บทที่ 4 หนีไปซะ
คำสั่งตั้งค่าหัวทำเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นอย่างกะทันหัน การ์ดร่างยักษ์นับยี่สิบคนเริ่มวิ่งวุ่นวายตามหาตัวเธอไปทั้งชั้น ไม่ว่าจะวิ่งไปทางไหนก็มักเจอเข้ากับคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เอวาเหลียวมองหน้าหลังด้วยความขวัญผวา พยายามเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาหนีการล่าอย่างสุดชีวิต ตอนนี้เริ่มคิดแล้วว่าตนได้ทำพลาดอย่างแรงที่ไปเตะไข่ผู้ชายคนนั้น แต่หากไม่ทำเธอคงหนีไม่รอดอยู่ดี!
ทว่าจะมาคิดรู้สึกผิดตอนนี้ก็สายไปแล้ว เธอกำหมัดทุบเข้าหากันเพื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับมา สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้ววิ่งออกจากมุมเมื่อมีคนเดินผ่านไปแล้ว
ใช้เวลาวิ่งวนกว่าสิบนาที ในขณะที่กำลังเลี้ยวเข้ามุมติดกับโซนสี่ ตาดันเหลือบไปเห็นป้ายตัวหนังสือขนาดใหญ่เขียนว่า VIP BACKSTAGE เข้า มันคือห้องรับรองที่เธอกำลังตามหาอยู่!
ไม่รอช้า เพราะเสียงส้นรองเท้าของคนมหาศาลกำลังพุ่งมาทางนี้ เธอรีบพรวดพราดเปิดประตูเข้าไปในนั้นทันทีแล้วรีบปิดมันลงกลอนประตูล็อก ก่อนหมุนหันหลังพิงประตูอย่างหมดแรง หายใจหอบเหนื่อยจนตัวโยกตัวโยนไปหมด
รอดแล้ว รอดแล้วอีเอวา!
เอวาฟุบหน้าลงกับเข่า พยายามควบคุมลมหายใจตัวเอง ผวาไปหมด กลัวว่าถ้าหายใจแรงไป การ์ดจากข้างนอกจะได้ยินเข้า เมื่อเริ่มปรับลมหายใจได้ เธอก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ตอนนั้นเองที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในสายตากว่าห้าคู่ คนพวกนั้นจ้องมายังเธอด้วยความสงสัย ปนตกใจ
“เธอเป็นใครน่ะ เข้ามาในนี้ได้ยังไง นี่มันห้องรับรองส่วนตัวนะ” คนแรกที่โพล่งขึ้นมาคือสาวประเภทสองคนหนึ่ง เอวาจำได้ทันทีว่าคนคนนี้คือวรนุช จากใบหน้าที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์นั่น
“คือฉัน… ฉัน” เธอพูดไม่ออก ยังคงเหนื่อยจากการถูกตามล่าอยู่ อีกทั้งพยายามกวาดสายตาหาร่างอันคุ้นเคย
ไม่มี? ยัยนั่นไปไหนกันน่ะ
คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากัน มองไปยังกลุ่มสาวๆ ที่รู้จักคุ้นหน้าคุ้นตาดี เพราะเป็นเพื่อนสาวของลูกพี่ลูกน้อง พวกนั้นกำลังอึ้ง รอยยิ้มแข็งค้างบนใบหน้า เหมือนจะตกตะลึงที่เห็นเธอตรงนี้ตอนนี้ไม่น้อย
“พี่เอวา พี่มาทำอะไรที่นี่ บอกแล้วไงว่าอย่าตามมาน่ะ”
เอวาหันขวับไปฝั่งห้องน้ำทันที เหมือนพลอยจะเพิ่งออกมา เธอยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาเบิกกว้าง มือยกปิดปากตัวเองไว้
“เจอสักที แกรู้ไหมว่าทำฉันวุ่นวายแค่ไหน ไอ้พลอย!!”
พลันอารมณ์โกรธปะทุขึ้นทันทีที่เห็นหน้าลูกพี่ลูกน้อง เอวาละทิ้งความเหนื่อยล้าทั้งหมด ก้าวอาดๆ ตรงไปยังพลอย คว้าข้อมือเธอ แล้วลากออกจากห้องโดยไม่พูดไม่จาสักคำ
“พี่เอวา จะพาพลอยไปไหน ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ” พลอยพยายามสะบัดแขน แต่มือที่เล็กกว่าดันกำแน่นเหมือนคีมเหล็ก “เป็นใบ้หรือไงฮะ! บอกมานะว่าจะพาไปไหน”
“…”
พอไม่ได้ยินอะไรจากปากเอวาเธอก็เริ่มแผดเสียงใส่ แต่มันก็ยังไม่ได้ผล เมื่อเอวายังคงเดินต่อไม่หยุดตามแรงยื้อ หรือฟังคนที่โดนลากติดมือมาแม้แต่นิด
“ปล่อยนะ พลอยไม่ไปไหนทั้งนั้น บอกให้ปล่อยไง พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ!”
จู่ๆ ร่างเล็กก็ชะงักกึกตรงหน้าประตูทางออก ไหล่บอบบางสั่นไหวเล็กน้อย เอวายังคงกำข้อมือพลอยไว้แน่น ก่อนจะหันกลับมามองลูกพี่ลูกน้องของตนด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างรุนแรง พร้อมน้ำตาไหลอาบสองแก้ม
“พะ… พี่”
“ภูมิใจนักเหรอที่ทำตัวแบบนี้พลอย เมื่อไหร่แกจะโตสักที!!”
พลอยอึ้งไปครู่หนึ่ง ตั้งแต่จำความได้เธอเคยเห็นน้ำตาจากพี่สาวคนนี้นับครั้งได้ นั่นคือตอนคุณอาชิดชัยเสีย และตอนที่เอวารู้ว่าตนเองเรียนต่อมหาวิทยาลัยระดับประเทศที่สอบเข้าด้วยความสามารถไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม
“อย่ามาทำดราม่าใส่นะพี่เอวา พี่เป็นใครมาสั่งสอนฉันน่ะ” แต่แทนที่น้ำตานั่นจะทำให้ยอมรับความผิด พลอยกลับเชิดใบหน้าขึ้นเถียง
“ฉันก็เป็นพี่แกไงไอ้พลอย พี่ที่ทำงานหาเลี้ยงทั้งครอบครัว หาเลี้ยงแม่แกด้วยน่ะ!” เอวาไม่ทนอีกต่อไป
เมื่อก่อนเธออาจจะเงียบหากมีปากเสียงกันเพราะเห็นแก่ป้า และคิดว่าพลอยเป็นน้องคนหนึ่ง แต่วันนี้มันเกินไปจริงๆ นอกจากจะทำอะไรโดยไม่คิด ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอีก
“เหอะ!” พลอยแค่นหัวเราะในลำคอ สะบัดมืออกจากการกอบกุมอย่างแรง “เงินแค่นั้นมันไม่พอซื้อแม้กระทั่งเครื่องสำอางของฉัน อย่ามาพูดเหมือนกำลังทวงบุญคุณ”
“ถ้ามันไม่พอก็หาช่วยสิวะ วันๆ แกทำอะไรนอกจากแต่งตัวตระเวนออกไปเที่ยวคาเฟ่กับเพื่อน ใช้เงินไปกับการซื้อมัทฉะแก้วละร้อยสองร้อยเพื่อถ่ายรูปลงไอจี…!”
“ก็หาอยู่นี่ไง!” เสียงแหลมสวนกลับทันควัน นั่นทำเอวาถึงกับกำหมัด เม้มริมฝีปากแน่น อยากตบหน้ายัยพลอยเรียกสติมันสักที
“ด้วยการขายตัวเนี่ยนะ ศักดิ์ศรีความเป็นคนมันไม่มีแล้วใช่ไหมถึงได้กล้าเอามาเร่ขาย เอาตัวมาเป็นของเล่นคนรวยแบบนี้”
“อย่างน้อยฉันก็ได้ค่าจ้าง ได้เงินเป็นแสนสำหรับเป็นของประมูล ฉันน่ะ ไม่ต้องการเงินจากพี่แล้ว ฉันหาเงินด้วยตัวเองได้แล้ว!!”
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือน้อยๆ ฟาดเข้าที่แก้มนวลอย่างเต็มแรงจนพลอยหน้าหัน เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นลั่นไปทั้งห้อง เอวามองคนตรงหน้าด้วยสายตาผิดหวัง เสียใจ และรู้สึกผิด ก่อนใช้หลังมือบาดคราบน้ำตาบนแก้มออกลวกๆ
“งั้นอยากทำอะไรก็ทำไปเลย อยากขายตัว อยากไปนอนอ้าขาให้ใครที่ไหนก็เชิญ ฉันพอแล้ว!”
ร่างเล็กหมุนตัว หันหลังเตรียมเดินหนีจากไป ตอนนี้เธอสิ้นหวังแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความพยายามที่จะเลี้ยงน้องสาวคนนี้ให้เติบโตมาเป็นคนดีหมดสิ้น เธอล้มเหลวเองนั่นแหละที่หาเงินมาได้ไม่มากพอที่จะให้พลอยมีสิ่งของมากมายอย่างใครอื่น มันความผิดเธอเองทั้งหมด!
ความน้อยใจที่สะสมมาหลายปีระเบิดออกมาจนหมดสิ้น เอวาไม่สนใจอะไรอีก พุ่งตัวไปนอกห้อง แม้จะรู้ว่ามีอะไรรออยู่ก็ตาม โดนจับได้ก็โดน
จะถูกทรมานถูกเค้นยังไงก็เชิญ ในเมื่อคนที่อุตส่าห์บุกเข้ามาหามันอยากอยู่นัก ก็ไม่จำเป็นต้องพยายามอีกต่อไปแล้ว
ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดคืออยู่ๆ พลอยก็วิ่งตามมาคว้าแขนเธอไว้ ก่อนได้เดินพ้นไปจากหน้าห้อง โดยมีวรนุชยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังด้วยเหตุผลบางอย่าง
