บทที่ 5 บทที่ 3 ชู้รักแม่เลี้ยง

บทที่ 3

ชู้รักแม่เลี้ยง

“งั้นก็เอาที่คุณสบายใจเลยครับ กิ่งเบื่อจะพูดละ พูดกับคุณเหมือนพูดกับแพง”

กิ่งเทียนเลือกที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด เขาขยับตัวเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปที่วัดเพื่อทำหน้าที่เจ้าภาพตามปกติ ทว่าในขณะที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องอาหาร มือหนาของคนที่เพิ่งบอกว่าไม่อยากเสวนากลับพุ่งมาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวอย่างแรงจนกิ่งเทียนต้องหันกลับมามอง

“คุณราชาปล่อยครับ กิ่งต้องไปดูความเรียบร้อยที่วัดก่อนแขกจะมา”

“วันนี้ไม่ต้องไปยืนหน้ารูปพ่อฉัน ให้พวกเด็กรับใช้ไปยืนแทน ส่วนเธอไปมุดหัวช่วยงานเบื้องหลังหรือที่ไหนก็ได้ที่ลับตาคนก็พอ”

กิ่งเทียนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง 

“ทำไมครับ? ในเมื่อกิ่งเป็นเจ้าภาพ กิ่งก็ต้องไปต้อนรับแขก”

“อย่าไปเสนอหน้าออกสื่อให้มันมากนัก! ฉันอายเขาเวลาข่าวมันลงเบ้าหน้าเธอ เห็นแล้วมันรำคาญลูกตา!” ราชาตะคอกเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

กิ่งเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววสับสนอย่างปิดไม่มิด เขาเพิ่งจะอ่านข่าวเมื่อครู่มาพร้อมกับชายตรงหน้าไม่ใช่หรือ? ถึงแม้พาดหัวจะเขียนเรื่องม่ายทรงเครื่องอะไรนั่น แต่เนื้อหาข่าวทั้งหมดไม่มีตรงไหนเลยที่ตำหนิเรื่องรูปร่างหน้าตาของเขา 

กลับกัน.. สื่อทุกสำนักต่างใช้คำว่า 'งดงามสะอาดตา' หรือไม่ก็ 'สวยสะกดใจ' กันทั้งนั้น

แล้วทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้บอกว่าอายที่เห็นหน้าเขาในข่าวล่ะ?

“คุณนี่ก็แปลกคนนะครับ” กิ่งเทียนพึมพำออกมาเบา ๆ พลางสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม 

“ถ้าอายนัก วันหลังคุณก็ไปยืนเองคนเดียวสิครับ จะมาสั่งกิ่งทำไม”

“กิ่งเทียน! ฉันสั่งคำไหนต้องเป็นคำนั้น! ถ้าวันนี้ฉันเห็นเธอไปโผล่หน้ากล้องสำนักข่าวไหนอีกละก็.. อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”

ราชาทิ้งท้ายไว้ด้วยท่าทางฮึดฮัดก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไป ทิ้งให้กิ่งเทียนยืนมองตามด้วยความไม่เข้าใจ

เบ้าหน้าไม่ดีงั้นเหรอ? มือเรียวยกขึ้นลูบแก้มตัวเองเบา ๆ พลางถอนหายใจ

และแม้กิ่งเทียนจะพยายามทำตัวให้ลีบที่สุดด้วยการหลบมาช่วยงานอยู่เบื้องหลัง ทว่านักข่าวตาไวหลายสำนักก็พากันเดินเลาะหาจนเจอ พวกเขารุมล้อมกิ่งเทียนเพื่อขอถ่ายรูปและสัมภาษณ์จนคนตัวเล็กทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ยืนละล้าละลังด้วยความลำบากใจ

“เอ่อ.. คือกิ่งยังไม่ค่อยสะดวกครับพี่ ๆ”

“นิดเดียวเองค่ะคุณกิ่ง สังคมอยากรู้มากเลยค่ะว่านับจากนี้จะจัดการมรดกยังไงต่อ”

ในขณะที่กิ่งเทียนกำลังจะถูกสื่อรุมทึ้ง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางวงล้อมอย่างสง่างาม

“ไม่ทราบว่ามีอะไรกับ ‘แม่เลี้ยง’ ของผมหรือเปล่าครับ?”

น้ำเสียงทุ้มกังวานมาพร้อมกับรอยยิ้มการค้าที่ดูสุภาพ ราชาปั้นสีหน้ายิ้มแย้มมอบให้สื่อมวลชนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน กิ่งเทียนที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับอึ้งจนตาค้าง เขาไม่คิดว่าคนอารมณ์ร้ายปากเสียอย่างราชา จะมีโหมดจอมปลอมที่ดูดีจนน่าขนลุกขนาดนี้ได้

“ว้าย! หรือว่าคุณจะเป็นคุณราชา ลูกชายคนเดียวของท่านอัครที่เพิ่งกลับมาใช่ไหมคะ?” นักข่าวสาวคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น สื่อเจ้าอื่นรีบหันแฟลชมาทางราชาทันที

“ครับ ผมราชาครับ”

“คุณราชาคะ! ตอนนี้สังคมกำลังสนใจข่าวการเป็นม่ายทรงเครื่องของคุณกิ่งเทียนมากเลยค่ะ พวกเราเลยอยากจะขอสัมภาษณ์คุณกิ่งสักเล็กน้อยเรื่อง..”

ยังไม่ทันที่นักข่าวจะพูดจบ ราชาที่ยืนค้ำหัวกิ่งเทียนอยู่ก็แสร้งขยับตัวเข้าบังร่างระหงไว้มิดชิด จนหน้าผากมนรู้สึกถึงสัมผัสจากแผ่นหลังกว้าง

“โถ่ พวกพี่ ๆ สื่อครับ คุณแม่เลี้ยงของผมเขายังไม่หายโศกเศร้าจากเรื่องของพ่อผมเลยนะครับ” ราชาแสร้งตีหน้าเศร้า น้ำเสียงฟังดูเห็นอกเห็นใจจนน่าหมั่นไส้ “จะรีบสัมภาษณ์เรื่องมรดกหรือเรื่องส่วนตัวตอนนี้ มันจะไม่ดูใจร้ายกับคนที่เพิ่งเสียสามีไปหน่อยเหรอครับ?”

คำพูดนั้นทำเอาสื่อมวลชนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ราชาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ เขาเหยียดยิ้มกว้างที่ดูมีเสน่ห์ล้นเหลือพลางเสนอทางออกที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

“เอาอย่างนี้ดีไหมครับ มาทำข่าวผมแทนดีกว่า ผมเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก มีโปรเจกต์ใหม่ของอัครเดโชที่อยากจะเล่าให้ฟังเยอะเลย พี่ ๆ สนใจไหมครับ?”

ในยุคดิจิทัลที่ข่าวสารเดินทางไวกว่าความเร็วแสง เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากบทสัมภาษณ์หน้างานศพจบลง สำนักข่าวออนไลน์หลายแห่งก็พาดหัวข่าวทันที ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจที่ราชาให้สัมภาษณ์ไปเพราะเขาเลี้ยงตอบเรื่องส่วนตัว แต่มีอยู่สำนักหนึ่งที่พาดหัวในเชิงปลายเปิด เนื้อข่าวไม่ได้โจมตีเสียหาย ทว่ากลับส่อเค้าไปในทางที่ชวนให้คนอ่านต้องจินตนาการต่อ

[เปิดตัวทายาทตัวจริง! 'ราชา อัครเดโช' ออกตัวแรงปกป้องแม่เลี้ยงกลางวงสื่อ ยอมให้สัมภาษณ์ครั้งแรกในรอบ 28 ปี ใช้ตัวเองเป็นโล่บังแฟลชให้กิ่งเทียน!]

บรรยากาศภายในงานศพช่วงค่ำเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แขกเหรื่อหลายคนก้มหน้าดูสมาร์ตโฟนของตัวเอง พลางเงยหน้าขึ้นมามองสลับไปมาระหว่างกิ่งเทียนที่กำลังจัดเตรียมเครื่องหอม กับราชาที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล เสียงซุบซิบเริ่มดังระงมพอ ๆ กับกลิ่นธูป

“เธอว่าถ้าไม่มีมูลหมามันจะขี้เหรอ? คนที่ไม่เคยออกสื่อมายี่สิบกว่าปี แต่นี่ถึงกับเอาตัวเข้าแลกเพื่อไม่ให้คุณกิ่งโดนถามเรื่องม่ายทรงเครื่อง มันแปลกๆ นะ”

“นั่นสิ เห็นไหมล่ะ? เดินตามกันต้อย ๆ เลย ขนาดคุณกิ่งจะไปเข้าห้องน้ำ คุณราชายังเดินตามไปติด ๆ ดูท่าจะห่วงกันเกินเหตุนะเนี่ย มองยังไงก็แปลก”

แขกเหรื่อต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยสายตาจับผิด ทว่าความจริงที่ไม่มีใครรู้นอกจากคนสองคนคือ ราชากำลังเดินตามเพื่อกวนประสาทต่างหาก!

“คุณราชาแย่แล้วครับ! ทำไมสื่อสำนักนี้ถึงเขียนข่าวแบบนี้ล่ะ มันส่อเค้าให้คนอื่นคิดไปทางแปลก ๆ นะครับ!”

กิ่งเทียนหน้าตาตื่นรีบก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มที่ยืนทำหน้านิ่งไม่สะทกสะท้าน มือเรียวยื่นสมาร์ตโฟนที่มีหน้าข่าวออนไลน์พาดหัวให้ราชาดูด้วยอาการลนลาน ร่างสูงรับไปกวาดสายตาอ่านครู่หนึ่ง ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างที่กิ่งเทียนเดาอารมณ์ไม่ถูก

“คุณดูสิ หลังจากข่าวนี้ออกมา แขกในงานก็มองพวกเราแปลก ๆ กันหมด!”

