บทที่ 3 เงินซื้อไม่ได้
วันจดทะเบียนสมรสมาถึงไวกว่าที่โกสินทร์คาดเอาไว้ และถ้าเขาไม่คิดเยอะจนเกินไปเขาก็แอบรู้สึกว่าคุณว่าที่พ่อตาดูเหมือนจะใจร้อนอยากให้ลูกสาวรีบ ๆ ออกจากบ้านเสียเหลือเกิน
“เก็บของพร้อมจังนะครับ กลัวผมไม่พาลูกสาวท่านไปอยู่ด้วยเหรอครับ” เป็นการแซวที่อีกฝั่งไม่รู้สึกขำด้วย เพ็ญศักดิ์ทำหน้าตึงและวางมาดใส่โกสินทร์มากกว่าทุกครั้งที่เจอ แต่ก็เข้าใจได้
วันนี้บ้านของท่านผบ.ตร.ถูกใช้เป็นสถานที่จดทะเบียนสมรสของลูกสาวและลูกเขยต่อหน้านายทะเบียนที่ถูกจ้างมาด้วยราคาหลายหลักสำหรับการจดทะเบียนสมรสที่อยากเก็บให้เป็นความลับมากที่สุด
“ทำหน้าที่ของตัวเองก็พอ”
เพ็ญศักดิ์ต้องระวังทุกคำพูดเนื่องจากวันนี้มีคนนอกอยู่ด้วย ถึงจะจ่ายเงินปิดปากไปแล้วแต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ และเขาจะไม่ยอมเสียภาพลักษณ์ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพเพราะคำพูดชวนประสาทเสียของโกสินทร์
“รีบทำสิ่งที่ต้องทำซะ” เพ็ญศักดิ์หันไปพูดพร้อมกระชากข้อมือแล้วฉุดลูกสาวให้เดินไปนั่งที่เก้าอี้ต่อหน้านายทะเบียน
‘มีคนใจร้อน’ โกสินทร์คิดในใจ เขาเดินเข้ามาในบ้านยังไม่ทันได้นั่ง ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับคนที่จะมาเป็นเมียด้วยซ้ำแต่คุณว่าที่พ่อตาก็อยากให้การจดทะเบียนสมรสนี้จบ ๆ ไปซะที
“จะไปร้องไห้สักรอบไหมแล้วค่อยมาเซ็นชื่อตรงที่ของตัวเอง” น้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงไปด้วยความรำคาญที่เกิดขึ้นจากคนที่เธอต้องเรียกว่าสามีทำให้มือเล็กยิ่งสั่น
ญดาเรศ ตั้งนฤนิตเองตระกูล ชื่อเล่น มดตะนอย เป็นชื่อเล่นที่แม่นมของเธอตั้งให้เพราะตอนที่เธอเป็นทารกตัวของเธอเล็กมาก และชื่อเล่นนี้ก็เป็นชื่อที่ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงคำว่ารัก รักที่มาจากผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่แม่แท้ ๆ และมันเป็นเพียงความรักที่บริสุทธิ์เดียวที่เธอได้รับ
“มดจะเซ็นเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
ญดาเรศพูดเสียงสั่นเครือ เธอไม่กล้ามองหน้าคนข้าง ๆ เพราะกลัวเขามาก กลัวตั้งแต่รู้ว่าต้องแต่งงานกับเขา แม้จะไม่เคยพบกันแต่ชื่อเสียงของว่าที่สามีก็ดังไม่น้อย ดังในด้านร้าย ๆ ทั้งนั้น
“ทุกอย่างเรียบร้อยครับท่าน”
นายทะเบียนทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จก็ลุกขึ้นและเดินออกไป โดยมีลูกน้องของเพ็ญศักดิ์เดินไปส่ง และระหว่างนี้ใบทะเบียนสมรสของทั้งสองคนได้อยู่ในมือของโซ่ผู้ซึ่งรับหน้าที่ดูแลเอกสารสำคัญของเจ้านาย
“ผมทำตามความต้องการของท่านแล้วนะครับ และอย่าลืมข้อตกลงของเรา ผมไม่รีบ แต่ต้องได้ภายในสองชั่วโมง”
โกสินทร์ลุกจากเก้าอี้และเดินมาหยุดตรงหน้าพ่อตาที่ดูจะพอใจเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าไม่ได้พอใจที่ได้เขาเป็นลูกเขย แต่พอใจที่ได้คิดว่าใบทะเบียนสมรสนี้จะซื้อความภักดีของเขาได้ในระยะยาว
‘หึ ไม่มีอะไรซื้อกูได้’ โกสินทร์คิดและแอบแสยะยิ้มออกมา ถึงเขาจะดูเห็นแก่เงิน รักเงินมาก แต่ก็ใช่ว่าเงินจะซื้อเขาได้ แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ซื้อเขาได้ทั้งนั้น เขาไม่มีจุดอ่อน และที่ยอมตกลงครั้งนี้ก็เพราะผลประโยชน์ทางค้าของผิดกฎหมายที่จะง่ายขึ้น ขายได้เยอะขึ้นเท่านั้น
“คนอย่างฉันไม่มีทางผิดสัญญา แกวางใจเถอะ ไม่เกิน 30 นาที เงินจำนวนที่ตกลงกันไว้จะโอนเข้าบัญชีลับครบทุกบาททุกสตางค์”
คนระดับเพ็ญศักดิ์ไม่มีทางผิดคำพูดอยู่แล้ว และงานนี้เขาก็ได้ในสิ่งที่พอใจ
“ป๊าคะ” ญดาเรศเอ่ยเรียกบิดาของเธอเมื่อเห็นว่าคนที่เธอเรียกว่าป๊าไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิดเดียว
ทั้งที่ควรจะชิน และญดาเรศก็ชิน เพียงแต่ครั้งนี้เธอจะต้องออกจากบ้านหลังนี้ บ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่เกิด แม้จะไม่ได้รับความรักจากคนเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดเลยก็ตาม แต่เธอก็ยังหวัง ว่าวันนี้เธอจะได้รับคำพูดดี ๆ จากคนเป็นพ่อบ้าง
“ต่อจากนี้ แกไม่ใช่คนของบ้านนี้อีก”
เพ็ญศักดิ์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ไม่มีความเสียใจ ไม่มีความโศกเศร้าเผยออกมาให้ญดาเรศได้เห็น ตรงกันข้าม เธอกลับเห็นว่าแววตาของคนเป็นพ่อเปล่งประกายมาก พ่อของเธอดูจะมีความสุขมากที่เขี่ยคนไร้ประโยชน์อย่างเธอออกจากบ้านไปได้สักที
โกสินทร์ยืนกอดอกมองภาพน่าเวทนาตรงหน้า คนหนึ่งก็เป็นพ่อที่มีอำนาจสูง อีกคนก็เป็นลูกสาวที่ไม่ถูกรักและต้องใช้ชีวิตแสนรันทดในกรงทอง ทั้งที่เกิดมาในตระกูลที่มีชื่อเสียง แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าเธอคนนี้คือลูกสาวของท่านผบ.ตร. ผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ
‘ตลกฉิบหาย’
การบอกลาของสองพ่อลูกไม่ได้ใช้เวลานานอะไรเลย ทั้งสองแทบไม่พูดกันด้วยซ้ำ คนลูกอยากพูดแต่คนพ่ออยากแต่จะไล่ และโกสินทร์ก็เริ่มรำคาญกับบรรยากาศระทมทุกข์นี้ เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปไหว้เพ็ญศักดิ์
“ผมลาละครับ ถ้าเปลี่ยนใจอยากได้ลูกสาวคืนก็มารับได้นะครับ ผมไม่ติด ไม่เสียดาย”
นั่นคือประโยคบอกลาของโกสินทร์พร้อมกับคว้าข้อมือของญดาเรศแล้วพาเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ที่หดหู่นี้ เขาไม่ได้สงสาร ไม่ได้เห็นใจ แต่ไม่อยากเสียเวลา
ถ้าไม่ติดว่าวันนี้เขาจะได้เงินมากถึง 7 หลัก เขาไม่มีทางมาที่บ้านหลังนี้แน่ การติดต่อกับคนที่มีอำนาจบ่อยไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
“รู้ไหม ถ้าเธออยากเปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปจบชีวิตของตัวเอง ก็ทำได้เลย ฉันไม่ห้าม”
