บทที่ 7 ชัยชนะของราม
ห้านาทีก่อนลงสนาม ฝั่งรามที่กำลังตรวจดูรถที่อู่จูน
“เป็นไงวะ เจอตรงไหนที่สึกหรือเสียไหม ถ้าไม่ไหวกูจะได้ให้คนเอารถมาเปลี่ยน” คิณตบไหล่กว้างเบาๆ หลังจากที่รามตรวจเช็คทุกอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนมั่นใจว่าไม่มีเครื่องยนต์หรือระบบต่างๆ ไม่ได้มีปัญหา
“ก็ปกติดี ไหนยัยนั่นบอกว่ารถกูมีเสียงแปลกๆ วะ กูก็ไม่เห็นว่ามันแปลกตรงไหน” อยู่ๆ ก็หวนนึกถึงคำพูดเธอคนนั้นขึ้นมา หรือว่าจะเป็นแค่ข้อแก้ตัวหมาจนตรอกกันนะ
“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่มันปกติ”
“เออ ก็ดี…” ไม่รู้ทำไมเขาถึงยังรู้สึกไม่สบายใจ แต่ทว่าก่อนจะได้คิดลึกไปมากกว่านี้ เสียงประกาศเตือนลงสนามก็ดังขึ้นเสียก่อน
ใบหน้าคมคายหันไปมองเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนพยักหน้าแบบไม่ต้องพูดก็รู้ใจ สองหนุ่มเดินตรงไปยังรถของตัวเอง ติดเครื่องแล้วค่อยๆ เคลื่อนมันลงสนาม รถของเสี่ยพงศ์เองก็ขับตามหลังมาจอดเทียบข้างๆ พร้อมลดกระจกลง ยักคิ้วทักทายด้วยสีหน้ากวนอารมณ์แบบสุดๆ
“เดิมพันวันนี้ กูขอนะ” เสี่ยพงศ์แสยะยิ้ม เลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหายพลางมองเลยไปยังเวทีที่ตอนนี้กำลังโชว์ของรางวัลสำหรับผู้ชนะ “เด็กนั่นแม่ง… น่าจะเร้าใจ!”
ทีแรกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ทว่าดวงตาคมกริบกลับมองตามไปยังเวทีอย่างห้ามไม่ได้ พลันเห็นใบหน้าหวานของยัยหนูตัวจี๊ดที่เพิ่งจับได้ เขาถึงกับชะงักไปชั่วคราว
บอกแล้วไงว่าอย่าทำอะไร ทำไมยัยนั่นถึงมาเป็นของรางวัลได้วะ!!
รามทำท่าจะลงจากรถแล้วเข้าไปลากร่างเล็กที่ดูแล้วเหมือนไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ลงเวทีให้มันรู้แล้วรู้รอด เขาจะจัดการทุกคนที่ขัดขืนคำสั่งให้หลาบจำ ทว่าเสียงนับถอยหลังดันดังขึ้นก่อน เขาจึงต้องหยุดร่างกายไว้ และพยายามโฟกัสการแข่งแทน
“เวรเอ๊ย!!”
สิบ เก้า…
ถึงอย่างนั้นสายตาคู่คมก็ยังคงจ้องร่างเล็กในชุดสีแดงไม่ลดละ สติเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวชั่วขณะ
แปด…
“ไอ้ราม! สติโว้ย เป็นบ้าอะไร เอาแต่มองข้างๆ” คิณตะโกนผ่านหูฟังมา นั่นทำให้เขาค่อยๆ สะบัด ตบหน้าตัวเองแรงๆ แล้วหันมาสนใจถนนตรงหน้า เครื่องยนต์ และพวงมาลัยแทน
“ขอโทษที แต่กูขออะไรสักอย่างได้ไหมเพื่อน…” เขาพูดเสียงเรียบ แต่ฟังดูหนักแน่นมากพอที่คิณจะเงียบฟังอย่างตั้งใจ
“…”
“คืนนี้มึงให้กูชนะ…”
“…”
“…กูต้องชนะ”
“เออๆ เดี๋ยวจัดการไอ้พงศ์ให้เอง”
สิ้นเสียงนั้น สัญญาณไฟเขียวก็สว่างวาบขึ้น เสียงเครื่องยนต์ ของรถทั้งสามคันดังก้องไปทั่วทั้งสนาม แผดคำรามราวกับสัตว์ร้ายอย่างน่าเกรงขาม เสี้ยววินาทีกระสุนเหล็กสี่ล้อสามคันพลันพุ่งทะยานออกจากจุดปล่อยตัวอย่างรุนแรงจนควันยางเกิดไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เสี่ยพงศ์อาศัยจังหวะออกตัวกดคันเร่งมิดด้าม ชิงไลน์ในตัดหน้าพุ่งขึ้นนำเป็นคันแรก มันยื่นมือแนบกระจก แล้วชูนิ้วกลางให้รามอย่างกวนประสาท เร่งอารมณ์ให้คู่แข่งหัวร้อนอย่างจงใจ
“แม่งเอ๊ย ไอ้พงศ์มันปาดหน้าว่ะราม” คิณสบถผ่านหูฟังอินเอียร์ พยายามหาจังหวะเร่งแซงคืน
ในสมองรามแทบไม่ได้ยินอะไรเลย สิ่งเดียวอยู่ในหัวตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเงินเดิมพันหลายสิบล้าน ไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีแต่อย่างใด ทว่ามันดันเป็นภาพของยัยตัวดีในชุดเกาะอกสีแดงสดบนเวทีที่นั่งปรือตาไร้สติด้วยฤทธิ์ยาหรืออะไรก็ตามแต่
“แม่งเอ๊ย!!” เขาสบถ ก่อนกดเท้าลงบนคันเร่งจนจมมิด ดึงคันเกียร์สั่งการอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
รถสปอร์ตสีดำคู่ใจพุ่งทะยานไปข้างหน้ารุนแรง รวดเร็วจนจี้ตูดรถของเสี่ยพงศ์ชนิดที่ว่าห่างกันไม่ถึงคิวปิดในเวลาไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ ความเร็วเข็มไมล์ตีทะลุถึงสองร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่คนขับหาได้สนใจไม่ ตอนนี้เขาไม่คิดอะไรแล้วนอกจากจะต้องเอาชนะทุกคน แม้โค้งข้างหน้าจะเป็นโค้งปิศาจซึ่งเป็นโค้งอันตรายที่สุดของสนามก็ตาม
เสี่ยพงศ์เริ่มแตะเบรก ด้วยกลัวว่าหากใช้ความเร็วอย่างรถรามเขาจะอาจจะหลุดโค้งเอาได้ นั่นเป็นจังหวะที่รถคันสีดำทำระยะขึ้นมาเทียบใกล้ขึ้น แต่การที่ไม่ชะลอความเร็วลงแม้เพียงนิด อาจเกิดอันตราย คิณถึงกับต้องตะโกนเตือนสติ
“โค้งหน้ามึงต้องเบรกนะโว้ยไอ้ราม มึงจะแหกโค้งตายหรือไง!" “เชี่ยเอ๊ย! ไอ้บ้านี่มันสติแตกไปแล้ว!” เสี่ยพงศ์ที่มองกระจกหลังถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นรถของรามพุ่งเสียบเข้ามาทางโค้งวงนอกด้วยความเร็วที่ไม่ชะลอแม้เพียงนิด
รามอาศัยฝีมือและความชำนาญ เขารู้จังหวะแรงเหวี่ยงของรถคันนี้ดีที่สุดเพราะจูนและเทสต์มันมากับมือ ชายหนุ่มดริฟต์หักพวงมาลัยสไลด์ท้ายรถสะบัดเฉียดผ่านรถของเสี่ยพงศ์ ยางรถยนต์บดกับพื้นถนนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมบาดหู และในที่สุด รถสีดำก็แซงขึ้นนำในโค้งนั้นอย่างเหนือชั้น
แต่เสี่ยพงศ์หรือจะยอมกันง่ายๆ มันเบิ้ลเครื่องพยายามจะเบียดชนท้ายรถของรามเพื่อล้มไลน์ พยายามเล่นสกปรกเมื่อรู้ว่าตนใกล้จะแพ้
“มึงอย่าหวังว่าจะชนะง่ายๆ ไอ้ราม!”
ตึ้ง!
รถของเสี่ยพงศ์พุ่งชนเข้าที่กันชนหลังอย่างแรงจนรถรามเสียการทรงตัวไปเล็กน้อย มันแสยะยิ้ม เหยียบคันเร่งหวังจี้ให้เขาเสียหลักพลิกคว่ำ เขาพยายามหักหนี แต่มันก็ยังตามมารังควาน จี้ตูดหมายทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างจงใจ
“ไอ้คิณ ไอ้เหี้ยพงศ์มันจะฆ่ากู!” เขาตะโกนลั่น ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน
“ใจเย็นเพื่อน มึงไม่ตายวันนี้แน่นอน”
ก่อนเสี่ยพงศ์จะได้ใจไปมากกว่านี้ รถแข่งคันของคิณก็พุ่งเข้ามาเบียดแทรกกลางระหว่างทั้งสองได้ทันท่วงที เขาเบียดจนรถเสี่ยพงศ์เสียการทรงตัว ในที่สุดรามก็หลุดพ้น
“เล่นสกปรกเหรอไอ้พงศ์ เดี๋ยวมึงเจอกู!” คิณพูดผ่านลำโพงขู่ พร้อมกับดักทางไม่ให้เสี่ยพงศ์หาจังหวะแซงรามขึ้นไปได้อีกเป็นครั้งที่สอง
“ฝากจัดการข้างหลังด้วย!”
“มึงไปเลยเพื่อน! กูจัดการไอ้หน้าหมานี่เอง”
เมื่อไม่มีเรื่องข้างหลังให้กังวลอีกต่อไป รามจึงกดปุ่มระบบไนตรัสเพิ่มฉีดเชื้อเพลิงพิเศษเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามระเบิดลั่น ควันท่อเกิดประกายไฟสีฟ้าแผดเผาสนาม รถสปอร์ตสีดำพุ่งทะยานฉีกหนีห่างออกไปด้วยความเร็วทะลุขีดจำกัด ทิ้งห่างรถของเสี่ยพงศ์และคิณอย่างขาดลอย
รามกำพวงมาลัยแน่น สายตาจดจ่ออยู่กับทางตรงสุดท้าย เขากดคันเร่งซ้ำลงไปอีกจนสุดแรง รถแข่งสีดำพุ่งทะลุผ่านเส้นชัยไปอย่างงดงามท่ามกลางเสียงสัญญาณประกาศชัยชนะที่ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งเรดไลน์
ชัยชนะเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ…
เสียงโห่ร้อง เชียร์กึกก้องไปทั้งสนาม ทว่าพลันร่างสูงก้าวลงมาจากรถ มันกลับหายไปจนเหลือแต่เสียงเพลง และเสียงประกาศรอบตัวเท่านั้น
นั่นเพราะแววตาคู่คมสีเข้มดูดุดันจนน่ากลัว ไม่มีการ์ดหรือนักแข่งคนไหนกล้าเดินเข้ามาใกล้ร่างสูงแม้แต่คนเดียว รามดึงหมวกกันน็อคออก โยนมันทิ้งไปยังพื้นด้วยความหงุดหงิด เขาเดินตรงขึ้นไปบนเวที ไปยังยัยตัวเล็กที่สภาพดูไม่ได้แม้แต่นิด
“คุณราม ยินดีด้วยสำหรับชนะ…”
เพี๊ยะ!!
เป็นวรนุชที่เสนอหน้าเข้ามาแสดงความยินดีก่อน ทว่ายังไม่ทันได้พูดจบ ฝ่ามือหนาก็ฟาดเข้าที่แก้มที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางค์นั่นเต็มแรงจนคนตัวเกือบเท่ากันถึงกับเซไปหลายก้าว
“กูบอกให้มึงเฝ้าของไว้ แล้วนี่อะไร!!”
