บทที่ 3 จุกไข่
“ว่าไง เธอกำลังตามหาใคร” เขาย้ำ ก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด เธอถึงกับต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว หันซ้ายหันขวาเพื่อหาทางหนีเผื่อไว้ รู้สึกอันตรายจนขาสั่นไปหมด
“เอ่อ…”
“เธออยู่ทีมไหน”
“ฉัน…”
เอวากรีดร้องในใจ ผู้ชายตรงหน้านี้หากเดาไม่ผิดไม่ใช่หนึ่งในการ์ดแน่นอน ใบหน้าเขาอ่อนเยาว์ ร่างกายผอมบางกว่า เขาแต่งตัวแตกต่างออกไป แต่เขาเป็นใครเธอเองไม่อาจรู้ได้
สมองประมวลผลคิดหาทางออกตีกันหัวแทบปวด ครั้นจะวิ่งหนี พนันเลยว่าเขาจะจับเธอได้ตั้งแต่สองก้าวแรกแน่ แต่หากอยู่… จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
เอวากลอกสายตามองพื้น มือกำเข้าหากันแน่น รู้สึกมืดแปดด้านไปหมด
“ฉันแค่มาหาคน” ตัดสินใจโพล่งความจริงออกไป หากคนคนนี้ไม่ใช่การ์ดของเรดไลน์ บางทีเธออาจจะมีโอกาสรอดก็เป็นได้
“ใคร…”
“ญาติ”
“ญาติเธอมาทำอะไรในเขตของฉัน บอกมาตามตรงดีกว่าว่าใครส่งเธอมา แล้วฉันจะปล่อยเธอไป”
ใครส่งเธอมา? เขาหมายความว่ายังไงกัน อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนี้คิดว่าเธอเป็นสปายฝั่งตรงข้ามที่ถูกส่งเข้ามาปะปนกับทีมช่างเขาน่ะ
บ้าไปแล้ว!
“ฉันไม่ใช่สปายนะ แค่มาตามหาน้อง!”
“น้อง? หึ! อย่ามาแก้ตัว เธอแอบเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม ทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ที่รถของฉัน…”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ สาบานได้ ตอนนั้นแค่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์มันแปลกๆ เลยแวะดูเฉยๆ” เธอพยายามแก้ตัว แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรคนตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าจะเชื่อเลยสักนิด เหมือนจะปักใจไปแล้วว่าเธอคือคนผิด
“แล้วทำไมต้องลงทุนปลอมตัวเป็นช่าง”
“ฉันไม่ได้ปลอมตัวนะ” เอวาสวนกลับทันควันเสียงสูง “ฉันเป็นช่างจริงๆ ตะ…แต่ แต่วันนี้ไม่ได้เข้ามาในฐานะช่าง”
“…”
“นายต้องเชื่อฉันนะ ฉันแค่มาหาน้องเฉยๆ ไม่ได้เข้าทำอะไรไม่ดีในนี้”
“…”
ความเงียบปกคลุมทางเดินแคบๆ พลันเธอพูดจบ รามมองใบหน้าแสนหวานภายใต้กรอบแว่นนิ่งอย่างไร้อารมณ์ ทว่าแรงกดดันกลับไม่ลดลงแม้แต่นิด ทำเอวากลืนน้ำลายเหนียวลงคอไปหลายอึก
“นะ…นาย เอ่อ…”
“หึ! แสดงละครได้เก่งจริงๆ ชักอยากรู้แล้วสิว่าใครส่งแกมา”
ดวงตาคู่กลมสวยเบิกกว้างขึ้น สองเท้าขยับถอยอัตโนมัติ บางสิ่งกำลังสั่งให้เธอวิ่งให้ไว คนตรงหน้าดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด
“ไม่มีใครส่งฉันมาทั้งนั้น จะต้องให้บอกกี่ครั้งนายถึงจะเชื่อ”
ปึง!
ร่างสูงก้าวเพียงหนึ่งก็เข้ามาประชิดตัว รามทุบฝ่ามือไปยังผนัง ค้อมตัวลงเพื่อมองใบหน้าเธอให้ชัดๆ เอวาได้แต่เม้มปาก ก้มหน้างุดมองปลายเท้าของตัวเอง อับจนหนทางจะหนีเมื่อโดนกักขังด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งทุกทาง
ทำยังไงดี เอวา คิดสิคิด!
“มีเวลาอีกครึ่งชั่วโมง ฉันจะเค้นแกให้สารภาพเอง…”
พูดจบรามก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบาง แรงบีบมหาศาลทำเอาเอวาถึงกับร้องอุทานด้วยความเจ็บ เขากระชากเธอให้เดินตามไปยังห้องสอบสวนซึ่งอยู่ฝั่งอู่ซ่อมบำรุง ร่างเล็กๆ แทบจะปลิวติดมือไป ด้วยสัดส่วนความต่างของร่างกายที่มากกว่าครึ่ง
“ฉันเจ็บนะไอ้บ้า ปล่อย!!”
ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ ตัวเล็กพยายามดิ้นพล่าน ขืนตัวยื้อไว้ แต่ไม่ว่าจะพยายามยั้งเท้ายังไงก็ไม่สามารถหยุดเขาได้เลย รังแต่จะทำให้เท้าและขาตัวเองเจ็บเปล่าๆ เท่านั้น
บ้าที่สุด ตอนนี้เหมือนหมาจนตรอกเลยไอ้เอวา ดิ้นก็ไม่หลุด หนีก็ไม่ได้ แล้วถ้าหากถูกลากเข้าห้องปิดตายนั่นไป เธอไม่มีทางรอดแน่ๆ
ต้องทำอะไรสักอย่างแล้วเอวา ไม่อย่างนั้นเธอได้ตายก่อนหาไอ้พลอยเจอแน่
“ฮึก... โอ๊ย! เจ็บ…” เอวาทิ้งตัวลงกองกับพื้นเสียดื้อๆ สวมบทบาทสาวน้อยอ่อนแอ ทำทีเป็นเจ็บปวดเจียนตาย น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร
ทีแรกเธอคิดว่ามันจะไม่ได้ผล แต่ผิดคาด เมื่อจู่ๆ รามก็หยุดเท้าลง ไม่ได้ลากเธอไปตามทางอย่างเหี้ยมโหด
“อะไรของเธอ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!”
“ข้อมือฉันจะหักอยู่แล้ว ฮืออ… ฉันเป็นผู้หญิงนะ” เธอบีบน้ำตาสุดความสามารถ ข่มความกลัวทุกอย่างเอาไว้แล้วเล่นตามบทบาทให้ถึงที่สุด หากอยากรอด ต้องใช้มารยากันสักหน่อย ผู้ชายร้อยทั้งร้อย แพ้ทางผู้หญิงทั้งนั้น
“น่ารำคาญฉิบหาย จะอ่อนแออะไรขนาดนั้นวะ!” ถึงจะบ่น แต่รามก็ย่อตัวลงมาหมายจะแบกตัวเล็กไปแทนการลาก ทว่าจังหวะนั้นเองที่เขาลดความระวังตัวลง เอวาก็รีบคว้าแขนเสื้อเพื่อยึดเป็นหลักดีดตัวขึ้น และตอนที่เขากำลังอึ้ง เท้าน้อยๆ ก็เตะอัดเข้ากลางเป้ากางเกงของรามอย่างจังและรุนแรงจนคนถูกเตะถึงกับล้มตึงลงพื้น
“อั่ก!...”
ใบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส มือที่เคยกอบกุมข้อมมือเล็กไว้แน่นปล่อยออกทันที ร่างสูงใหญ่ตัวงอเป็นกุ้ง มือสองข้างกุมเป้าตัวเองร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร หมดสภาพคนที่เคยยืนข่มเธอเมื่อไม่กี่นาที
ไม่รอช้าให้เสียเวลา สองเท้าใส่เกียร์หมาออกวิ่งสับตีนแตกไปตามทางเดินแคบๆ อย่างไม่คิดชีวิต
“ยัยบ้า จะหนีไหนวะ!! โอ๊ย แม่ง!!”
รามพยายามตะเกียกตะกายตาม แต่เขาทำได้แค่คว้าอากาศไว้แล้วมองตามยัยหนูตัวจี๊ดวิ่งหนีไปเท่านั้น เขาขบฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสัน มือกำหมัดแน่น ทุบมันลงพื้นอย่างแรงด้วยความเจ็บใจ ก่อนดึงวิทยุสื่อสารที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาแผดเสียงอันสั่นเครือลงไป
“ดักทุกทางเข้าออกเอาไว้ ตามหาตัวผู้หญิงใส่ชุดช่างยนต์สีกรมสวมแว่นไว้ให้ได้...” รามสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดความเจ็บจุก “ใครจับมันได้กูมีรางวัลให้อย่างงาม!”
สิ้นเสียงนั้นคนตัวสูงก็นอนแผ่ลงบนพื้น ไม่ฝืนตัวลุกขึ้นยืนอีกต่อไป ไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมารับโดยไม่มองด้วยซ้ำว่าใครโทรมา
[มีเรื่องอะไรหรือเปล่าไอ้ราม ทำไมมึงถึงได้ตั้งค่าหัวยัยสปายนั่น] เป็นคิณที่โทรมาถาม น้ำเสียงฟังดูเป็นห่วงไม่น้อย
“มันเตะเป้ากู จุกฉิบหาย เวรเอ๊ย!”
[เชี่ย! เตะเป้ามึงเนี่ยนะ กล้าดีนี่หว่า] คิณอุทานเสียงดังด้วยความตกใจปนขำขันอย่างไม่คิดปิดบัง
นี่แหละเพื่อนแท้เพื่อนตาย แทนที่จะห่วงเหมือนตอนแรก มันกลับขำทันทีที่รู้ว่าเขาโดนตั้มไข่!
“ใช่ กล้ามาก กูไม่ปล่อยมันแน่ จับได้เมื่อไหร่ จะถอนขนให้หมดตัวเลยคอยดู!”
กัดฟันพูดด้วยความเคียดแค้น ตามองไปยังทางเดินที่ยัยนั่นวิ่งหนีไป เขายังนิ่งอยู่ที่เดิมนานจนกระทั่งความจุกทุเลาลงไป ตอนนั้นเองถึงได้ลุกขึ้นยืนอีกครั้งอย่างมั่นคง หักนิ้วทั้งสองมือเสียงดังกรอบแกรบ
“มึงเจอกู!”
