บทที่ 5 ไม่พ้น
“พี่เอวา พลอย… พลอยขอโทษ แต่พลอยตัดสินใจแล้ว งานมันแคนเซิลไม่ได้” เสียงนั้นอ่อนลงอย่างคนสำนึกผิด ใจจริงพลอยรู้ดีว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกไม่ควร แต่ด้วยอะไรหลายๆ ทำให้เธอตัดสินใจผิดพลาดไป ครั้นจะถอยก็ทำไม่ได้ เพราะรู้อิทธิพลของวรนุชดี
เอวาไม่ได้โวยวายกลับ แค่นิ่ง มองทุกอย่างตรงหน้า ก่อนจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่า ไอ้พลอยมันคงเคยพยายามหนีแล้ว แต่ทำไม่ได้ เลยจำใจมาในวันนี้
“ทำไมจะยกเลิกไม่ได้” เธอพูดเสียงแผ่ว ตอนนั้นเองที่วรนุชเดินออกมาจากด้านหลัง เผชิญหน้าเอวาตรงๆ
“คิดว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟหรือไงจ๊ะ อยากเข้าก็เข้า อยากออกก็ออกได้ง่ายๆ” ตาคู่นั้นมองเหยียดมายังเธออย่างไม่ปิดบัง วรนุชเชิดใบหน้าขึ้นอย่างคนเหนือกว่า “น้องเธอรับเงินไปแล้ว ยังไงงานคืนนี้ก็ต้องเดินต่อ”
“ถ้าคืนเงินล่ะ”
“เงินของฉันไม่ใช่ปัญหา” รอยยิ้มบนใบหน้าวรนุชหายไป เหลือเพียงจริงจังบนใบหน้าที่ฉาบไปด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ “แต่ถ้าน้องพลอยไม่ขึ้นเวที คนที่จ่ายเงินพนันเอาไว้จะไม่พอใจ”
“…”
“แล้วคนพวกนั้น ไม่ใช่คนที่เด็กอย่างเธออยากมีเรื่องด้วยหรอกนะ เชื่อพี่”
นี่สินะคือเหตุผลที่พลอยไม่กล้าหนี นี่สินะคือเหตุผลที่ต้องไล่เธอไปด้วยคำพูดแรงๆ ได้ขึ้นหลังเสือไปแล้วจะลงมาคงยาก คงไม่อยากลากเธอเข้าไปยุ่งด้วย
“พี่เอวา พี่กลับไปก่อนเถอนะ จบงานนี้แล้วพลอยจะอธิบายให้ฟัง”
“…”
เอวาเงียบ ไม่พูดอะไรนอกจากนิ่งมองสองคนตรงหน้าสลับกันไปมา ก่อนเหลือบมองไปทางประตู ที่ชายชุดดำสามคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ ด้านหลังพวกเขามีอีกหลายคนทยอยตามกันมาติดๆ พร้อมแว่วเสียงจากวิทยุสื่อสาร
[พบตัวแล้วครับ อยู่ทาง VIP Backstage]
พลันหัวใจเอวาหล่นวูบ เธอขยับตัวเล็กน้อย ตอนนั้นเองพลอยก็ถอดส้นสูงออก เพราะสังเกตมาสักพักแล้ว ทั้งสองคนค่อนข้างสนิทกันเลยพอจะเดาได้ว่าพี่สาวคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
“วิ่ง…” เสียงหวานพูดกระซิบจนแทบไม่ได้ยิน
“หา?”
“วิ่งเดี๋ยวนี้!”
ตอนนั้นเองเอวาก็ออกวิ่งพร้อมลากพลอยให้ตามไปด้วย ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของวรนุช และเสียงส้นรองเท้าของการ์ดนับสิบคนจากทางด้านหลัง
“ตามมันไปเร็วๆ อย่าให้มันหนีไปได้นะ!” เสียงยัยแม่เล้าตวาดลั่นไปทั้งโถงทางเดิน
สองสาวสับเท้าอย่างไม่คิดชีวิตไปตามโถงทางเดินแคบๆ ท่ามกลางเสียงตะโกนไล่หลัง เสียงย่ำของรองเท้าคอมแบตนับสิบและเสียงวรนุชที่สั่งการดังลอยมาตามลมจนทั้งสองขวัญผวาไปหมด
“ทางนี้พลอย!” เอวากระชากแขนพลอยให้เลี้ยวโค้งพุ่งตรงไปทางโถงเชื่อมโซนแข่งขัน
ทว่าพอพุ่งผ่านประตูบานม้วนออกไปตรงลานทางเดิน เบื้องหน้ากลับเต็มไปด้วยการ์ดในชุดสูทดำที่วิ่งกระจายกำลังดักมาจากทุกทิศทาง
“ดักทางเชื่อมไว้ มันวิ่งไปทางโซนเตรียมตัวนักแข่งแล้ว!”
ข้างหน้าการ์ดร่างยักษ์สามคนกำลังเดินเรียงหน้ากระดานเต็มความกว้างของทางเดิน ข้างหลังการ์ดอีกนับสิบคืนกำลังบีบระยะเข้ามาเรื่อยๆ จังหวะนี้ถ้าหนีไปด้วยกันสองคน มีหวังโดนรวบหมดทั้งคู่แน่
อย่างน้องให้พลอยหนีไปก่อนก็ยังดี…
เอวามองหน้าน้องสาวที่หอบหายใจหนักจนตัวโยน พลอยเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวหวาดกลัวขีดสุด มือที่กุมกันอยู่สั่นระริกจนยากควบคุม
“แกสวนกลับไปทางช่องซอยแคบทางขวา แล้วมุดออกประตูรถขยะด้านหลังซะ” เอวาเอ่ยเสียงสั่นกดต่ำ พลางกระชากไหล่น้องสาวให้เบียดเข้าหาซอกกำแพง
“แล้วพี่ล่ะ ถ้าพลอยหนี แล้วพี่จะทำยังไง”
“พี่จะล่อพวกมันไปอีกทาง” เอวาพูดเสียงเข้ม บีบมือน้องสาวแน่น “แกวิ่งไปเลย ไม่ต้องหันกลับมามอง กลับบ้านไปหาป้าซะ
แล้วฉันจะตามไปทีหลัง”
“ไม่!” พลอยส่ายหน้าทันที น้ำตาเลอะเปรอะเปื้อนใบหน้า “ครั้งนี้พลอยจะไม่ทิ้งพี่”
เอวาชะงักไปเสี้ยววินาที แต่เธอไม่มีเวลามาซึ้งใจตอนนี้ “อย่าทำตัวเป็นเด็กพลอย”
“แต่พี่ตามมาช่วยพลอยถึงที่นี่ พี่จะให้พลอยทิ้งพี่ได้ไง”
“ไปซะพลอย อย่าทำให้ความพยายามพี่สูญเปล่า”
“แต่พี่เอวา...”
“บอกให้ไปไงเล่า!”
ไม่รออีกต่อไป มือน้อยๆ ผลักน้องสาวออกไปสุดกำลัง ก่อนเธอจะหมุนตัววิ่งแยกไปทางโถงกว้างกลางแสงไฟสนามแข่ง กระโดดข้ามขอบกันชนอะไหล่รถ แล้วตะโกนส่งเสียงล่อความสนใจสุดเสียง “ทางนี้เว้ย! แน่จริงก็จับให้ได้ดิไอ้พวกกระจอก!”
“อยู่นั่นไง จับตัวมันไว้!” พวกนั้นติดกับทันที ไม่แม้จะลังเลวิ่งตามเธอทั้งทั้งหมด
พลอยได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของพี่สาวด้วยความรู้สึกผิด แต่จะทำอะไรก็ไม่ได้นอกจากทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ริมฝีปากสีแดงสดเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะตัดสินใจกัดฟันกลั้นใจ วิ่งสับเท้าหนีออกไปทางที่เอวาบอกทันที
เอวาแทบจะหมดแรง เธอวิ่ง และวิ่ง ทว่าร่างกายอันแสนอ่อนแอนี่หรือจะสู้พวกการ์ดที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีได้ สุดท้ายหนีไปได้ไม่ถึงร้อยเมตร ก็ถูกจับได้อยู่ดี
“ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน!” ร่างเล็กพยายามดิ้นและใช้เท้าถีบ แต่มันไม่ได้ผลเลยสักนิด แถมยังไปยั่วโมโหพวกมันอีก
“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง มัดปากมัดมือมันไว้!”
สายรัดเคเบิลไทร์ถูกดึงรัดข้อมือสองข้างเข้าหากัน ตามด้วยผ้าเทปสีดำแถบใหญ่ปิดปากแน่นหนาจนไม่สามารถส่งเสียงอะไรได้อีก พอเธอสิ้นฤทธิ์ ร่างเล็กก็ถูกลากถูลู่ถูกังกลับขึ้นไปบนตึกโซน VIP หลังจากนั้น
เอวาถูกผลักล้มกองลงกับพื้นพรมนุ่มขอบโซฟาอย่างไม่อ่อนโยน เธอพยายามดึงตัวลุกขึ้นนั่ง เงยมองคนตรงหน้าด้วยความเคียดแค้นปนหวาดกลัว
รามนั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าคมคายยังคงบึ้งตึง คิ้วขมวดแน่น ดวงตาคู่คมกริบสีเข้มจ้องเธอเขม็ง ราวกับว่าอยากจะเชือดเนื้อสดๆ ออกมากิน
ไม่ไกลจากเขามีวรนุชที่เพิ่งเดินตามเข้ามาติดๆ ยืนอยู่ หล่อนหอบเล็กน้อยเพราะช่วงแรกที่เธอวิ่งหนี ดันวิ่งตามมาด้วย แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะยังคงเชิดสูงมองด้วยสายตาเหยียดหยามและรังเกียจราวกับมองขยะก้อนหนึ่ง
“จับได้เร็วดีนี่… หึ!” เขาหัวเราะหึ ยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้าๆ กระตุกยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย ทำคนถูกมองถึงกับร้อนรุ่มไปทั้งตัว “คืนนี้กูจะคิดบัญชี ทั้งต้น ทั้งดอก ให้คุ้มค่าเตะเมื่อกี้เลย!”
