บทที่ 6 ของรางวัลใหม่
รามคุกเข่าลงข้างร่างเล็กที่ถูกมัดมือปิดปากอยู่บนพื้น มือหนาเอื้อมบีบเข้าที่สันกรามของเอวาอย่างแรงจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้นมองเขาอย่างเสียไม่ได้ เธอพยายามดิ้นรน สะบัดหน้าหนีก็แล้ว แต่ยิ่งทำอย่างนั้น นิ้วเรียวยาวก็ยิ่งกดแน่นจนเจ็บแปลบไปถึงกระดูก
ไอ้คนเถื่อน! เธอได้แต่สบถในใจ จะพูดก็พูดไม่ได้ จะดิ้นหนีก็อย่าแม้แต่จะคิด ถูกพันธนาการไว้แบบขยับไม่ได้เลยแบบนี้ มีแต่ตายกับตายอย่างเดียว
“คิดว่าเตะเป้ากูแล้วจะหนีรอดไปได้ง่ายๆ เหรอ...” เสียงต่ำพูดชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทว่ากลับเย็นเยือกไปถึงหัวใจ ทำเอวาถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“…”
“กูยังไม่ได้ถามเลยว่าใครส่งมึงมา แต่คืนนี้ ต่อให้ต้องรื้อทั้งสนาม กูก็จะรู้ให้ได้ว่ามึงเป็นใคร”
“อื้อ! อื้อออ!” เอวาทำได้เพียงส่งเสียงอุดอู้ในคอ น้ำตาแห่งความกลัวและโกรธแค้นคลอเบ้าดูน่าสงสาร สองมือที่ถูกสายเคเบิลไทร์รัดแน่นทำเนื้อเธอแดงเถือก เจ็บแสบไปหมด
ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มสะใจเมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกของหญิงสาวตรงหน้า เขาปล่อยมือจากใบหน้าหวานในที่สุด กะว่าจะดึงเทปปิดปากออก เพื่อฟังเสียงก่นด่าของเธอสักหน่อย
ทว่าในจังหวะที่กำลังเอื้อมมือไปดึงมัน โทรศัพท์มือถือก็สั่นครืดคราดขึ้น ขัดจังหวะเขาเสียก่อน
รามถอนหายใจยาว ชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิด เขาสลัดมือออกจากหน้าเอวาแล้วกดรับสายน้ำเสียงไม่พอใจ
“อะไรของมึงคิณ”
[มึงอยู่ไหนเนี่ย อีกสิบนาทีจะปล่อยตัวรอบพิเศษแล้วนะโว้ย มึงรีบลงมาตรวจเช็ครถอีกรอบเลย จำได้ไหมว่ายัยแว่นนั่นมาด้อมๆ มองๆ มันน่ะ ยัยนั่นอาจจะวางยามึงแล้วก็ได้นะ]
รามขมวดคิ้วแน่น เหลือบมองเอวาสลับกับนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ งานแข่งรอบเดิมพันชีวิตคืนนี้มีเงินหลายสิบล้านและศักดิ์ศรีของสนามแข่งเป็นเดิมพัน เขาจะปล่อยให้ผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด ส่วนยัยนี่ยังกลับมาจัดการทีหลังได้ เขาจะไม่ยอมเสียเวลาตรงนี้นานให้คู่แข่งดูถูก
“เออ กูกำลังลงไป” สายถูกตัดทิ้งทันที ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นยืน โดยที่ยังจ้องเอวาไม่ขาด
วรนุชที่ยืนก้มหน้าเงียบอยู่นาน เห็นโอกาสจึงรีบก้าวเข้ามาใกล้ ฉีกยิ้มหวานทำออเซาะ เลียแข้งเลียขาเขาทันที
“คุณรามจะลงไปข้างล่างเหรอคะ แล้วนังเด็กนี่จะทำยังไง”
“เดี๋ยวกูขึ้นมาจัดการมันทีหลัง” รามเอ่ย
“ให้นุชดูแลนังนี่แทนคุณรามก่อนดีไหมคะ” เจ๊แม่เล้าช้อนสายตาออดอ้อน แสยะยิ้มร้ายเมื่อหันไปมองเอวา “ยังไงน้องสาวของมันก็หนีไปแล้ว ทำของรางวัลรอบดาร์กของเราเสียระบบหมด พวกเสี่ยพงศ์ลงเงินเดิมพันมาแล้วด้วย ถ้าไม่มีของมาเปลี่ยน เรื่องใหญ่แน่ค่ะ”
รามตวัดสายตามองเอวา มีความสงสารวูบหนึ่ง ทว่าพอคิดถึงเรื่องที่เธอทำไว้ ยัยนี่ทำลายงานแข่งจนวุ่นวาย ความระแวงปนอารมณ์โกรธทำให้เขาไม่ได้เฉลียวใจอะไรสักนิดกับคำพูดของวรนุชที่ว่า เอวามาตามหาน้องสาวจริงๆ
“ตามใจ แต่อย่าแตะต้องมันเกินจำเป็น” รามหยุดมือที่กำลังเปิดประตู ก่อนหันกลับมา “กูต้องการคำตอบ ไม่ใช่ศพ”
“ค่ะคุณราม”
“แล้วถ้ามันเป็นคนของคู่แข่งจริง ๆ อย่าเพิ่งทำอะไรจนกว่ากูจะกลับมา”
“เข้าใจแล้วค่ะ ไว้ใจนุชได้เลยค่ะคุณราม” วรนุชรับคำเสียงหวาน ยกหมัดขึ้นทำท่ามั่นอกมั่นใจเสียเต็มประดา
เขาไม่สนใจแม้แต่จะมอง หมุนตัวเดินตรงไปด้านล่างทันที พลันประตูห้องปิดลง รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าวรนุชก็จางหายไป เหลือเพียงความเย็นชาเท่านั้น
ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตรเดินเข้ามาใกล้ วรนุชใช้ปลายส้นสูงสะกิดเข้าที่ไหล่ของเอวาอย่างแรงจนร่างเล็กเกือบร่วงลงไปกองบนพื้น
“สร้างเรื่องเก่งจริงๆ นะ คิดว่าน้องมึงหนีไปได้แล้วจะรอดเหรออีเด็กเปรต!”
เอวาจ้องกลับด้วยสายตาแข็งกร้าว แม้จะถูกมัดและปิดปาก แต่แววตาภายใต้แว่นแตกร้าวนั้นไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“มองหน้าฉันแบบนี้หมายความว่าไง!” เสียงแหลมตวาดลั่น ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนเฝ้าประตูอย่างคนความคุมอารมณ์ไม่ได้ “แกสองคนลากมันไปห้องแต่งตัวหลังเวที ดึงแว่นบ้าๆ นั่นทิ้งซะ แล้วจับมันแต่งหน้า แต่งตัวใหม่”
“…”
“กูจะเอามันขึ้นเป็นรางวัลของคืนนี้ แทนของที่หายไป!”
“อื้อ… อื้อออ!” ดวงตาคู่กลมสวยเบิกกว้าง เอวาพยายามดิ้นรนสะบัดตัวสุดชีวิต แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง สุดท้ายเธอก็ถูกลากเข้าไปในห้องแต่งตัวอย่างหมดทางสู้
ร่างเล็กถูกจับกดลงบนเก้าอี้อย่างรุนแรง แว่นสายตาหนาเตอะถูกดึงออกแล้วขว้างทิ้งลงพื้นจนมันแตกไม่เหลือชิ้นดี สายรัดเคเบิลไทร์ถูกตัดออกหลังจากนั้น แต่ถึงได้รับอิสระแล้วเธอก็ยังดิ้นหนีไปไหนไม่ได้อยู่ดี
วรนุชเดินนวยนาดเข้ามาหา ถือซองยาเม็ดเล็กๆ สีฟ้าในมือ ดูน่ากลัวจนเธอเริ่มดิ้นรนอีกครั้ง
“ในเมื่อน้อมึงหนีไปแล้ว มึงก็คงต้องเป็นคนรับกรรมแทนแล้วล่ะอีหนู!” มืบหยาบกระด้างบีบสันกรามของเอวาอย่างแรง จากนั้นผ้าเทปที่ปิดปากไว้ก็ถูกดึงออกอย่างรุนแรงจนริมฝีปากบางเลือดซึม
“ปล่อยฉันนะไอ้พวกบ้า ถ้าฉันรอดไปได้นะ ฉันจะแจ้งตำรวจกับพวกแกให้หมด!” พลันปากได้อิสระ เธอก็ตวาดขู่ด้วยเสียงอันสั่นเครือ แต่แทนที่พวกนั้นจะกลัว กลับหัวเราะกันเสียงดังราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องขบขัน
“แจ้งตำรวจเหรอ ที่นี่คือเรดไลน์นะจ๊ะสาว ตำรวจหน้าไหนก็ช่วยแกไม่ได้หรอก!” ไม่พูดเปล่า วรนุชยังบังคับง้างปากของเอวาออก ใช้นิ้วดันยาเม็ดสีฟ้าลงไปในลำคอเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้น้ำเปล่ากรอกซ้ำตาม
“แค่ก! แค่ก! อึก...”
เอวาพยายามจะคายออก แต่ไม่ทันแล้ว เมื่อร่างกายดันเผลอกลืนสิ่งแปลกปลอมนั่นเข้าไปจนหมดสิ้น
“จับมันเปลี่ยนชุด ให้ไว!!”
พวกช่างแต่งตัวและลูกน้องช่วยกันรุมจับร่างเล็กที่เริ่มไร้เรี่ยวแรงเปลี่ยนจากชุดหมี แทนที่ด้วยชุดเกาะอกซีทรูสีแดงเพลิงที่สั้นจนเห็นแก้มก้น ใบหน้าหวานปราศจากแว่นตาหนาเตอะถูกลงเครื่องสำอางอย่างรวดเร็วและชำนาญ ไม่นานสาวหวานก็แปลงร่างเป็นสาวเซ็กซี่
เอวาทั้งอับอาย และอดสู ถูกคนรุมทึ้งเสื้อผ้า ยังมาโดนผู้ชายมองตอนกำลังเกือบโป๊โดยที่ไร้แรงต่อต้าน เธออยากจะกรีดร้อง และร้องไห้ให้ตาย แต่ร่างกายมันดันไม่ตอบสนอง สมองตื้อ สติแทบไม่เหลืออยู่กับตัวแล้วด้วยซ้ำ
ยานั่นคืออะไรเธอไม่อาจรู้ได้ แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ดี เธอแทบไม่รู้สึกตัวตอนถูกพาขึ้นไปบนเวทีให้คนมองอย่างหื่นกระหาย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตนถูกประกาศให้คนทั้งสนามรู้ว่าคือของรางวัลสำหรับผู้ชนะในค่ำคืนนี้ ตอนที่สติกลับคืนมา ก็ตอนที่เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่ม และการแข่งขันก็ได้เริ่มขึ้นหลังจากนั้น
