บทที่ 8 ความร้อนรุ่มที่ห้ามไม่อยู่
เสียงตวาดนั้นดังลั่นจนวรนุชถึงกับสะดุ้งถอยหลังหนี มือสากคายยกขึ้นกุมแก้ม ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างอย่างหวาดผวา
“คุณราม คือนุช… นุช…”
“กูถามว่ามึงทำอะไรกับมัน!”
รามไม่รอฟังคำแก้ตัว เขาผลักวรนุชให้พ้นทาง ก่อนก้าวตรงไปยังร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างกับตุ๊กตาไร้ชีวิตชีวา
เธอนิ่งสนิท ผิดจากเมื่อตอนอยู่บนห้องที่ยังดิ้นรนขัดขืน พยายามเอาชีวิตรอดอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าหวานที่เคยซ่อนอยู่หลังแว่นหนา ตอนนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนแทบจำไม่ได้ เส้นผมถูกจัดแต่งอย่างลวกๆ ชุดสีแดงที่เธอสวมอยู่ทำให้เธอดูโดดเด่นเกินกว่าจะเป็นตัวเอง
แต่สิ่งที่ทำให้รามชะงักไม่ใช่เสื้อผ้า ทว่าเป็นดวงตาคู่นั้นต่างหาก
ดวงตากลมโตที่เคยจ้องเขาอย่างดื้อรั้น ตอนนี้กลับปรือไร้จุดโฟกัส ร่างเล็กนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง แม้แต่ตอนเขาเดินเข้าไปใกล้ เธอก็แทบไม่มีปฏิกิริยา ไม่สนใจแม้กระทั่งจะเหลือบมอง
“นี่…”
เขาย่อตัวลงตรงหน้า พยายามเขย่าเรียก แต่กลับไม่มีแม้กระทั่งเสียงตอบรับ ทั้งร่างเล็กยังอ่อนปวกเปียกเหมือนคนหลับอยู่ก็ไม่ปาน คิ้วเข้มขมวดแน่น รามตวัดสายตาไปมองวรนุชที่ยืนก้มหน้าอยู่อีกครั้ง
“ยัยนี่เป็นอะไร”
“นุชก็แค่…”
“กูถามว่ามันเป็นอะไร!”
เสียงที่ดังขึ้นทำให้วรนุชสะดุ้งแรง ละล่ำละลักบอกแทบไม่ทัน “น้องมันหนีไป ของรางวัลก็หาย นุชเลย…”
“กูไม่ได้ถามเรื่องของรางวัล” รามกัดฟันแน่น คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้เขาหัวเสียเข้าไปใหญ่ ของรางวัลหายเลยเอานักโทษที่ยังไม่ได้สอบสวนมาแทนหรือ ไร้สาระสิ้นดี! “กูถามว่า ทำไมมันถึงอยู่ในสภาพนี้”
“นุชให้ยาคลายกังวลนิดหน่อย จะได้ไม่ดิ้นตอนขึ้นเวที แค่นั้นเองค่ะ”
“ยา?”
นั่นทำร่างใหญ่ถึงกับกระตุก เขารีบหันกลับไปมองเอวาอีกครั้ง ยื่นมือไปแตะข้างแก้มเธอเบาๆ
“เฮ้… ได้ยินกูไหม”
พลันสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเย็นเฉียบ เปลือกตาเอวาก็ค่อยๆ ขยับเปิดช้าๆ เธอกะพริบตาปริบมองเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม
“อื้อ… ร้อนจัง…” ไม่นานเสียงครางเบาหวิวก็หลุดออกจากลำคอ ก่อนศีรษะเล็กจะเอนลงเหมือนหมดแรง
บ้าจริง! นี่ไม่ใช่แค่ยาคลายกังวลแล้ว!
เขารีบเรียกการ์ดที่อยู่ใกล้ที่สุด สั่งถอดชุดสูทมาคลุมร่างกายเล็กไว้ ช้อนอุ้มร่างเบาหวิวขึ้นแล้วเดินลงจากเวที ไม่ลืมพูดเสียงเหี้ยมก่อนจากไป
“กูบอกแล้วใช่ไหม ว่าห้ามแตะต้องมัน”
“แต่นุชจำเป็นต้อง…”
“หุบปาก!! กูจะคิดบัญชีกับพวกมึงทีหลัง ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
“…”
“อีกครึ่งชั่วโมงถ้ากูไม่เห็นหัวมึงที่ห้องรับรอง ก็อย่าหวังว่าจะยังมีที่ยืนอยู่บนโลกนี้อีก!”
เขาเดินจากไปหลังทิ้งระเบิดเอาไว้ลูกใหญ่ วรนุชถึงกับทรุดเข่าลงพื้นปิดหน้าร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวัง ในหัวเริ่มคิดหาทางออก หาคำแก้ตัวดีๆ ทว่าพอนึกถึงชื่อเสียงของรามที่เคยได้ยินมา หล่อนก็แทบอยากจะแดดิ้นตายมันตรงนี้ตอนนี้แทน
รามอุ้มร่างเล็กตรงไปยังห้องพักส่วนตัวทันทีหลังจากนั้น โดยมีคิณวิ่งตามหลังไปห่างๆ โดยไม่พูดอะไร ประตูไม้สักบานโตของห้องพักส่วนตัวถูกเขาอัดส้นเท้าผลักเข้าไปอย่างแรง ชายหนุ่มก้าวฉับๆ อุ้มร่างเบาหวิวของเอวาตรงไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง ก่อนวางเธอไว้อย่างไม่เบามือกมากนักจนชุดสูทตัวใหญ่ของการ์ดที่คลุมร่างเธอไว้แทบจะหลุดรุ่ยเผยให้เห็นชุดเกาะอกสีแดงเพลิงที่เว้าลึกจนน่าใจหาย
เขายืนมองเธอสักพักด้วยสีหน้าอารมณ์ที่หลากหลาย แต่ไม่ได้พูดหรือทำอะไร แค่ยืนอยู่อย่างนั้น พยายามคิดว่าจะเอายังไงต่อกับคนที่โดนยาจนไร้สติดี กระทั่งประตูถูกเปิดออกด้วยฝีมือคิณ เขาถึงละสายไปยังเพื่อนแทน
“มึงจะเอายังไงต่อวะ ข้างนอกพวกเพื่อนพ่อมึงกับลูกทีมเขารอฉลองอยู่นะเว้ย มึงไม่ลงไปตัดเค้กเปิดแชมเปญหน่อยเหรอ อยากให้คนเอาไปนินทาว่าบ้าผู้หญิงหรือไง” คิณพ่นยาวเหยียด
ตอนแข่งเสร็จ บล็อคไอ้เสี่ยงพงศ์ให้จนเพื่อนชนะ ก็คิดว่าจะได้มาเปิดแชมเปญฉลองหยามหน้ามันสักหน่อย แต่ไอ้รามมันดันขึ้นเวทีไปอุ้มผู้หญิงหนีเข้าในอาคารซะอย่างนั้น คนในงานต่างพากันอึ้งกันเป็นแถว แม้กระทั่งตัวเขาเองยังคิดไม่ถึง
“ยกเลิกงานฉลองคืนนี้ให้หมด” รามตอบเสียงเรียบแต่น้ำเสียงเข้มจนไม่มีช่องว่างให้คัดค้าน เขายืนกอดอกจ้องมองร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาด้วยสายตายากที่จะอ่านออก “ใครอยากฉลองก็ให้มันกินกันไปก่อน บอกกูติดธุระด่วน ค่อยนัดฉลองวันหลัง”
“เชี่ย... ถึงขนาดต้องยกเลิกเลยเหรอวะ” คิณมองตามไปยังร่างบอบบางที่นอนหายใจหอบ แล้วได้แต่ถอนหายใจ “แล้วยัยนี่ล่ะ มึงจะทำยังไงดี”
“กูจะสอบสวนมัน...” รามแค่นยิ้มเหี้ยม “ยัยนี่เข้ามาในถิ่นเราลักลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามอีก ทำตัวลับๆ ล่อๆ ใกล้รถกู กูต้องรู้ให้ได้ว่าใครส่งมันมา แต่ดูสภาพมันตอนนี้สิ พูดก็ไม่รู้เรื่อง หมายังดูออกว่าโดนยาอะไรมา”
รามถอนหายใจหงุดหงิดพลางเสยผมขึ้นอย่างหัวเสีย
“แต่น้องเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลยนะกูว่า เหมือนเขามาตามหาอะไรสักอย่างที่ไม่เกี่ยวกับเราด้วยซ้ำ”
นั่นทำให้เขาเริ่มนึกย้อนกลับไปตอนจับเธอได้ครั้งแรก เธอบอกว่ามาตามหาน้องนี่นะ แล้วเจ๊วรนุชเองก็พูดว่าของรางวัลหนีไป เลยจับเธอขึ้นมาทำหน้าที่แทน
“บางทีน้องเขาอาจเป็นเหยื่อก็ได้นะมึง จะทำอะไรก็ระวังหน่อยละกัน”
“เพราะงั้นกูถึงรอสอบสวนมันไงคิณ ระหว่างรอมันสร่างยา กูจะไปคิดบัญชีกับอีวรนุชกับไอ้พวกการ์ดหน้าโง่ที่กล้าขัดคำสั่ง คืนนี้กูจะเอาให้พวกแม่งไม่มีที่ซุกหัวนอน!”
“เรื่องนี้กูเห็นด้วยถ้ามึงไม่ลงโทษคนในปกครอง อีกหน่อยจะไม่มีใครเชื่อฟังมึง” คิณพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนสองหนุ่มจะพากันหันหลังออกจากห้อง
ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสองจะก้าวขา ร่างเล็กๆ ที่เหมือนจะหมดสติเมื่อครู่ก็ลุกขึ้นมา คว้าหมับเข้าที่เอวราม บดเบียดความนุ่มหยุ่นกับแผ่นหลังกว้างจนเขาแข็งค้างยืนอยู่กับที่
ยากระตุ้นกำหนัดที่วรนุชแอบกรอกใส่ปากเอวาเริ่มออกฤทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ร่างกายที่เคยอ่อนปวกเปียกบัดนี้ร้อนผ่าวราวกับมีไฟเผา ความขลาดกลัวเมื่อก่อนหน้าหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาดิบที่สติรับรู้ถูกควบคุมด้วยฤทธิ์ยา
