บทที่ 4 บทที่ 2 ม่ายทรงเครื่อง
บทที่ 2
ม่ายทรงเครื่อง
บรรยากาศภายในคฤหาสน์อัครเดโชที่เคยเงียบสงบ กลับร้อนระอุขึ้นทันทีเมื่อร่างสูงของราชาเดินปั้นปึ่งเข้ามา เสื้อเชิ้ตราคาแพงยับยู่ยี่ ผมเผ้าที่เคยเซตมาอย่างดีบัดนี้ไม่เหลือทรง ลำพังแค่แรงตบตีจากพวกผู้หญิงน่ะไม่ได้ทำให้เขาสึกหรอเท่าไหร่หรอก แต่สิ่งที่ทำให้เขาโมโหคือการที่คนในบ้านดันไม่รู้จักเจ้านายตัวเอง แถมยังรุมสกรัมเขาเหมือนหมูเหมือนหมา!
“ฉันจะไล่พวกมันทุกคนออก! กล้าดียังไงมาทุบตีเจ้านายตัวเอง!”
ราชาตวาดลั่นจนแจกันโบราณสะเทือน สาวใช้ที่เดินตัวลีบตามหลังมาต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าถอดสีเหมือนจะร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวความผิด ทว่ากิ่งเทียนที่เดินตามหลังมาติด ๆ กลับเอ่ยเสียงเรียบ
“คุณจะมาไล่คนของกิ่งออกได้ยังไง กิ่งเป็นคนจ้างพวกเธอ คุณไม่มีสิทธิ์”
ราชาหันขวับมาจ้องหน้าม่ายอายุน้อยด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
“แต่นี่มันบ้านของฉัน!”
“ก็บ้านของผมเหมือนกัน!” กิ่งเทียนสวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัว
“อย่าลืมนะครับว่าผมมีศักดิ์อะไรในบ้านหลังนี้ และคุณท่านก็ระบุไว้ชัดเจนว่าอำนาจการดูแลบริวารทั้งหมดเป็นของผม”
“โถ่เอ๊ยกิ่งเทียน! คำก็แม่เลี้ยง สองคำก็มีศักดิ์ เหมือนเธอจะภูมิใจนักหนากับตำแหน่งจอมปลอมที่เอาตัวแลกมานะ!” ราชาเหยียดยิ้มหยัน พลางก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวกิ่งเทียนจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวด้วยโทสะ
“แล้วไงครับ? ถึงจะเอาตัวแลกหรือจะได้มายังไง แต่ตอนนี้กิ่งมีสิทธิ์ ยังไงคุณก็ไล่คนของกิ่งออกไม่ได้ ยิ่งพวกเธอไม่มีความผิดด้วยแล้ว ที่พวกเธอทำไปก็แค่ปกป้องกิ่งจากคนใจบาปแบบคุณ!”
“กิ่งเทียน!” ราชาคำรามลั่นชื่ออีกฝ่าย มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ทำไมครับ?” กิ่งเทียนเชิดหน้าสบตาอย่างท้าทาย ไม่หลบเลี่ยงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาแม้แต่น้อย
“ปากดีนักนะ ระวังตัวไว้เถอะ ฉันไม่มีทางให้เธอได้อยู่เสวยสุขในบ้านหลังนี้อย่างสบายแน่!”
ราชาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงอาฆาต ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นบันไดวนไปยังชั้นบน ทิ้งให้กิ่งเทียนยืนนิ่งอยู่กลางโถงบ้านท่ามกลางสายตาขอบคุณและหวาดหวั่นของเหล่าสาวใช้
เช้าวันต่อมา
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานสูงของห้องอาหารหรูภายในคฤหาสน์อัครเดโช กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดและอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะยาวที่ทำจากหินอ่อนราคาสูงลิ่ว ราชานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในชุดลำลองแต่ยังคงมาดนักธุรกิจจอมเผด็จการ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองหน้าจอไอแพดในมือพลางจิบกาแฟด้วยท่าทีผ่อนคลาย
ทว่าความสุนทรีย์นั้นก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อสายตาของเขาเลื่อนไปสะดุดเข้ากับพาดหัวข่าวบันเทิงไฮโซของเช้านี้
[จับตา 'ม่ายทรงเครื่อง' แห่งปี! กิ่งเทียน แก้ววิจิตร สวยพิฆาตขนาดนี้ นับจากนี้คงเนื้อหอมน่าดู!]
ปลายนิ้วหนาเลื่อนดูรูปภาพประกอบ เป็นรูปที่กิ่งเทียนอยู่ในชุดเดรสสีดำสนิทจากงานศพเมื่อวาน ใบหน้าสวยหวานที่ดูโศกเศร้าทว่ากลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด แสงแฟลชที่กระทบผิวขาวจัดทำให้กิ่งเทียนดูราวกับนางฟ้าในชุดไว้ทุกข์
คำบรรยายใต้ภาพยังเขียนชื่นชมว่า 'ใช้คำว่าสวยได้เปลืองมาก' และปิดท้ายด้วยการคาดเดาว่าคนใบหน้าหวานคนนี้จะกลายเป็นที่หมายปองของบรรดาไฮโซกระเป๋าหนักในไม่ช้า
ปัง!
