บทที่ 5 ตอนที่ 4 : เมื่อสามีไม่มีเวลาให้
ตอนที่ 4 :
เมื่อสามีไม่มีเวลาให้
หลังจากบทสวาทอันร้อนรุ่มเร่งรีบบริเวณริมอ่างล้างจานในห้องครัวสิ้นสุดลง ชลธารผู้เอิบอิ่มและได้รับการตอบสนองจนสมใจอยาก ก็เอ่ยปากขอตัวแยกย้ายไปจัดการกับเอกสารโครงการสำคัญที่ยังคั่งค้างต่อภายในห้องทำงานส่วนตัว ปล่อยทิ้งให้วรรณานั่งทอดถอนใจแปะอยู่บนโซฟาหนังแท้เพียงลำพัง หญิงสาวระบายลมหายใจออกยาวเหยียด พลางเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาเปิดหน้าจอ เลื่อนดูความเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียลมีเดียหวังจะขับไล่ความฟุ้งซ่านรัญจวนใจให้ละลายหายไป ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจ โลกอันเงียบสงัดของเธอก็ต้องสั่นสะเทือนอีกครา
ติ้ง!
สุ้มเสียงสัญญาณแจ้งเตือนข้อความเข้าจากช่องทางไดเรกเมสเสจ (DM) แผดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นิ้วเรียวสวยกดเปิดดูด้วยความฉงนสนเท่ห์ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะพลันเบิกกว้างเมื่อทัศนาเห็นรูปภาพโปรไฟล์อันคุ้นตาของบุตรชายเจ้าของคฤหาสน์ ผู้เพิ่งแยกย้ายห่างกายเธอไปเมื่อครู่ใหญ่
ชลธีร์: "ฮันแน่... มีคนมาแอบส่องผมด้วย"
วรรณาตื่นตระหนกจนใจหายวาบไปในทันควัน นิ้วมือเรียวรีบกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยอาการลนลานทำตัวไม่ถูก
วรรณา: "น้าเปล่านะคะ"
ชลธีร์: "เปล่าอะไรกันครับ มันขึ้นทนโท่ว่าน้าแอบส่องสตอรีผม เดี๋ยวนี้ระบบมันมีแจ้งเตือนแล้วนะ ต่อให้ไม่ได้ติดตาม... ชื่อมันก็ขึ้นโชว์ครับ"
เมื่อกวาดสายตาอ่านเนื้อความเหล่านั้น ดรรชนีที่ถือเครื่องมือสื่อสารก็สั่นเทาจนแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ผิวหน้าอันนวลเนียนขาวผ่องซีดเผือดลงราวกระดาษ ความจริงแล้วเธอแอบกดเข้าไปลอบมองดูสตอรีของลูกเลี้ยงหนุ่มคราวลูกอยู่บ่อยครั้ง เพื่อลุ่มหลงชื่นชมมัดกล้ามและสรีระผิวพรรณอันหนุ่มแน่นแน่นเนื้อ ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าชลธีร์จะฉลาดเฉลียวรู้เท่าทัน ซ้ำร้ายยังใจกล้าบ้าบิ่นส่งข้อความมาทวงถามคาดคั้นกันตรงๆ อย่างอุกอาจเช่นนี้
ยังไม่ทันที่สมองอันพร่าเลือนจะขบคิดหาข้อแก้ตัวใดๆ มาทักท้วง ข้อความถัดมาก็ถูกส่งขยี้ความอับอายของเธอให้จมลงสู่ก้นบึ้งของความอัปยศ
ชลธีร์: "สรุปน้ามาดูอะไรในสตอรีผมเหรอครับ? ดูหน้า... หรือว่าแอบดูอย่างอื่นกันแน่?"
วรรณาลอบกลืนก้อนน้ำลายเหนียวลงคอที่แห้งผากราวกระดาษทราย ภาพความทรงจำกระจ่างชัดในมโนสำนึกทันทีว่าภาพถ่ายสตอรีล่าสุดที่ชลธีร์ลงไว้นั้น คือรูปภาพที่เรือนร่างกำยำเพิ่งผ่านการชำระล้างร่างกายมาหมาดๆ โดยมีเพียงผ้าขนหนูผืนสั้นพันกายเอาไว้หมิ่นเหม่บริเวณสะโพกสอบ แขนงขนและมัดกล้ามหน้าท้องส่วนล่างขับเน้นให้กึ่งกลางกายหนุ่มนูนเด่นตระหง่านดันเนื้อผ้าออกมาจนเห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่กักขฬะได้อย่างชัดเจนสยดสยอง
เธอนั่งนิ่งค้างจ้องมองหน้าจอสี่เหลี่ยมตาไม่กะพริบ ความเงียบงันภายในบ้านหลังโตยิ่งขับเน้นให้อัตราการเต้นของก้อนเนื้อในทรวงอกแผดเสียงดังโครมครามสวนทางกับความเป็นจริง รอยรักประทับสีกุหลาบเข้มบนผิวคอระหงที่ผู้เป็นสามีพึ่งฝากรอยเอาไว้ยังไม่ทันจะจางหาย ทว่าในยามนี้ ความกระสันอยากและตัณหาที่มีต่อบุตรชายของเขากลับปะทุพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอกอย่างบ้าคลั่ง เพียงเพราะถ้อยคำยั่วยุไม่กี่ประโยค
‘ไม่ได้นะวรรณา... นั่นมันลูกเลี้ยงในไส้ของผัวเธอเองนะ’
เธอยังไม่ทันที่จะรวบรวมเศษเสี้ยวสติสัมปชัญญะอันน้อยนิดเพื่อพิมพ์วาจาปฏิเสธตอบกลับ สัญญาณข้อความก็แผดจ้าขึ้นอีกหน ทว่าครานี้ไม่ใช่ตัวอักษรหากแต่เป็น ‘รูปภาพ’ ลับเฉพาะ ฝ่ามือเรียวสั่นระริกค่อยๆ แตะเปิดไฟล์ภาพนั้นออกดู ก่อนที่ดวงตากลมหม่นจะเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้าด้วยความรัญจวนซ่านเสียว ภาพเบื้องหน้าคือรูปถ่ายของชลธีร์ที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำมาใหม่ๆ ผิวกายแกร่งอุดมไปด้วยมัดกล้ามเปียกชื้นเกาะพราวไปด้วยหยดน้ำสะท้อนแสงไฟนีออนในห้องนอนดูเย้ายวน
และที่สำคัญที่สุด... หนนี้เรือนร่างทองแดงของพยัคฆ์หนุ่ม ไร้ซึ่งอาภรณ์หรือผ้าขนหนูผืนใดปกปิดกายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ชลธีร์จงใจตั้งองศากล้องถ่ายภาพจากมุมสูงกดลงต่ำ เผยให้เห็นแผงอกกว้างพืดอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออกแน่นปั๋งดุดันที่ถอดแบบสรีระมาจากผู้เป็นบิดาทุกกระเบียดนิ้ว ทว่ามีความสดใหม่ หนุ่มแน่น และดูโหดเหี้ยมกว่าหลายเท่าตัว รอยสักหมึกสีเข้มรูปนกอินทรีสยายปีกพยัคฆ์เหยี่ยวตรงทรวงอกข้างซ้ายอันเป็นจุดที่วรรณาลอบสายตามองด้วยความกำหนัดบ่อยครั้ง เด่นหราท้าทายสายตาของเธออย่างโจ่งแจ้ง
กระแสภาพเลื่อนต่ำลงมายังบริเวณท้องน้อยที่ราบเรียบแต่แข็งแกร่งดุจแผ่นหิน ปรากฏแนวเส้นขนอ่อนสีเข้มดุดันลากไล้ระเรื่อยจากใต้สะดือมน หายวับเข้าไปในขอบล่างของรูปภาพที่ชายหนุ่มจงใจดึงมุมกล้องลงต่ำจนหมิ่นเหม่เฉียดฉิว อวดอ้างความยิ่งใหญ่ชายชาตรีจนวรรณาแทบจะสำลักน้ำลายตนเองออกมารุนแรง
ดวงหน้าคมคันสันเหลี่ยมของชลธีร์ที่จ้องลึกเข้ามาในเลนส์กล้องด้วยนัยน์ตาเจ้าเล่ห์หื่นกระหาย มันช่างดูเถื่อนดิบและเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า ต่างจากความนุ่มนวลอบอุ่นของชลธารราวฟ้ากับเหว ทุกสัดส่วนของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบคนนี้คือความสมบูรณ์แบบทางเพศที่วรรณาถวิลหาซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต
ชลธีร์: "สรุปน้าอยากดูตรงไหนครับ?"