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ อยากคิดอะไรก็ปล่อยให้คิดไปสิ” ราชาส่งโทรศัพท์คืนพลางไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ 

“ดีซะอีก พวกที่หวังสูงจะเข้ามาเกาะเธอจะได้รู้จักเจียมตัวซะบ้าง คิดจะมาเสวยสุขบนกองเงินของพ่อฉันผ่านเธองั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ”

กิ่งเทียนเอียงคอสงสัย แววตาเต็มไปด้วยคำถาม เขาไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อนัก แต่สำหรับกิ่งเทียนแล้ว เรื่องชื่อเสียงและความเหมาะสมของท่านเจ้าสัวไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เขาจึงยังไม่หยุดซักไซ้

“กิ่งว่าเรานัดนักข่าวมาแก้ข่าว หรือให้สัมภาษณ์เรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคนให้ชัดเจนดีไหมครับ คนจะได้ไม่เข้าใจผิดไปกันใหญ่”

กิ่งเทียนว่าพลางชำเลืองมองแขกในงานที่เริ่มหันมาซุบซิบและจ้องมองมาทางนี้เป็นตาเดียว ด้วยความกังวลและกลัวว่าใครจะมาแอบได้ยินบทสนทนาที่อาจทำให้เรื่องบานปลาย มือเรียวจึงเผลอคว้าเข้าที่ข้อมือหนาแล้วออกแรงดึงร่างสูงให้เดินตามเข้าไปในมุมลับหลังม่านประดับดอกไม้

“มาทางนี้ก่อนครับคุณราชา เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า!”

ทว่า.. ในสายตาของแขกเหรื่อที่มองมาจากระยะไกล ภาพของ ‘แม่เลี้ยงคนสวย’ ที่รีบคว้ามือ ‘ลูกเลี้ยงสุดหล่อ’ เข้าไปคุยกันสองต่อสองในที่ลับตาคนนั้น มันไม่ได้ดูเหมือนการปรึกษาเรื่องข่าวเลยสักนิด!

“อุ๊ย! ดูสิ ดึงมือดึงไม้เข้าหลังม่านไปแล้วนะนั่นน่ะ” เสียงแขกผู้หญิงคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนพลางยกพัดขึ้นบังใบหน้าที่ยิ้มกริ่ม 

“สงสัยข่าวลือจะเป็นเรื่องจริงเสียแล้วล่ะ ท่าทางจะ ‘ร้อนแรง’ กันตั้งแต่ยังไม่เผาเลยนะเนี่ย!”

กิ่งเทียนไม่รู้เลยว่าการกระทำที่เกิดจากความหวังดีของตัวเอง กำลังกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำข่าวลือเรื่อง #ชู้รักแม่เลี้ยง ให้กระพือไปไกลกว่าเดิม!

ภายในมุมมืดหลังม่านประดับดอกลิลลี่สีขาวที่ส่งกลิ่นหอม กิ่งเทียนจ้องมองใบหน้าคมเข้มของร่างสูงตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด

“ทำไมคุณถึงไม่ทุกร้อนเลยครับคุณราชา!”

“ทำไมฉันต้องทุกข์?”

ราชาเลิกคิ้วย้อนถามพลางก้าวเท้าเข้าหาจนกิ่งเทียนต้องถอยหลังชิดผนัง

“ในเมื่อข่าวออกไปแบบนั้นมันดีกับตัวฉันมากกว่า ขืนข่าวออกไปว่าเธอเป็นม่ายทรงเครื่องที่พร้อมจะ ‘อ้าขา’ ให้ผู้ชายคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า ฉันไม่ยิ่งต้องมานั่งระแวงปวดหัวกับปลิงตัวที่สองที่จะมาดูดสมบัติพ่อฉันอีกเหรอ? ลำพังแค่รับมือกับเธอคนเดียวฉันก็นึกรำคาญจะแย่แล้ว”

กิ่งเทียนเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ความโกรธพลุ่งพล่านจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว

“นี่คุณราชา! คุณช่วยกรุณาอย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลได้ไหม กิ่งไม่ได้จะไปอ้าขาให้ใครง่าย ๆ อย่างที่คุณกลัวหรอกนะ!”

“ฮึ ใครจะไปรู้ล่ะ?” ราชาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบไล่มองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยกิริยาจาบจ้วง

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! คุณคิดว่าข่าวแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงแบบนี้ออกมามันดีนักเหรอครับ มันเป็นความสัมพันธ์ที่สังคมไหนเขาก็ยอมรับไม่ได้ทั้งนั้น!”

“ทำไม? มีความสัมพันธ์กับฉันแล้วมันทำไม? ทำเป็นกระแดะรับไม่ได้ขึ้นมาเชียวรึไง?” ราชาโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน เขาหรี่ตาแคบมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กกว่าอย่างนึกสนุก

“อีกอย่าง...มันก็เป็นแค่ข่าวปั่นหัวคนเล่น เพราะยังไงคนอย่างฉันก็ไม่มีทางพิศวาสเธอในทางนั้นอยู่แล้ว สบายใจได้!”

คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามนั้นทำเอาหัวใจของกิ่งเทียนกระตุกวูบ เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาเย็นชาของราชาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด และแอบเจ็บลึก ๆ ในคำปรามาสนั้น

“ดีครับ! จำคำพูดของคุณไว้ให้แม่นก็แล้วกัน!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป