บทที่ 1 จะล่าหนู

ท่ามกลางเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์แผดเสียงขู่กันจนแผ่นดินรอบบริเวณสั่นสะเทือน กลิ่นยางไหม้คลุ้งผสมกับกลิ่นน้ำมันในอากาศคือสิ่งที่ยืนยันว่า เรดไลน์ สนามแข่งรถระดับไฮเอนด์กำลังเปิดฉากรอบดาร์ก หรือรอบเดิมพันใต้ดินอย่างเป็นทางการแล้ว

ร่างเล็กในชุดหมีช่างยนต์สีกรมท่าเปรอะคราบน้ำมันเครื่อง ยืนหลบมุมมืดข้างโซนซ่อมบำรุง สองมือกุมโทรศัพท์มือถือไว้แน่นสายตาภายใต้กรอบแว่นสายตาหนาเตอะสอดส่องไปทั่วบริเวณด้วยความร้อนรน

“ไอ้จิน ฉันหลุดเข้ามาข้างในได้แล้ว ช่วยบอกทีว่าไอ้พลอยอยู่ไหนตอนนี้” 

เอวา กลอกเสียงใส่โทรศัพท์แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ข้างสนามอย่างเอาเป็นเอาตาย ตัวเล็กยังพยายามยืดคอมองหาใครคนหนึ่ง ขณะที่หูพยายามฟังเสียงปลายสายที่ขาดๆ หายๆ อย่างตั้งใจไปด้วย

[ตอนนี้เหมือนพวกมันกำลังพาเด็กที่เป็นของรางวัลในคืนนี้ไปเวที] เสียงจินนี่เพื่อนสนิทตะโกนตอบมาตามสาย [พลอยมันน่าจะอยู่ใกล้ๆ แถวเวทีกับแก๊งเพื่อนสก๊อยมันนั่นแหละ แกรีบเลย ตอนนี้ฉันแทบขยับไม่ได้ คนแน่น โอ๊ย!] 

สิ้นเสียงอุทานสายก็ถูกตัดไป บางทีจินนี่อาจจะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ตอนนี้เธอคงต้องพึ่งพาตัวเองไปก่อน 

เอวายัดโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากาง ดึงหมวกแก๊ปสีลงต่ำเพื่อปิดบังใบหน้า ก่อนจะเริ่มออกก้าวเดินอีกครั้ง ตรงดิ่งไปยังหลังเวทีที่ใช้โชว์ตัวของรางวัล เป้าหมายคือ พลอย ลูกพี่ลูกน้องที่เธอรักเหมือนน้องแท้ๆ ที่แอบหนีมาขายตัวในงาน! 

ทว่ายังไม่ทันเดินไปถึงหลังเวที โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้นอีกครั้ง หน้าจอปรากฏชื่อคนที่ตนกำลังตามหา เธอรีบกดเปิดอ่านข้อความล่าสุดไม่แม้แต่จะลังเล

Ploy : อยู่นี่นะ แต่ห้ามตามมา หนูจัดการเองได้

เธอนิ่งไปสองวินาที ก่อนจะกัดฟันกรอดด้วยความโมโหขั้นสุด “ไม่อยากให้ตามหาแล้วจะส่งข้อความมาทำไม เด็กบ้าเอ๊ย!”

นิ้วเรียวเปิดไอจี พลางเลื่อนหน้าจอหาแอคเคาน์ของลูกพี่ลูกน้องตน โพสต์ล่าสุดที่ลงเป็นภาพในชุดเดรสสั้นจนน่าใจหาย หล่อนยืนอยู่หน้าเวที ด้านล่างมีแคปชันสั้นๆ ว่า

คืนนี้ถ้าสำเร็จ ฉันก็มีเงินพอเปลี่ยนชีวิตตัวเองแล้ว

มือเล็กกำโทรศัพท์แน่น รู้ดีว่าพลอยไม่เคยพอใจกับชีวิตตัวเอง ไม่ว่าจะเสื้อผ้า กระเป๋า โทรศัพท์ หรือผู้ชายที่เข้ามาจีบ เด็กคนนั้นมักมองคนอื่นแล้วคิดว่าตัวเองก็ควรมีเหมือนกัน

แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่า ความอยากมีอยากได้จะนำพาหล่อนมาถึงสถานที่แบบนี้ แล้วยังยอมเป็นของเล่นโง่ๆ เพื่อแลกกับเศษเงินพวกคนรวยเธอยิ่งคิดไม่ถึง

“ยัยเด็กโง่…” มือเล็กกำหมัดแน่น ก่อนเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า

ครั้งนี้จะลากพลอยกลับบ้านด้วยตัวเอง ต่อให้ต้องหิ้วคอออกจากสนามแข่งก็ตาม

เอวาตัดสินใจเดินอ้อมฝูงชนไปทางด้านหลังของสนาม ตั้งใจจะหาวรนุช เจ๊ใหญ่ของเอเจนซี่ที่ใครๆ ก็รู้จักในวงการนักแข่งเรื่องจัดหาเด็ก บางทีถ้าหาพลอยเลยอาจจะยากกว่าการหาคนพามา

ทว่าขณะที่กำลังปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ เสียงเครื่องยนต์จากลานจอดรถด้านข้างกลับสะดุดหูเธอเข้าเสียก่อนจนเธออดหยุดฟังมันไม่ได้ 

เสียงรอบเครื่องไม่ปกติ ถ้าให้ลงสนาม รถคันนี้ได้พังแน่!

เธอสะหัวแรงๆ พยายามไม่สนใจเพราะเป้าหมายของตนไม่ใช่มาซ่อมเครื่องยนต์ให้ใคร ร่างเล็กจึงหมุนตัวกลับ ปืนขึ้นไปบนถังขยะ กวาดสายตาหายัยวรนุชต่อ 

ด้านบนของตึก VIP Zone ห้องรับรองที่มองเห็นสนามแข่งได้รอบทิศทาง

ราม ในเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสองเม็ดบน กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงระยับ มือถือแก้วบรั่นดีทรงสูงหมุนวนน้ำสีอำพันไปมา ดวงตาคมกริบจ้องไปยังแก้วในมือด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนยกมันขึ้นจิบเล็กน้อยให้เลือดสูบฉีด ไม่ต้องการดื่มให้เมา เพราะคืนนี้มีแข่งรถ 

ข้างๆ กันนั้น คิณ เพื่อนสนิทและนักแข่งมือหนึ่งประจำทีม ยืนพิงโต๊ะไม้ควงกุญแจรถสปอร์ตอย่างย่ามใจ 

“คืนนี้รถพร้อมใช่ไหมราม” คิณถามขึ้นพลางทอดสายตามองลงไปยังสนามด้านล่างที่ตอนนี้เริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ เพราะการแข่งใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว

“ทำไมถามงั้น กลัวกูแพ้เหรอ”

“ครั้งนี้พวกฝั่งนู้นมันท้าเดิมพันหนัก กูไม่อยากให้มีข้อผิดพลาด”

“กูจูนกล่องเองกับมือเป็นอาทิตย์ เรื่องเครื่องยนต์น่ะไม่มีปัญหาแน่ๆ ห่วงแค่ฝีมือมึงเถอะ อย่าแหกโค้งให้กูอายแล้วกัน” เขาแสยะยิ้มร้าย ก่อนยักคิ้วให้เพื่อนอย่างกวนๆ 

“ถ้ากูพลาด กูยอมกราบตีนมึงเลยไอ้ราม!” คิณหัวเราะหึๆ ก่อนจะชี้มือลงไปทางเวทีด้านล่าง “ได้ยินว่าคืนนี้เห็นมีสาวซิงเป็นของรางวัลด้วย มึงสนป่ะ”

รามตวัดสายตามองตามนิ้วเพื่อน เขาจะกระตุกยิ้มเหยียดเมื่อเจอเข้ากับร่างระหงในชุดวาบหวิวสุดเซ็กซี่ยืนเรียงรวมกันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเวที 

“ไร้สาระฉิบหาย ใครมันอนุญาตให้เอาคนมาเดิมพันในสนามกูวะ!”

เขาไม่ได้อนุญาตให้มีการเดิมพันด้วยคนในเรดไลน์ แต่ครั้งนี้รามไม่ได้ลงไปจัดการด้วยตัวเอง เลขาพ่อเขาคงคิดว่าอยากหาอะไรใหม่ๆ เลยเอาผู้หญิงมาเป็นเดิมพันล่ะมั้ง 

“เอาน่า สีสันรอบดาร์ก” คิณไหวไหล่ทำเหมือนไม่สนใจ ก่อนเดินไปยืนริมกระจกเพื่อมองบรรยากาศรอบๆ งาน 

“สีสันเหรอ น่าเบื่อสิไม่ว่า!” 

เขาหัวเราะหึ คว้าเอาโทรศัพท์มือถือกะว่าจะโทรไปด่า ณัฐนันท์ เลขาส่วนตัวของพ่อสักหน่อย ทว่าในจังหวะที่รามกำลังค้นหาเบอร์ หางตาดันไปสะดุดเข้ากับใครคนหนึ่งด้านล่างใกล้ๆ อู่จูนรถแข่งเข้า

ร่างเล็กในชุดช่างยนต์สีกรมท่า สวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ดูท่าทางร้อนรนจนผิดสังเกต เธอคนนั้นปืนขึ้นไปบนถังขยะ ยืดตัวขึ้นมองหาอะไรบางอย่าง ท่าทางมีพิรุธจนน่าสงสัย 

จริงอยู่ว่าดูผ่านๆ อาจจะเหมือนทีมช่างของเรดไลน์ทั่วไป แต่สัญลักษณ์อันเลือนลางข้างหลังนั่น ไม่ใช่คนของเขาแน่นอน!

รามขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหรี่แคบลง สนามแข่งรอบดาร์กคืนนี้มีเดิมพันหลายสิบล้าน การที่ใครบางคนจะส่งสปายมาแอบสลับอะไหล่ หรือขโมยสายกล่อง ECU ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เขาไม่เคยเจอ เขาจึงฟันธงไปแล้วว่า เธอคนนั้นจะต้องเป็นพวกใครสักคนที่ถูกส่งมาเพื่อสร้างปัญหาแน่ๆ 

“คิณ” รามเอ่ยเสียงเย็น ลุกขึ้นยืน เดินตรงไปหยุดที่หน้าจอมอนิเตอร์ที่กำลังฉายภาพของเอวาจากกล้องวงจรปิด

“ว่า?”

“มาดูนี่มึงคิดว่าไง” 

ร่างสูงของคิณเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า มองตามสายตาเพื่อน

“เชี่ย! คนของใครวะ”

“มึงคิดว่าเป็นสปายไหม หรือแค่คนที่ชอบสอดรู้สอดเห็น” เขาขอความเห็นจากเพื่อนเพื่อความแน่ใจก่อนจับหล่อนมาเค้นถาม 

“มันอยู่ใกล้รถมึง ทำตัวมีพิรุธ… กูว่าจับมาสอบก่อนก็ดี”

รามยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจในคำตอบ เหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่ายังมีอีกประมาณชั่วโมง น่าจะพอให้เล่นสนุกกับหนูที่แอบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาได้ 

“สั่งคนของเราไปดักทางออกไว้ทุกทาง อย่าให้มันหนีออกไปได้”

“มึงจะทำไงกับเขาวะ” ถามพร้อมยกโทรศัพท์แนบหู เตรียมทำตามคำสั่งของเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวกูจัดการเอง...” รามเอ่ยพลางหมุนคอขับไล่ความล้า “คืนนี้กูจะล่าหนูสักหน่อย!”

บทถัดไป