ประโยคคำถามสั้นๆ ที่ส่งตามหลังรูปภาพกักขฬะนั้น เปรียบเสมือนบ่วงบาศตัณหาที่รัดตรึงลำคอของวรรณาไว้แน่นหนาจนแทบสำลักความใคร่ เธอจ้องมองภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าของลูกเลี้ยงตาเยิ้มเป็นมัน ความต้องการลึกๆ ที่ซุกซ่อนอยู่แผ่ซ่านพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งอย่างกู่ไม่กลับ จุดยุทธศาสตร์ใจกลางความเป็นหญิงเริ่มหลั่งน้ำหวานเอ่อล้นเยิ้มแฉะและคันยุบยิบจนเนื้อตัวสั่นระริกแทบจะทนทานสู้แรงเสียดทานไม่ไหว
‘เด็กบ้าคนนี้... มันกะจะกลั่นแกล้งให้เราทรมานร่านรักจนอกแตกตายเลยใช่ไหม’
วรรณารีบยัดซ่อนโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าอย่างลนลานลี้ภัยหลังจากทัศนาภาพหลอนประสาทที่ชลธีร์ส่งมา ความร้อนรุ่มระอุที่กึ่งกลางกายาสาวทวีความรุนแรงเข้มข้นจนเธอไม่สามารถนั่งนิ่งเฉยอยู่บนโซฟาได้อีกต่อไป
ร่างบางสลัดความลังเล ลุกพรึบขึ้นจากที่นั่ง ร่างกายสั่งการให้เธอตัดสินใจพุ่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของผู้เป็นสามีในทันที โดยวาดหวังในใจว่าจะใช้ ‘ของจริง’ ที่ถูกกฎหมายและศีลธรรมช่วยดับไฟสวาทกระสันที่ลูกเลี้ยงหนุ่มเพิ่งจุดไฟเผาทิ้งไว้ วรรณาผลักเปิดประตูไม้สักเข้าไปโดยไม่ได้ส่งสัญญาณเคาะล่วงหน้า พลางสืบเท้าตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดเรือนร่างของชลธารจากทางด้านหลังอย่างกระชั้นชิด ในขณะที่ชายหนุ่มใหญ่วัยทองกำลังจดจ่อสมาธิอยู่กับตารางงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
“คุณธารคะ... พอจะวางงานก่อนได้ไหม”
เธอซุกซบดวงหน้าหวานหยาดเยิ้มลงกับบ่าหนา พลางเลื่อนเรียวนิ้วมือเลาะลูบไล้ไปตามแผงอกเสื้อเชิ้ตของสามีอย่างมีจริตยั่วยวน กระแสลมหายใจหอบสั่นถี่กระชั้นของเธอเป่ารดต้นคอของเขา หวังใจจะจุดชนวนเพลิงรักอารมณ์สวาทให้ลุกโชนตื่นตัวขึ้นมาอีกหน ทว่าชลธารกลับชะงักไปเพียงครู่เดียว เขาเอื้อมมือหนามาลูบหลังมือภรรยาตัวน้อยเบาๆ ทว่าสายตาคมกลับไม่ยอมละลดละไปจากกองเอกสารและข้อความบนจอภาพตรงหน้าเลยสักนิด
“ที่รัก... ตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ ครับ งานต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้เช้า”
ชลธารเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อยตามปกติ พลางเบนใบหน้ามาฝังจมูกหอมแก้มเนียนของภรรยาสาวเร็วๆ หนึ่งฟอดเพื่อเป็นการตัดรำคาญและปลอบโลม ทว่าตัวเขากลับไม่ได้สัมผัสหรือรับรู้ถึงกระแสคลื่นความต้องการอันรุนแรงกระสันกระหายที่กำลังเดือดพล่านของภรรยาเด็กเลยสักกระผีกริ้น
“แต่คุณ... ณาอยาก...” คนงามพยายามเปล่งวาจาอ้อนวอนชิดใบหู ฝ่ามือเรียวเริ่มเลื้อยต่ำลงใต้ขอบโต๊ะ มุ่งตรงไปยังเป้ากางเกงสแลกซ์ของสามีหมายจะปลุกเร้า ทว่าชลธารกลับตวัดคว้าจับข้อมือเล็กนั้นไว้เสียก่อนอย่างรู้ทัน
“ไปรอที่ห้องก่อนนะครับเดี๋ยวดึก ๆ ผมตามไป... นะครับคนดี ตอนนี้ผมไม่มีสมาธิเลยจริง ๆ”
วาจาปฏิเสธที่แสนจะสุภาพ สุขุม ทว่าเพิกเฉยไร้เยื่อใยของสามี ทำเอาสรีระร่างกายของวรรณาชาวาบสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย กระแสความต้องการที่กำลังพุ่งทะยานสูงลิ่วถูกเบรกฉุดกระชากกะทันหันจนกลายเป็นความอัดอั้นตันใจอย่างมหันต์ ชลธารหันกลับไปให้ความสนใจกับตัวเลขในจอคอมพิวเตอร์ต่อในทันที ปล่อยทิ้งให้ภรรยาสาวพราวเสน่ห์ยืนคว้างเคว้งคว้างอยู่วังเวงท่ามกลางห้องทำงาน
เธอยืนมองแผ่นหลังที่แสนจะเฉยชาและห่างเหินของสามี ต่างจากภาพสลักมัดกล้ามท้องล่ำสันเนื้อแน่นของลูกเลี้ยงหนุ่มที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตาในโทรศัพท์ ความหงุดหงิดระคนอ้างว้างเริ่มแปรสภาพแปรเปลี่ยนกลายเป็นความดื้อรั้นขัดขืน วรรณาเม้มริมฝีปากอิ่มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะหมุนเรือนร่างระหงสับเท้าก้าวเดินออกจากห้องทำงานไปในทันที
วรรณาเดินกระฟัดกระเฟียดฟาดลมฟาดแล้งออกมาจากห้องทำงานของสามี ด้วยอารมณ์ใคร่ที่คั่งค้างและโมโหจนถึงขีดสุด ทว่าเพียงแค่ก้าวพ้นขอบประตูทางเดินมาได้ไม่กี่ก้าว เรือนร่างบางก็ต้องชะงักกึกหยุดอยู่กับที่ เมื่อสายตาพลันสบประสาทเข้ากับร่างกำยำสูงใหญ่ของชลธีร์ ที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังตึกดักรอท่าทีของเธออยู่ก่อนแล้วอย่างผู้เหนือกว่า
ดวงหน้าหล่อเหลาคมคายยกยิ้มร้ายตรงมุมปากอย่างผู้ชนะ แววตาคมกริบดุจปิศาจจดจ้องมองมาอย่างเป็นต่อและรู้แจ้งในสถานการณ์ จนแม่เลี้ยงสาวต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดมุ่ยหน้าใส่ด้วยความโกรธาที่โดนเด็กหนุ่มล่วงรู้ความนัยและจับพิรุธได้ไปเสียทุกย่างก้าว
“ยังไงซิ... เขาไม่ยอมเอาใจน้าอีกแล้วใช่ไหมครับ?”