ราชาตบโต๊ะอาหารฉาดใหญ่จนถ้วยกาแฟกระเด็น น้ำสีเข้มกระฉอกเลอะผ้าปูโต๊ะขาวสะอาด สาวใช้ที่ยืนคอยรับใช้อยู่ใกล้ ๆ ถึงกับสะดุ้งตัวโยน
“เฮอะ! ศพพ่อยังไม่ทันจะเผา แต่นี่ริจะไปเสนอตัวออกสื่อหาผัวใหม่แล้วงั้นเหรอ!” เขาคำรามเสียงต่ำ นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัดที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกรธขนาดนี้
“สันดานปลิงดูดเงินจริง ๆ พ่อฉันตายไปคนเดียวไม่พอ สงสัยกลัวมรดกที่ได้ไปมันจะไม่อิ่มท้อง ถึงได้รีบหาที่เกาะใหม่แบบนี้!”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องอาหาร กิ่งเทียนเดินเข้ามาในชุดลำลองสีขาวสะอาดตา ใบหน้าดูอิดโรยเล็กน้อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทันทีที่เห็นสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อของราชา กิ่งเทียนก็หยุดชะงักพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นครับ? อาหารไม่ถูกปาก หรือว่า.. นิสัยป่าเถื่อนมันแก้ไม่หาย” กิ่งเทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าคำพูดกลับเชือดเฉือนจนคนฟังหน้าสั่น
ราชาเหยียดยิ้มร้าย พลางชูไอแพดที่มีหน้าข่าวของกิ่งเทียนหราอยู่ขึ้นมา
“ดูนี่ซะก่อนสิ ‘คุณแม่เลี้ยง’ ข่าวเธอดังกว่าข่าวงานศพพ่อฉันซะอีกนะ อยากจะได้ผัวใหม่จนตัวสั่นเลยหรือไง ถึงได้ปล่อยให้สำนักข่าวเขียนอวยตัวเองขนาดนี้!”
กิ่งเทียนหรี่ตามองภาพบนหน้าจอไอแพด พอจับใจความได้ก็แอบตกใจอยู่เล็กน้อย แต่เพียงครู่เดียวเขาก็รวบรวมสติ ปั้นเสียงเรียบสวนกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
“กิ่งไม่ได้เป็นคนสั่งให้เขาเขียนข่าวแบบนั้นสักหน่อย เมื่อวานนักข่าวเขามาขอถ่ายรูป จะให้กิ่งปฏิเสธก็กระไร.. อีกอย่าง เป็นคุณเองไม่ใช่เหรอครับที่สั่งให้กิ่งไปเสนอหน้าอยู่หน้างานศพจนสื่อรุมทึ้งกันใหญ่ หนีก็ไม่ได้.. จะเดินหนีก็หาว่าไม่มีมารยาทอีก”
กิ่งเทียนโยนความผิดกลับไปให้เจ้าของใบหน้าคมเข้มทันที ทำเอาชายหนุ่มถึงกับใบ้รับประทาน พูดไม่ออกไปชั่วขณะ ได้แต่หอบหายใจฟึดฟัดด้วยความขัดใจ ยิ่งเห็นร่างระหงนั่งลงที่โต๊ะเดียวกันอย่างไม่ทุกข์ร้อน มือเรียวขาวจัดยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับพญาหงส์ ราชาก็ยิ่งหงุดหงิด...
หงุดหงิดที่ลึก ๆ แล้วต้องยอมรับว่าคนตรงหน้าดูดีมากจริง ๆ
ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดหนีเพื่อไล่ความคิดประหลาดนั่นออกไป ก่อนจะแค่นหัวเราะเหยียดหยาม
“ฮึ! ตาแก่นั่นโง่จริง ๆ ที่เลี้ยงงูพิษไว้ข้างตัวแบบนี้ ไม่รู้โดนล้วงตับไปถึงไหนแล้ว”
ปัง!
คราวนี้เป็นกิ่งเทียนที่ลุกขึ้นตบโต๊ะอาหารฉาดใหญ่ นัยน์ตาสวยวาวโรจน์ไปด้วยโทสะจนราชาชะงัก
“อย่าลามปามคุณท่าน!”
“ทำไม? รักนักรักหนาเหรอผัวน่ะ แตะไม่ได้เลยรึไง!” ราชาเห็นอีกฝ่ายโกรธก็ยิ่งได้ใจ เขาจี้ปมเรื่องความสัมพันธ์ที่เขาเชื่อมาตลอดว่าเป็นเรื่องเงินทอง
“กิ่งเคยบอกแล้วนะครับว่าอย่าล่วงเกินคุณท่าน คุณไม่เคารพพ่อตัวเองแบบนี้ สักวันลูกคุณเกิดมาเขาก็จะไม่เคารพคุณเหมือนกัน! กรรมมันทำงานไวนะคุณราชา ระวังไว้เถอะ!”
ราชาเหยียดยิ้มเย็นชาอย่างไม่ยี่หระต่อคำแช่งชักหักกระดูกนั่น เขาเอนหลังพิงเก้าอี้พลางจ้องหน้ากิ่งเทียนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“เฮอะ! อย่าเอาเรื่องลูกงี่เง่าไร้สาระมาขู่ฉัน เพราะคนอย่างราชาไม่มีวันพลาดท่าให้ใคร และที่สำคัญ ฉันไม่มีวันมีลูกเด็ดขาด!”
