บทที่ 2 หนูที่ไม่รู้ตัว
“คืนนี้กูจะล่าหนูสักหน่อย”
คิณที่กำลังแนบโทรศัพท์เหลือบมองเพื่อนด้วยสายตากึ่งขำกึ่งสงสัย ปกติมันสนใจใครที่ไหน ถ้ามีหนูเล็ดรอดเข้ามาส่วนใหญ่จะให้ทีมรักษาความปลอดภัยเข้าไปจัดการ สงสัยวันนี้คงนึกคึก อยากเล่นสนุกกับเหยื่อ
“มึงว่างขนาดนั้นเลยหรือไงไอ้ราม”
“ก็พอที่ล่าเหยื่อตัวเล็กๆ ได้”
“แล้วถ้าหนูมันกัดเอากลางทางล่ะ?”
รามละสายตาจากจอมอนิเตอร์กลับมามองเพื่อน แล้วฉีกยิ้มชั่วร้าย “ก็ให้มันลองดู”
เขากลับไปจ้องจอมอนิเตอร์อีกครั้ง ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณอู่ซ่อมเผยให้เห็นร่างเล็กในชุดช่างยนต์สีกรมท่าตรงกลางจอ เจ้าตัวกำลังยืนเขย่ง ชะเง้อข้ามฝูงชนด้วยท่าทีร้อนรน พร้อมกันนั้นก็พิมพ์ข้อความอย่างบ้าคลั่งในโทรศัพท์
น่าแปลก… ถ้าเป็นสายสืบของคู่แข่ง ไม่น่าทำอะไรโจ่งแจ้งขนาดนี้ แต่นี่ยัยนี่กลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากล้องกำลังจับภาพเธออยู่ทุกมิติ เหมือนพวกมือใหม่ไม่มีผิดเพี้ยน
“ให้คนของเราเฝ้าทางออกไว้พอเข้าใจไหม ไม่ต้องแตะตัวจนกว่ากูจะไปถึง” เสียงเข้มพูดผ่านโทรศัพท์ของเพื่อน ก่อนคว้าเอาวิทยุสื่อสารแบบพกพามาไว้ในมือ “หลังจากนี้ติดต่อฉันผ่านวอ”
[รับทราบครับคุณราม] หัวหน้ารักษาความปลอดภัยกระจายตัวตามคำสั่งของผู้เป็นนายทันที
“มึงนี่ก็แปลก คนอื่นเขาเตรียมตัวลงแข่ง แต่มึงดันไปสนใจผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้” คิณหัวเราะหึในลำคอ หรี่ตามองคนตรงหน้าที่ในที่สุดมันก็ยอมทำสีหน้าอื่นให้ได้เห็นในรอบหลายปีมานี้
“กูแค่อยากรู้ว่าไอ้คนที่มันหลงเข้ามาในถิ่นกู แล้วยังประมาททำตัวเป็นจุดเด่น มันเป็นคนยังไง”
“ฟังดูน่ากลัวฉิบหาย”
“กูไม่ได้จะล่ามัน” รามหัวเราะเบาๆ ในลำคอขณะหยิบแจ็กเก็ตขึ้นมาสวม “มึงไปเตรียมรถก่อนเถอะ ถ้ามีคนกล้าส่งคนมาขนาดนี้แล้ว บางทีห้องเครื่องอาจจะเละเทะไปแล้วก็ได้”
“แล้วมึงล่ะ”
“เดี๋ยวกูตามไป ตอนจับหนูในสนามได้แล้ว”
“อย่าหายหัวจนกูต้องเลื่อนแข่งนะเว้ย” นิ้วเรียวชี้หน้าคาดโทษ ก่อนตรงดิ่งไปยังอู่จูนรถอย่างรีบร้อน
รามออกจากห้องรับรองไปติดๆ แต่แทนที่จะตามเพื่อนลงไปด้านล่าง เขากลับเลี้ยวขวาไปยังห้องควบคุมกล้องแทน ยัยหนูตัวน้อย ไม่มีทางหลุดรอดไปจากสายตาเขาแน่
“เจ๊นุช!”
เอวาป้องปากตะโกนเรียกคนที่คิดว่าคล้ายกับเจ๊วรนุช ทว่าคนคนนั้นกลับไม่หันมามองแม้แต่นิด เธอจึงพยายามแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนที่อัดแน่นขนัดตรงหน้าเวทีเพื่อยลโฉมของรางวัลในค่ำคืนนี้
ปึก! ปึก!!
“โอ๊ย! บ้าเอ๊ย มองคนหน่อยสิวะ!” เสียงหวานสบถ
ความที่ตัวเล็กมากๆ การแหวกแทรกเข้าไปในฝูงชนจึงเป็นอะไรที่ผิดพลาดที่สุด ผู้คนเบียดเสียดแน่นไปหมดจนแทบขยับตัวไม่ได้ เธอเริ่มหายใจไม่ออก จนสุดท้ายยอมแพ้แล้วพุ่งตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว
เอวาหอบหายใจรีบโกยเอาอากาศเข้าปอดเมื่อหลุดออกมาได้ ตัดสินใจเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้ถังขยะที่ตนเพิ่งปีนขึ้นไปอีกครั้ง ก่อนรีบกดโทรหาจินนี่ ทว่าปลายสายกลับมีเพียงเสียงสัญญาณว่างเปล่า
“อย่ามาเป็นอะไรตอนนี้สิจินนี่…”
ในขณะที่กำลังร้อนรนอยู่กับการโทรหาเพื่อน หางตาพลันสะดุดเข้ากับชายชุดดำสองคนที่กำลังก้าวฉับๆ ผ่านหน้าไป จากสองเพิ่มเป็นสาม และสี่ พวกเขาไม่ได้มุ่งหน้าไปทางเวทีหรือห้องรับรอง แต่กำลังเดินตรงไปยังทางออกด้านข้าง เหมือนกำลังตามหาใครบางคนมากกว่ารักษาความปลอดภัย
ร่างเล็กขยับหลบหลังเสาต้นใหญ่ทันทีที่หนึ่งในชายชุดดำหันมองมา ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยที่จะอยู่ในนี้อีกต่อไป
“คงคิดมากไปเองมั้ง…”
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น เธอไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะเปิดดู มันคือข้อความจากจินนี่
Jinny: อย่าเพิ่งกลับออกทางเดิมนะไอ้เอวา
Eva: เกิดอะไรขึ้นเหรอ
เธอรีบพิมพ์ตอบ ทว่าข้อความแค่ขึ้นสถานะอ่านแล้ว แต่ไร้การตอบกลับทำเธอกังวลไปหมด
“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!”
หัวใจเริ่มเต้นระทึกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ และในวินาทีนั้นเอง เธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติตรงบริเวณทางออกด้านหลัง ชายชุดดำเพิ่มขึ้นจากเดิมสองคน คนพวกนั้นกำลังช่วยกันดันประตู หลังจากนั้นทางออกทั้งหมดก็ทยอยปิดล็อคแน่นหนา
นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมสนามถึงปิดทางออกทั้งหมด?
“บ้าจริง!”
เอวารีบเปิดรูปในโทรศัพท์ดูอีกครั้ง พยายามสังเกตจุดเด่นจนเห็นว่าภาพด้านหลังของพลอยมีป้ายไฟสีแดงขนาดใหญ่เขียนว่า VIP BACKSTAGE อยู่
ไวกว่าความคิด ตัวเล็กรีบพุ่งออกไปค้นหาป้ายนั้นทันที ตอนนี้ต้องรีบหาพลอยให้เจอก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที
บนชั้นสองของอาคารฝั่งตรงข้าม รามยืนนิ่งมือล้วงกระเป๋าจับจ้องร่างเล็กที่พยายามเลาะขอบสนามอย่างระมัดระวังผ่านจอมอนิเตอร์ที่ควบคุมด้วยคนของเขาอีกที เขายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
“เจอตัวแล้วเจ้าหนูตัวน้อย”
ร่างสูงพุ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ตรงดิ่งไปยังทางที่หญิงสาวใกล้ห้องรับรองแขกชั้นหนึ่ง เดินลัดมาตามทางสักพักเขาก็เจอเข้ากับร่างเล็กๆ ในชุดหมี รามไม่ได้เข้าไปจับตัวเธอทันที แต่เขาเลือกจะหลบมุมมืด เฝ้ามองว่ายัยหนูตัวน้อยต้องการจะหาอะไรกันแน่
“บ้าฉิบ! ใครมันออกแบบที่นี่วะ อยากเห็นหน้าจริง”
เสียงหวานใสสบถเบาๆ เอวาพิงหลังกับประตูห้องหนึ่ง หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า มือเล็กยกขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนถอดหมวกแก็บออก ใช้มันพัดใบหน้าตัวเองหวังระบายความร้อน
ชั่วครู่รามถึงกับตกอยู่ในภวังค์ เพราะไม่นึกไม่ฝันว่าใบหน้าที่ซ่อนภายใต้ใบหมวกนั้นจะน่ารักจิ้มลิ้ม แต่วูบต่อมาเขาจำต้องดึงสติ เพราะคนตรงหน้าคือสปายที่ฝั่งศัตรูส่งมา พวกมันอาจเลือกคนที่หน้าตาดีหวังใช้ประโยชน์จากมันตอนถูกจับก็เป็นได้
“อย่าให้จับได้นะไอ้พลอย!” คนตัวเล็กกัดฟันพูดกับตัวเอง ความโกรธฉายชัดบนใบหน้า เธอจมอยู่ในความคิดของตัวเองจนไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาให้จนใกล้ประชิดตัว
“ตามหาใครอยู่งั้นเหรอ หืม?”
เอวาแข็งค้าง หัวใจดิ่งวูบไปอยู่ตาตุ่มชั่วขณะ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ชายร่างสูงในชุดสีดำยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกล สองแขนยกขึ้นกอดอก สายตาคมกริบจ้องมายังเธออย่างประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้า ไร้รอยยิ้มบนใบหน้า มีเพียงรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจนรอบตัวเย็นยะเยือกไปหมด