วาจาจาบจ้วงหยาบโลนที่แทงลึกทะลุใจดำทำเอาวรรณาอารมณ์เดือดปะทุขึ้นมาในทันที เธอเชิดหน้าดวงหน้าหวานตอบกลับไปด้วยสุ้มเสียงแข็งกร้าว
“ไม่ใช่ธุระอะไรของคุณธีนี่คะ!”
กระแสความหงุดหงิดขัดใจส่งผลให้เธอพาลใส่เด็กหนุ่มอย่างลืมตัว ทว่าในเวลานี้เธอหาได้นำพาต่อสิ่งใดไม่... ก็ไม่ใช่เพราะตัวเขาหรอกหรือที่ส่งภาพลามกอนาจารมาปั่นประสาทหัวของเธอจนกระเจิดกระเจิง และไม่ใช่เพราะการยั่วยุของเขาหรอกรึเปล่าที่บีบคั้นให้เธอต้องบึ่งร่างไปเสนอตัวให้ผัวแก่จนโดนผลักไสปฏิเสธกลับมาให้อับอายเยี่ยงนี้
ทว่าทางด้านของอีกฝ่าย แทนที่จะแสดงอาการโกรธเคืองที่โดนสตรีตวาดใส่ ชลธีร์กลับทำเพียงหัวเราะหึขยับในลำคอเบาๆ เขาเคลื่อนกายหนุ่มแน่นเข้าหาอย่างเชื่องช้าทว่ากดดัน จนแผงอกกว้างกักขฬะแทบจะบดเบียดชนเข้ากับทรวงอกอวบอัดที่กระเพื่อมไหวของเธอ วรรณาตื่นตระหนกถอยร่นหนีจนแผ่นหลังนวลพิงแนบสนิทชิดติดผนังตึกบ้านไร้ทางถอย ฝ่ามือหนาหยาบของลูกเลี้ยงหนุ่มเอื้อมยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมเส้นบางที่หลุดร่วงตกลงมาบดบังใบหน้าสวยไปทัดไว้ที่ใบหูอย่างแผ่วเบาทะนุถนอม ทว่าซ่อนเร้นสัมผัสแห่งการคุกคาม ก่อนจะโน้มใบหน้าต่ำลงกระซิบชิดติดเรียวหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพร่าเลือนที่ชวนให้กระแสเสียวซ่านลุกเกรียวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย
“ที่น้าหงุดหงิดอยู่นี่... เพราะพ่อ... เพราะผม... หรือว่าเพราะ ‘อารมณ์ค้าง’ กันแน่ครับ?”
สัมผัสจาบจ้วงจากกระแสลมหายใจร้อนผ่าวและกลิ่นอายสาบหนุ่มที่รุนแรงดุดันกว่าคนเป็นพ่อ ทำเอาวรรณาเกิดอาการหัวเข่าอ่อนแรงจนแทบจะยืนหยัดทรงตัวไม่อยู่ เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามหลบหลีกสายตาคมกริบที่เหมือนกำลังลอกคราบเปลื้องผ้าเปลือยเรือนร่างของเธอออกมาประจานประพฤติอนาจารกลางบ้านหลังใหญ่
“ถ้าพ่อไม่ว่าง... ผม ‘ว่าง’ เสมอสำหรับน้านะครับ อยากพิสูจน์ไหมว่าในรูปกับของจริงที่อยู่ตรงหน้าน้าตอนนี้... อะไรมันจะ ‘ถึงใจ’ กว่ากัน”
ชลธีร์จงใจขยับโยกสะโพกสอบสอบแน่นของตนก้าวเข้าเบียดเสียด บดบี้แนบชิดเข้าหากลางหน้าท้องแบนราบของแม่เลี้ยงสาวอย่างโจ่งแจ้ง จนเนื้อผ้าเสียดสีส่งผลให้เธอสัมผัสรับรู้ได้ถึงความแข็งขึงแกร่งกล้าดุจท่อนเหล็กของแก่นกายหนุ่ม ที่พร้อมจะระเบิดปะทุความใคร่ออกมาภายใต้กางเกงของเขาได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งรุนแรง...
ตัวอย่างตอนต่อไป
“คุณธีร์... อย่าทำรอย... อย่าทำรอยเด็ดขาดนะคะ เดี๋ยวคุณธารจะเห็นเข้า...”
วรรณาเอ่ยปรามด้วยสุ้มเสียงสั่นพร่าเลือนระคนหวาดกลัว เรือนร่างสั่นสะท้านเป็นระลอกเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงขบเม้มดูดดึงอย่างตะโบมโลมเลียที่ซอกคอขาวระหงเนียน ทว่าแทนที่ลูกเลี้ยงหนุ่มผู้หื่นกระหายจะหยุดยั้งการกระทำ เขากลับทำเพียงหัวเราะหึในลำคออย่างผู้เหนือกว่า พลางเอ่ยเถียงตอกกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นชาหนึบที่ชวนให้คนฟังใจสั่นสะท้านสยดสยอง
“พ่อไม่สนหรอกครับ... เพราะยังไงเขาก็คงทึกทักคิดว่าเป็นรอยสวาทที่ตัวเองฝากฝังทำไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ในครัว คงไม่มานั่งเสียเวลาคิดเล็กคิดน้อยนับจำนวนรอยดูดหรอกว่าของใครเป็นของใคร”
ถ้อยคำสบประมาทจาบจ้วงนั้น ประหนึ่งค้อนปอนด์ยักษ์ที่ทุบทำลายกำแพงศีลธรรมลิขิตข้อสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของวรรณาจนพังทลายลงราบคาบพสุธา เธอตื่นเต้นระทึกใจจนแทบควบคุมสัญชาตญาณร่านรักของตนเองไม่อยู่ ดีชั่วรู้หมดแต่มันอดรนทนไม่ได้จริงๆ เรือนร่างบางอ่อนระทวยไหลละลายไปกับทุกสัมผัสจาบจ้วงล้วงล้ำของเด็กหนุ่มอย่างน่าอาย ยิ่งในเพลานี้ที่ฝ่ามือหนาหยาบเลื่อนไถลลงต่ำผ่านหน้าท้องแบนราบ ลากไล้ฝ่ามือจมหายลงไปสัมผัสกับความฉ่ำชื้นแฉะเยิ้มที่เอ่อล้นทะลักออกมาจากใจกลางความเป็นหญิงสาวจนเปียกโชกชุ่มชโลมท่วมเรียวนิ้ว
“ซี้ดดด... อ๊า...”
กระแสลมหายใจสูดปากของชลธีร์สะดุดห้วงขาดช่วงไปทันควันจนวรรณารู้สึกได้ถึงความกระสันของอีกฝ่าย ฝ่ามือหนาเริ่มรุกรานย่ำยีหนักหน่วงยิ่งขึ้น ก้านนิ้วยาวเรียวซุกแทรกรูดควานเข้าไปภายในราวกับต้องการเสาะแสวงหาความปรารถนาลับที่ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางความร้อนรุ่มระอุของช่องทางรัก เขาจงใจประจานความร่านรักตัณหากลับของแม่เลี้ยงสาว ด้วยการถอนดึงก้านนิ้วยาวชุ่มคาวสวาทนั้นออกมาจากช่องทาง แล้วยกชูขึ้นมาจ่อตรงเบื้องหน้าดวงหน้าหวาน ให้หญิงสาวได้ทัศนาหลักฐานแห่งความใคร่บาปที่ติดหนึบเปรอะเปื้อนก้านนิ้วออกมาจนเยิ้มหยด
“ดูสิครับน้า... น้ำรักเยิ้มเฉอะแฉะขนาดนี้เชียว...”
