บทที่ 23 23

‘อาทิตย์นี้ไม่ได้ฝึกวาดเลยไม่ใช่เหรอ’

‘พี่โมกข์รู้ได้ไง’

‘อารุตพาเราออกงานบ่อยขนาดนั้น’

ไม่มีวันไหนที่เธอไม่ได้คุยกับโมกข์ หากไม่เจอหน้าก็มักคุยกันทางโทรศัพท์ ส่วนมากชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายโทรมา หรือบางครั้งก็คุยผ่านตัวอักษรผ่านไลน์

มันกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตอนไหน มัสยาก็ไม่อาจรู้…

“ว่าไงเรา” คนตัวโตวางมือบนศีรษะทุยได้รูปจับโยกไปมา “  จะบอกหรือไม่บอก?”

“โอ๊ย! พี่โมกข์ หนักนะ” มัสยาโวยวายกลบเกลื่อนบางสิ่งบางอย่างที่เด่นชัดขึ้นมา เมื่อเขาแกล้งกันโดยใช้อ้อมแขนกอดคอเธอแล้วดึงเข้าหาตัว

“ดี ไม่พูดก็จะรัดไว้แบบนี้”

“ปล่อยก่อนสิ”

“พ่อบอกว่าถ้าว่านเรียนจบเมื่อไหร่ เรา… ต้องแต่งงานกัน”

ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจ คิ้วที่พาดเหนือดวงตาคมเข้มขมวดมุ่น รวมถึงแววตาที่ดูแปลกไปแต่ครู่เดียวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม โมกข์คลี่ยิ้มก่อนวางมือบนไหล่คนตัวเล็กออกแรงบีบเบาๆ

“ตั้งใจเรียนก่อน เรื่องพวกนั้นอย่าเพิ่งไปนึกถึง”

“แล้ว…” มัสยาอึกอัก แต่ก็อยากรู้บางอย่าง “พี่โมกข์คิดยังไงคะ ถ้าผู้ใหญ่ให้เราหมั้นกันก่อน”

“ทำไม” เขาเลิกคิ้ว “ว่านไม่อยากแต่งกับพี่เหรอ?”

“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ” รีบส่ายหน้าบอกปัด แต่ดูเหมือนว่าคำปฏิเสธของเธอจะทิ้งร่องรอยทำให้โมกข์จับสังเกตได้ “คือไม่ใช่ว่าว่านไม่อยากแต่งกับพี่ แต่มันเร็วไป”

“อืม เร็วไป… มาก” โมกข์ครางรับ “ถึงบอกไงว่าอย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องพวกนั้น ว่านยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำอีกตั้งหลายปี เอาเวลามาใส่ใจกับสิ่งที่ตัวเองรักเถอะ อย่าทิ้งความฝัน”

“พ่อไม่ให้ว่านเข้าคณะสถาปัตย์แน่ๆ” นึกถึงตรงนี้ทุกอย่างก็ดูหม่นหมองไปหมด ชีวิตเธอถูกขีดเส้นไว้หมดแล้ว เธอมีหน้าที่เดินตามเส้นที่คนเป็นพ่อขีดไว้เท่านั้น

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

“…”

“พี่จะไปคุยกับคุณอาให้” คนเราหากทำในสิ่งที่รัก เขาเชื่อว่ามันจะออกมาได้ดี และมัสยามีสิ่งนั้นอยู่ในจิตวิญญาณของเธอ “แม่พี่ก็จะช่วยพูดด้วย”

“จริงนะคะ”

“อืม”

“ว่านรักพี่โมกข์ที่สุดเลย”

วันใดที่ชีวิตมืดมนก็แค่อดทนรอเท่านั้น เพราะในวันรุ่งขึ้นพระอาทิตย์ก็จะส่องแสงนำทางแก่เราเอง และโมกข์ก็เปรียบเหมือนแสงสว่างสำหรับเธอ…

ปาลิดาคือลูกพี่ลูกน้องต่างสายเลือดที่จำเป็นต้องย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคากับเธอ หลังจากที่บุพการีของพี่สาวเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ

แรกเริ่มมัสยาค่อนข้างดีใจที่ตัวเองกำลังจะมีพี่สาว เธอวาดฝันไว้อย่างสวยงามเหมือนในนิยายว่าจะมีเพื่อนคู่คิด สามารถปรึกษากันได้ทุกเรื่อง

แต่เรื่องจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น มัสยาไม่ได้รู้สึกไปเองว่าพี่สาวคนนี้มีอะไรบางอย่างที่เธอสัมผัสได้ แต่คนอื่นกลับมองไม่ออกซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิดไม่น้อย

ปาลิดาเป็นคนหน้าตาสะสวย เรียนเก่งเป็นที่น่าชื่นชมของครอบครัว โดยเฉพาะบิดาเธอค่อนข้างให้ความเอ็นดูพี่สาวเป็นพิเศษ

‘ดูพี่ฝันเขาไว้เป็นตัวอย่าง อย่าเอาแต่เที่ยวเล่น หนังสือก็อ่านเยอะๆ ถ้าเกรดตกพ่อจะไม่อนุญาตให้ออกไปข้างนอก’

มัสยาเกลียดความรู้สึกที่ตัวเองกลายเป็นคนที่ถูกลืม ตั้งแต่ปาลิดาก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ดูเหมือนจะมีอะไรเปลี่ยนไปหลายๆ อย่าง เหมือนเป็นจุดรวมความสนใจของทุกคน

ไม่เว้นแม้กระทั่งโมกข์…

จากที่เคยกินข้าว ปั่นจักรยาน หรือออกไปซื้อของด้วยกันสองคน กลายเป็นว่าทุกครั้งจะมีปาลิดาไปด้วย เหมือนเธอกำลังถูกผลักออกจากโคจรโมกข์เรื่อยๆ รอยยิ้มและความเอาใจใส่เผื่อแผ่ไปให้พี่สาวต่างสายเลือดจนบางครั้งเหมือนเขาลืมเธอไปในที่สุด

‘พี่โมกข์ไม่พาว่านไปวาดรูปหลายอาทิตย์แล้วน้า’

‘ช่วงนี้พี่เรียนหนัก’

‘ว่านวาดในบ้านไม่ได้เลย พ่อรู้โดนยึดของแน่ๆ’

‘มะรืนพี่ว่าง เราไปที่สวนรถไฟกันไหม’

‘ไปค่ะ ว่านเตรียมของรอเลยนะ ไปปั่นจักรยานด้วย’

‘ได้ครับ’

‘พี่โมกข์คะ’

‘ว่าไง’

‘ไปกันสองคนได้ไหม แค่พี่โมกข์กับว่าน… นะคะ’

‘โอเค’

แต่สุดท้าย… เขากลับยกเลิกนัดเธอในเช้าวันรุ่งขึ้น ไม่บอกว่าจะเลื่อนไปวันไหนแทน เขาบอกเพียงว่ามีธุระด่วนเข้ามา

โมกข์เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์ของเธอ จนบางทีมัสยาคิดว่าตัวเธอเริ่ม ‘เสพติด’ การมีชายหนุ่มอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องจับคู่ให้หมั้นและแต่งงาน ลึกๆ ในใจยังร้องค้านแต่มาตอนนี้คำค้านที่เคยคิดไว้กลับมลายหายไป

เธอยินดี… หากผู้ชายคนนั้นคือโมกข์

และเพราะเหตุผลนี้มันทำให้มัสยารู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับเขา

“อยู่บ้านเหรอวันนี้”

“ก็เห็นอยู่นี่คะ” มัสยาไหวไหล่ไม่อยากเสวนากับคนอย่างปาลิดาเท่าไหร่นัก แต่ครั้นจะเดินหนีหญิงสาวกลับก้าวเท้าจงใจขวางทางกันซึ่งๆ หน้า

“หลีก ว่านต้องไปอ่านหนังสือ”

“เดี๋ยวซี่” ปาลิดาเกี่ยวแขนน้องสาวไว้พร้อมกับน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วยั่วประสาทไม่น้อย “โมกข์ไม่ได้ชวนเหรอวันนี้?”

ชื่อของชายหนุ่มทำเอามัสยาเผลอมุ่นหัวคิ้ว ดวงตากลมจดจ้องอีกฝ่ายราวกับอยากจะเค้นเอาคำตอบ 

“พี่ฝันหมายความว่าไง” คนอย่างปาลิดาจะมีญาติดีกับเธอมันเป็นเรื่องน่าขัน การที่หญิงสาวจงใจดักรอเพื่อพูดปั่นโทสะแบบนี้ย่อมมีจุดประสงค์บางอย่างอยู่แล้ว

“ไม่มีอะไรหรอก” เจ้าของร่างระหงยืนใช้นิ้วม้วนปลายผมก่อนปรายตามองพลางยกยิ้มมุมปาก “พี่ไปก่อนนะ ตั้งใจอ่านหนังสือล่ะ”

มันคือกับดักที่ปาลิดาตั้งใจหย่อนไว้ ทว่าความใคร่รู้ผลักดันให้

มัสยาเลือกที่จะเดินเหยียบเพื่อตามเกมของผู้หญิงคนนั้น

เธออยากรู้… ทำไมวันนี้โมกข์ถึงยกเลิกนัด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป