปกับร่องเนื้อเกสร ชายหนุ่มใหญ่อุทานอุบออกมาเบาๆ ในลำคอด้วยความประหลาดใจระคนตื่นเต้น

“โอ้โหเมียรัก... เหตุใดตรงนี้ถึงได้ฉ่ำแฉะเยิ้มชุ่มขนาดนี้กันครับหืม? กระสันอยากรสรักจากผมมากมายขนาดนี้เชียวหรือ?”

คำหยอกเย้าจาบจ้วงของสามีส่งผลให้วรรณาหน้าร้อนผ่าวราวกับจะไหม้ เธอพยายามจะเอ่ยปากประท้วงคัดค้าน ทว่าเรือนร่างและสัญชาตญาณดิบกลับทรยศต่อความดีงาม หญิงสาวโน้มเอียงกายโก้งโค้งไปทางด้านหน้า ฝ่ามือทั้งสองข้างเกาะกุมขอบอ่างสแตนเลสไว้แน่นหนาเพื่อพยุงร่างกายไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

“มะ... มันกลางห้องครัวนะคุณธาร... เดี๋ยว... เดี๋ยวลูกเดินมาพบเห็นเข้า...”

“เจ้าธีมันสาวเท้าขึ้นห้องนอนไปนานแล้วครับ... อย่าได้กังวลใจไปเลยเมียรัก”

ชลธารกระซิบสั่งความชิดติดติ่งหู พลางจัดการปลดปล่อยอาวุธลับประจำกายอันแข็งขึงแกร่งกล้าออกมา แล้วสวมรอยขยับกระแทกกระทั้นสวนลึกเข้าไปในรอยแยกเนื้อสวาทที่แฉะชื้นชุ่มช่ำนั้นในทันทีโดยไร้การอุ่นเครื่อง

“อ๊ะ... อ๊าส์!... คุณธารคะ... อื้อ...” หญิงสาวครวญครางระงมเสียงกระเส่า พลางเอนกายแอ่นรับสัมผัส แรงกระแทกกระทั้นอันหนักหน่วงจากทางด้านหลังของสามีผู้เจนจัดในกามโลกีย์ ส่งผลให้เธอเกิดความรู้สึกสุขสมเสียวซ่านจนลืมเลือนสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วขณะจิต

เสียงเนื้อหนังมังสาบดเบียดกระทบกันดังสะท้อนก้องอยู่ภายในห้องครัวสลัว วรรณาร่อนส่ายสะโพกมนโค้งรับท่วงทำนองจังหวะรักของชลธารอย่างลืมสิ้นซึ่งความมียางอาย

โดยที่บุคคลทั้งสองหารู้ไม่เลยว่า... ณ มุมมืดสลัวตรงบริเวณโถงทางเดินไม้สัก เรือนร่างสูงใหญ่กำยำของชลธีร์กำลังยืนนิ่งสนิทหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืด สายตาคมกริบดุจปิศาจจับจ้องมองแผ่นหลังบางเนียนของแม่เลี้ยงสาวที่กำลังสั่นคลอนโยกไหวตามแรงส่งกระแทกกระทั้นของผู้เป็นบิดาอย่างไม่วางตา

เด็กหนุ่มมองเห็นทุกท่วงท่า ทุกจังหวะจะโคน เห็นทัศนียภาพแห่งความร่านรักตัณหากระสันที่หญิงสาวแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งไร้การปิดบัง ชลธีร์ยกยิ้มเหยียดที่มุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ฝ่ามือหนาหยาบล้วงสอดเข้าไปภายในกางเกงเพื่อกุมเกาะส่วนสัดแก่นกายอันแข็งขึงขยายใหญ่โตของตนเองไว้แน่น พลางพึมพำกับตนเองเบาๆ ด้วยนำ้เสียงแหบพร่ากระหาย

“ร่านรักระเริงกามได้ใจจริงนะน้า... วันไหนตกถึงมือของผมเมื่อไหร่ล่ะก็... จะกระแทกกระทั้นให้ร้องครางระงมหนักหน่วงกว่านี้อีกหลายเท่าตัวนัก!”

ตัวอย่างตอนต่อไป

ชลธีร์: "ฮันแน่... มีคนมาแอบส่องแอบมองดูผมด้วยล่ะครับ"

วรรณาตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัวอย่างสุดขีด นิ้วมือเรียวรีบกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปในทันทีด้วยอาการลนลานทำตัวไม่ถูก

วรรณา: "น้าเปล่านะคะคุณธีร์ น้าไม่ได้ทำ"

ชลธีร์: "เปล่าอะไรกันล่ะครับน้าอพาร์ทเม้นท์ บนหน้าจอมันขึ้นโชว์หราทนโท่ว่าน้าแอบเข้ามาส่องดูสตอรีของผม เดี๋ยวนี้ระบบแอปพลิเคชันมันมีแจ้งเตือนผู้เข้าชมแล้วนะ ต่อให้ไม่ได้กดติดตาม... ชื่อบัญชีมันก็ขึ้นโชว์เด่นหราครับ"

วรรณากวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นแล้วดวงหน้าหวานถึงกับซีดเผือดราวกระดาษ ฝ่ามือเรียวที่ถือเครื่องมือสื่อสารสั่นเทาจนแทบหลุดร่วงหล่นลงพื้น ความจริงแล้วเธอแอบกดเข้ามาส่องดูสตอรีของลูกเลี้ยงหนุ่มอยู่บ่อยครั้ง เพื่อลอบมองดูมัดกล้ามและผิวพรรณหนุ่มแน่นเนื้อแน่นของเขาไปจินตนาการ ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าชลธีร์จะรู้เนื้อรู้ตัว แแถมยังใจกล้าบ้าบิ่นส่งข้อความมาทวงถามกันตรงๆ เช่นนี้

ยังไม่ทันที่เธอจะสมองแล่นหาข้อแก้ตัวใดๆ มาอ้างอิง ข้อความถัดมาก็ถูกส่งขยี้ความอับอายของเธอให้จมลงสู่ผืนดินตัณหา

ชลธีร์: "สรุปแล้ว... น้าแอบเข้ามาดูสิ่งใดในสตอรีของผมกันแน่ครับ? เข้ามาดูหน้าหล่อๆ ของผม... หรือว่าแอบเข้ามาดู ‘สิ่งอื่นที่ใหญ่โต’ กันแน่หืม?"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป