บทที่ 24 24

เป็นครั้งแรกที่มัสยาออกจากบ้านโดยที่ไม่ได้แจ้งใครในบ้าน เธอแอบตามปาลิดามาอย่างเงียบๆ หัวใจเต้นถี่ยิบก่อนจะรู้สึกเหมือนมีใครเอาน้ำเย็นจัดสาดโครมเข้าให้

คนที่ยืนรออยู่ตรงนั้นคือโมกข์ไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน อีกทั้งสถานที่ที่พี่สาวต่างสายเลือดมานั้นคือสวนรถไฟ เป็นที่เดียวกับที่โมกข์นัดเธอ…

ไอ้อาการปวดแสบปวดร้อนที่เป็นอยู่นี่คืออะไร ร้อนผ่าวๆ เหมือนมีใครเอาไฟมาสุมอยู่ในใจ

มันโกรธ เสียใจ ผิดหวัง จนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เลย เรียวปากบางสั่นระริกรู้สึกเหมือนโดนหักหลังจากคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจ

มัสยากดโทรออกหาโมกข์ทันที ทุกการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มอยู่ในสายตาเธอทุกอย่าง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนวางไว้ข้างตัวปล่อยให้มันแผดเสียงร้องอยู่อย่างนั้น

“ไม่รับสายเหรอโมกข์” ปาลิดาถามขึ้น พลางปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังโชว์ชื่อคนโทรเข้ามา

“ช่างเถอะ ไว้ค่อยโทรกลับทีหลัง”

เสียงเรียกเข้าเงียบลงเพราะมัสยากดวางสาย ฝ่ามือบางกำแน่นจนรู้สึกเจ็บ ขาเรียวก้าวฉับไปยังสองหนุ่มสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน

“พี่โมกข์!” มัสยาเปล่งเสียงออกไป

ชายหนุ่มดูแปลกใจเล็กน้อยก่อนรีบลุกขึ้น ส่วนปาลิดานั้นแสดงอาการตกใจเกินเหตุ ทว่ามัสยากลับเห็นรอยยิ้มที่เจ้าตัวซ่อนไว้อย่างแนบเนียน

“นี่คือธุระที่พี่โมกข์ยกเลิกนัดว่านเหรอคะ” นาทีนี้มัสยาโกรธเกินกว่าจะสนใจใครหน้าไหน นิ้วชี้เรียวชี้ไปยังฝั่งปาลิดา “พี่โมกข์โกหกว่านเพื่อมากับพี่ฝันเหรอ”

“ว่าน” โมกข์พยายามใจเย็น “สงบสติอารมณ์ตัวเองหน่อย นี่ไม่ใช่ที่บ้าน”

“ว่านคงโกรธ แต่ใจเย็นๆ ก่อนดีไหม” ปาลิดาเสนอตัวเป็นคนกลาง แต่มือกลับวางทาบต้นแขนแกร่ง “โมกข์ก็ด้วย อย่าอารมณ์ร้อน คุยกันด้วยเหตุผล”

“อย่าแส่!” คนที่อยู่ในห้วงความโกรธแผดเสียงใส่ “คิดว่าว่านมองไม่ออกเหรอว่าอะไรเป็นอะไร อย่ามาทำเป็นตีสองหน้า”

ปาลิดายกมือทาบอก หญิงสาวถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่ออยู่ให้ห่างจากน้องสาว ปล่อยให้สองคนตอบโต้โดยที่ตัวเองอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ มันน่าจะดีกว่า

“ว่าน!” ชายหนุ่มขบกรามแน่นอยากจะคว้าตัวคนที่ไม่ยอมฟังเหตุผลมาจับเขย่าตัวให้หายสิ้นฤทธิ์ “ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็กลับไป ทำอะไรอายคนอื่นเขาบ้าง”

“ตั้งแต่พี่ฝันเข้ามา พี่โมกข์ก็เปลี่ยนไป” คนพูดพยายามกลั้นน้ำตา ตอนนี้มัสยาเหมือนกำลังจะเสียสิ่งสำคัญไป “อย่าลืมว่ายังไงเราก็ต้องแต่งงานกัน”

“จะแต่งได้ไง ในเมื่อเราไม่ได้รักกัน”

“แต่ว่าน” คนเสียใจจุกอยู่ในอก “ว่านคิดว่าว่านรักพี่โมกข์”

“พี่ไม่เคยขอให้ว่านมารัก”

“แล้วที่ผ่านมา พี่โมกข์จะบอกว่าว่านคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวงั้นเหรอ”

“ไม่ได้ตั้งใจทำให้ว่านรู้สึกแบบนั้น พี่มองเราเป็นน้องสาวคนหนึ่ง”

“น้องเหรอ แล้วตอนนั้นพี่…” / “มันยังไม่เกิดขึ้น ว่านอย่าหลงประเด็น”

“เพราะมันใช่ไหม พี่โมกข์พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า ตั้งแต่มันเข้ามา พี่ก็เปลี่ยนไป”

“ไม่เกี่ยวกับคนอื่น”

“จะไม่เกี่ยวได้ยังไง!”

“เพราะเราเป็นแบบนี้ไงล่ะ ต้องได้ดังใจทุกอย่าง ว่านเอาแต่ใจเกินไปรู้ตัวไหม!”

“…”

“พี่โคตรเบื่อนิสัยของเราเลยว่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงกลายเป็นเด็กมีปัญหาแบบนี้”

“…”

“ว่านทำตัวแย่มาก รู้ตัวไว้ด้วย!” โมกข์ระเบิดอารมณ์จนน่ากลัวเกินกว่าจะหาคำพูดมาโต้ตอบได้อีก เขาจ้องมัสยาอย่างเกรี้ยวกราดก่อนเดินหนีออกไปไกล

มัสยายืนกำมือแน่นมองแผ่นหลังชายหนุ่มที่เล็กลงเรื่อยๆ ปวดแปลบอยู่ในอกกับความโง่เง่าที่ตัวเองทำลงไป ถ้ามันจะพังก็เป็นเพราะเธอเอง

“ไม่เป็นไรนะว่าน พี่เข้าใจ”

ตอนแรกคิดว่าปาลิดาเดินตามโมกข์ไปแล้วเสียอีก มัสยาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเตรียมเดินหนีแต่กลับถูกพี่สาวต่างสายเลือดคว้าข้อมือไว้เสียก่อน

“ว่านยังเด็ก เลยขาดการยั้งคิด” ปาลิดาทำหน้าคล้ายเห็นใจกัน แต่หากมองลงลึกเข้าไปจะเห็นว่ามีนัยยะแอบแฝง “เดี๋ยวยังไงพี่จะลองช่วยพูดกับโมกข์ให้”

“อย่ามายุ่ง!” ไม่อยากพูดไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้นตอนนี้ ทว่ามัสยาสะบัดมือแต่อีกฝ่ายก็ยังกำรอบข้อมือไว้แน่น “ปล่อย!”

“โทษทีจ้ะ พอดีตรงนี้พื้นมันเป็นโคลน พี่จะลื่น” แม้ปากขอจะ

ขอโทษแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ หนำซ้ำสาวเจ้ายังกำแน่นกว่าเดิมจนมัสยาขมวดคิ้ว

จะมาไม้ไหนกันแน่

เธอไม่ได้รู้สึกไปเองว่าอีกฝ่ายออกแรงดึงมากกว่าปกติเหมือนอยากให้เธอตกน้ำ แต่พอเธอสะบัดมือออกอย่างแรงเลยทำให้ปาลิดาทรงตัวไม่อยู่จนกระทั่งซวนเซตกน้ำไปเอง

ตู้ม!

“พี่ฝัน!”

“ช่วยด้วยค่ะ”

มัสยาตกใจไม่น้อยที่เห็นร่างทั้งร่างของพี่สาวตกลงไปในน้ำแบบนั้น เธอพยายามยื่นมือช่วยเหลือแต่เจ้าตัวเอาแต่ตีน้ำไปมาจนตัวออกห่างจากที่ที่เธอยืนอยู่ออกไปเรื่อยๆ ปากก็ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

ทุกอย่างชุลมุนมากเสียงดังอื้ออึงแซ่ไปหมด ผู้คนพากันรายล้อมแต่ไม่มีใครที่กล้าโดดลงไปช่วยเหลือคนตกน้ำ แต่แล้วกลับมีใครบางคนที่กระโดดผ่านหน้าเธอไป

โมกข์… เขากลับมาช่วยปาลิดา

“ตรงนี้มีคนจมน้ำครับ มีใครปฐมพยาบาลเป็นบ้าง”

“เรียกรถโรงพยาบาลที”

“หรือรถใครจอดใกล้ๆ ช่วยเขาหน่อยเร็ว”

ทุกคนที่อยู่รอบตัวตะโกนถามอย่างให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่โมกข์กำลังพาร่างที่เหมือนจะไร้สติของปาลิดาเข้าใกล้เรื่อยๆ

มีคนอาสาซึ่งบอกว่าตัวเองเป็นพยาบาลจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับปาลิดา

ใจของมัสยาสั่นรวมถึงหวาดผวาไปหมด ถึงเธอจะไม่ชอบขี้หน้าพี่สาวต่างสายเลือดแต่ก็ไม่ได้ใจจืดใจดำพอที่จะเห็นใครตายไปต่อหน้าต่อตา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป