บทที่ 19 19

ไม่ใช่ว่ามัสยาไม่เคยรู้เรื่องนี้ เมื่อก่อนโมกข์เคยเล่าให้ฟังอยู่แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก พอได้ยินอีกครั้งก็พาให้หัวใจของเธอเจ็บปวดไม่น้อย การที่ใครคนหนึ่งถูกนอกใจไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร มัสยามองว่ามันคือการหมดรัก

หากรักกันจริง จะไม่มีการนอกกายหรือนอกใจ

ตั้งแต่ป้าอำไพรย้ายเข้ามาอยู่ด้วย มัสยาแทบจะไม่ได้จับงานบ้านสักอย่าง เวลาว่างจึงหมดไปกับเจ้าโอเลี้ยงโดยส่วนใหญ่ ดูเหมือนสุขภาพทางกายและทางใจของมันจะดีขึ้นเรื่อยๆ

“โอเลี้ยง มานี่ก่อน เร็ว!” มัสยาทิ้งตัวลงกับพื้นหญ้า ตบมือเรียกเจ้าก้อนขนสีดำที่เดินดมนู่นนี่ไปเรื่อย “มากินวิตามินก่อน ว่าให้มันง่ายๆ หน่อย อย่าพูดไม่รู้ฟัง”

หลังจากโอเลี้ยงเริ่มคุ้นชินกับบ้านใหม่เธอก็พาไปคลินิกเพื่อตรวจสุขภาพ โดยรวมไม่มีปัญหาอะไรมีแค่เรื่องอายุที่เริ่มมากแล้วต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน

อ้อ… ปัญหาอีกอย่างก็คือโมกข์

‘ห้ามให้มันเข้าไปย่ำในสวนผักเด็ดขาด’

กับบางเรื่องมันก็เกินความควบคุมของเธอ เมื่อวานเลยไม่เข้าร้านเพื่อนั่งทำรั้วล้อมแปลงผักของเขา กลัวว่าเจ้าโอเลี้ยงจะไปทำความวุ่นวาย ไม่ได้ทำแค่รั้วแปลงผักแต่รวมไปถึงอาณาเขตของสัตว์เลี้ยงตัวเองด้วย

“มาคุยด้วยกันหน่อย” เสียงเข้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง เจ้าโอเลี้ยงถึงกับร้องครางหงิงๆ หางปัดไปมาคล้ายกำลังดีใจ แต่โมกข์ไม่แม้แต่จะสนใจมัน “คุยในบ้าน”

เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินกลับเข้าไปข้างใน

“ไม่เป็นไรนะโอเลี้ยง” มัสยาลูบหัวมันราวกับปลอบโยน ดูแล้วเหมือนโอเลี้ยงน่าจะจำได้ว่าโมกข์เป็นใคร หมามีสัญชาตญาณแรงกล้าแม้ว่าจะผ่านมาแล้วหลายปีก็ตาม

โมกข์คือคนที่ช่วยชีวิตมัน โอเลี้ยงคงไม่มีวันลืม

เหมือนโอเลี้ยงจะรู้งาน พอเธอลุกขึ้นมันก็เดินนำแล้วไปนอนที่ตัวเอง มัสยาตรวจความเรียบร้อยจึงปิดประตูที่สูงระดับอก เธอไม่ได้เลี้ยงแบบปล่อยให้วิ่งไปไหนมาไหนได้ทั้งวัน

“ล้างมือหรือยัง” นี่คือคำถามแรกที่เดินเข้าบ้านมาแล้วเจอโมกข์ 

“คุณโมกข์มีเรื่องอะไรจะคุยกับว่านเหรอคะ” เธอดึงทิชชูมาซับน้ำในมือแทนคำตอบ เห็นนัยน์ตาเข้มมองมาอยู่จากนั้นเขาถึงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

“คุณย่าจะลงมาทำธุระที่กรุงเทพฯ ท่านเลยจะมานอนกับเราที่บ้าน”

คุณย่าของโมกข์คือบุคคลที่เธอรักและเคารพ เจอท่านครั้งล่าสุดก็คือวันแต่งงาน ท่านมาอวยพรในคืนเข้าห้องหอ ท่านไม่ได้อาศัยที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเลิกรากับคุณปู่ของโมกข์ได้หลายปีแล้ว แต่ลูกหลานก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ

“ผมให้พี่พรย้ายข้าวของว่านมาไว้ห้องผมแล้ว”

“ค่ะ พี่พรบอกว่านแล้ว”

“ระหว่างที่ท่านอยู่ ว่านคงรู้หน้าที่ว่าต้องทำตัวยังไง” ไม่เชิงออกคำสั่ง แต่เป็นการบอกกลายๆ ให้รู้ว่าเขาเองก็ต้องสวมบทบาท ‘สามีที่ดี’ เช่นกัน

“ค่ะ”

“อีกเรื่องที่ผมอยากจะคุยแล้วก็ตกลงกับว่าน”

มัสยาพยักหน้ารับ หลังแต่งงานมาเราทั้งคู่แทบไม่เคยคุยกันอย่างจริงจังเลยสักครั้ง

“คุณพร้อมจะหย่าให้ผมได้เมื่อไหร่” เขาเปิดประเด็นขึ้นมาโดย

ไม่อ้อมค้อม ซึ่งไม่ได้เหนือความคาดหมายสำหรับมัสยาเท่าไหร่นัก

หญิงสาวนั่งนิ่งไม่ใช่เพราะอึ้งแต่กำลังประมวลผลต่างๆ ที่จะตามมา เรื่องที่เกิดขึ้นมันคือการจัดฉาก ส่วนตัวการนั้นเป็นใครก็สุดจะรู้

หากมองลึกลงไปจะรู้ว่าใครที่ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้ อีกทั้งมัสยาไม่รู้ว่าที่บิดาคุยกับโมกข์อยู่นานสองนานนั้นคุยเรื่องอะไร เดาว่า

ไม่พ้นเรื่องเงินที่เคยเกริ่นไว้กับเธอครั้งก่อน เพราะแบบนี้เธอถึงไม่ตอบโต้ยามที่โมกข์ดึงมันขึ้นมาเหยียดหยามกัน

ปฏิเสธได้ไม่เต็มปาก เพราะตัวเธอก็แอบคิดว่าคนริเริ่มอาจเป็นคนฝั่งตัวเอง

“ถ้าหย่ากันแล้ว ผมจะให้เงินคุณไปตั้งตัวสักก้อน” ทุกถ้อยคำของโมกข์ยังคงเต็มไปด้วยคำถากถาง “อย่างน้อยๆ ครอบครัวคุณก็มีเงินใช้หนี้”

“…” เท่ากับว่าโมกข์ให้เงินจำนวนนั้นกับบิดาของเธอแล้วใช่ไหม

“ถ้าไม่สุรุ่ยสุร่าย ใช้เงินเกินตัว ก็คงอยู่อย่างสบายได้ยาวๆ”

“…”

“เงียบ?” ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้ม มองอย่างไรก็ดูคล้ายสมเพชเต็มประดา “ไม่อยากหย่า? อยู่สูบเลือดสูบเนื้อได้มากกว่างั้นใช่ไหม”

ความอดทนที่มัสยาเคยมีนั้น นับวันเริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ อะไรที่ทำให้โมกข์มองเธอแง่ลบได้ขนาดนั้น ไม่มองเธอให้ฐานะภรรยาก็มองกันในแง่เพื่อนมนุษย์บ้าง

“คุณโมกข์ต้องการหย่าวันไหนแจ้งว่านได้เลยค่ะ” บางทีมัสยาก็นึกอยากจะเห็นแก่ตัว อยากปลีกตัวหนีจากปัญหาไปที่ไกลๆ เชื่อว่าหากน้ำในแก้วลดลงเรื่อยๆ วันหนึ่งหากมันแห้งเหือดอาจไม่มีเหตุผลอะไรให้ทนอีก

“เอาตามที่คุณเห็นสมควร ว่านคิดว่าคุณโมกข์น่าจะมองการณ์ไกลได้ดีกว่า” เพราะนี่มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่มันเกี่ยวข้องกับสองครอบครัว “ว่านรู้ว่าคุณโมกข์คงไม่อยากให้ครอบครัวบาดหมางกัน เอาเป็นว่าระหว่างนี้ว่านจะไม่ยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของคุณ สบายใจได้ค่ะ ถึงเวลาเมื่อไหร่ว่านยินดีที่จะเซ็นใบหย่าให้”

“ผมควรอัดคลิปหรืออัดเสียงหรือเปล่า เผื่อถึงเวลาจริงๆ คุณตุกติกขึ้นมา” 

มัสยายิ้มในหน้ากับถ้อยคำประชดประชันของผู้ชายตัวโต ได้แต่หวังว่าระยะเวลาต่อจากนี้ไปทั้งตัวและหัวใจตัวเองจะแข็งแกร่งเหมือนเดิม

“วางใจได้ค่ะ” เธอย้ำชัดอีกครั้ง “ถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ ว่านพร้อมจะไป ไม่เรียกร้องอะไรจากคุณสักอย่าง”

“ได้ยินแบบนี้ก็ดี” โมกข์บิดกายคลายความปวดเมื่อย ริมฝีปากยกยิ้มราวกับพึงพอใจไม่น้อย “แต่ผมไม่ใช่คนใจร้าย อะไรที่บอกว่าจะให้ผมก็ให้”

“ตามใจคุณเถอะค่ะ” หากเขามีความสุขกับการกดให้อีกฝ่ายต่ำลงด้วยการหว่านเม็ดเงิน เธอก็ขี้คร้านจะต่อกรด้วย “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ว่านขอตัวทำงานต่อก่อนนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป