บทที่ 7 คนที่ไม่เคยมีค่า

“ทำไมต้องดูคะ แล้วทำไมต้องใช้งานด้วย”

ญดาเรศถามอีกคนเสียงสั่น เธอตกใจมากและเริ่มกลัวในสิ่งที่เขาจะทำ ญดาเรศไม่ได้อยากคิดลามกแต่เธอเดาความคิดของโกสินทร์ไม่ออก ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกับเธอกันแน่ แต่สิ่งที่เขาทำมันทุเรศเกินไป

“อย่าถามมาก รีบถอดเสื้อออกซะ”

“ไม่” กลัวก็กลัว แต่เธอจะไม่ยอมทำอะไรบ้า ๆ อย่างการถอดเสื้อโชว์หน้าอกของตัวเองแน่

“ฉันไม่ใช่คนใจเย็น ไม่ใช่คนดี แต่ฉันไม่อยากให้ของทำเงินต้องช้ำ เพราะฉะนั้น ในขณะที่ฉันยังใจดีกับเธออยู่ ก็ขอเตือนให้ทำตามที่ฉันสั่ง”

“ไม่ และหนูจะไม่เป็นของทำเงินอะไรให้เฮียทั้งนั้น”

ญดาเรศยังไม่ยอมทำให้สิ่งที่โกสินทร์ต้องการ และเธอพอจะเข้าใจแล้วว่าเขาอยากให้เธอทำงานอะไร ซึ่งงานแบบนั้นเธอยอมตายดีกว่าต้องให้ร่างกายนี้แปดเปื้อนไปด้วยมือผู้ชายน่ารังเกียจพวกนั้น พวกคนอย่างโกสินทร์

“คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่อรองขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ค่ะ มันเป็นสิทธิ์ของหนู สิทธิ์ที่จะไม่ยอมทำเรื่องสกปรกที่เฮียจะให้หนูทำ”

“หึ ทีเรื่องนี้ล่ะหัวไวจังนะ” โกสินทร์แสยะยิ้มร้าย ดวงตาคมกวาดมองไปตามร่างกายของญดาเรศและหยุดสายตาไว้ที่ความขาวสล้างที่แขนเล็ก ๆ ของเธอไม่สามารถปิดส่วนนั้นได้มิด

“ชีวิตของเธอ มันไม่เคยเป็นของเธอ และเธอก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย จำไว้ซะ”

“เฮียพูดเองนะว่าหนูไม่มีค่า แล้วยังจะให้หนูทำ”

“ปากดี!”

คำพูดอวดดีของญดาเรศทำให้คนที่อารมณ์ร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเริ่มไม่ทน โกสินทร์ก้าวเพียงก้าวเดียวก็ประชิดคนตัวเล็กกว่าและเขาได้เตือนเธอแล้วว่าเขาไม่ใช่คนใจเย็น

ร่างบางถูกดันให้ชิดผนังห้อง สองแขนที่พยายามต่อสู้แต่แรงน้อยกว่าถูกมือของโกสินทร์รวบและยกตรึงเหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวของเขา

“ฮะ เฮียกอล์ฟ เฮียจะทำอะไรหนู” เสียงสั่นจนแทบจะพูดไม่เป็นภาษา

“หึ กลัวเหรอ” โกสินทร์จ้องเข้าไปในดวงตากลมที่ไหวระริกพร้อมม่านน้ำสีใสเอ่อคลอออกมาอีกครั้ง เธอกลัว และเขาก็ตั้งใจทำให้เธอกลัว

“ไม่อยากตายด้วยมือฉัน ก็อยากอวดดีแบบเมื่อกี้อีก ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ”

เพราะเมื่อไหร่ที่เธอเมินคำสั่งของเขาหรือทำให้คำสั่งของเขาเหมือนเสียงนกเสียงกา เขาก็จะสั่งสอนให้เธอรู้ว่า เธอทำพลาดแค่ไหน

“เฮีย ฮึก”

โกสินทร์ใช้มืออีกข้างปลดกระดุมเม็ดที่เหลือออก ปัดสาบเสื้อไปไว้ข้าง ๆ เพื่อที่เขาจะได้มองความอวบใหญ่ได้ถนัดตา

“ไม่เลว ใหญ่เกินตัวดี”

ญดาเรศมองคนที่ทำเรื่องทุเรศกับเธอด้วยสายตาโกรธแค้น หัวใจของเธอเต้นแรงแต่นั่นไม่ใช่ความเขินอาย มันเต้นรัวเพราะความโกรธและความเจ็บปวดที่เธอถูกกระทำ แต่เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย เธอต้องมองเขาไล่สายตาไปตามร่างกาย แม้ดวงตาของโกสินทร์จะไม่ได้ฉายความหื่นกระหายอะไร เขาแค่มองนิ่ง ๆ และยิ้มมุมปากแต่เธอก็เกลียดทุกอย่างที่เขาทำ

“นมจริงหรือเปล่า”

โกสินทร์ไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะเขาสามารถพิสูจน์ได้ด้วยมือของตัวเอง ตะขอบราเซียร์สีขาวลูกไม้ถูกปลดออกได้อย่างง่ายดายเพราะโกสินทร์ช่ำชองเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

“อย่านะ” เสียงห้ามของญดาเรศไร้ความหมาย เธอห้ามไปก็เท่านั้น

มือหนาดึงบราเซียร์ลงให้พ้นจากเต้าอวบใหญ่ ดวงตาคมมองความขาวนูนและยอดจุกสีชมพูหวานเด่นด้วยสายตานิ่งเฉย สิ่งที่โกสินทร์ทำไม่ต่างจากการตรวจเช็กสิ่งของจริง ๆ แววตาของเขาไร้ความปรารถนา

“อ๊ะ” เสียงเล็กร้องด้วยความตกใจ ร่างบางพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการเพื่อขัดขืนสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้าน และก็เป็นอีกครั้งที่ญดาเรศขืนเขาไม่สำเร็จ ฝ่ามือหนาขย้ำที่หน้าอกของเธอโดยไม่ขออนุญาต

“นมจริง ดี แม่เธอให้มาเยอะดีนี่ แบบนี้ลูกค้าชอบ”

โกสินทร์เป็นเจ้าของกิจการและกว่าเขาจะสะสมชื่อเสียงได้ขนาดนี้เขาใช้เวลาและลงแรงไปเยอะ การขึ้นมาอยู่แถวหน้าของธุรกิจสีเทาไม่ใช่เรื่องยาก แต่การรักษาอันดับของตัวเองต่างหาก คือสิ่งที่ยากกว่า และสินค้าที่จะถึงมือลูกค้า ทั้งสินค้าขายขาดและสินค้าบริการล้วนต้องผ่านการตรวจสอบให้ดีและมั่นใจว่าของเด็ด ปลอดภัย ถึงจะปล่อยออกไปสู่มือของลูกค้าได้

“ปล่อยหนู”

“หึ ฉันยังตรวจของไม่เสร็จ”

ปกติโกสินทร์จะไม่ทำขั้นตอนนี้ด้วยตัวเอง เรื่องการคัดสรรผู้หญิงที่ยินยอมเข้ามาทำงานในซ่องโกสินทร์จะให้ลูกน้องเป็นคนจัดการ แต่ที่เขาต้องตรวจร่างกายของญดาเรศด้วยตัวเองเพราะรู้ว่าจะไม่มีลูกน้องคนไหนกล้าแตะร่างกายของเธอ ทุกคนรู้ว่าเธอมาในฐานะอะไร

“อย่าสำคัญตัว ฉันไม่พิศวาสร่างกายของเธอ และถ้าไม่จำเป็น อย่าได้คิดว่าฉันจะแตะเนื้อตัวของเธอ”

ที่ต้องใช้สายตาอันมีค่ามาตรวจทุกสัดส่วนของร่างกายนี้ก็เพราะไม่มีคนอื่นยอมทำ ทั้งที่ก็บอกกับลูกน้องทุกคนแล้วว่าญดาเรศไม่ได้มีความพิเศษกว่าใคร เธอแต่งเข้ามาก็ต้องทำงาน ไม่ใช่แต่งเข้ามาแล้วเขาต้องนับเป็นเมียจริง ๆ

“แล้วทำไมเฮียต้องทำแบบนี้กับหนู ไม่อยากแตะก็ปล่อยหนูสิ ไม่ได้พิศวาสแล้วจะ...”

ฮือ ญดาเรศอยากจะกรีดร้องออกไปดัง ๆ แต่เธอทำได้แค่ร้องไห้และบังคับไม่ให้เสียงสั่นขณะที่พูด ในเมื่อเขาดูจะรังเกียจเธอขนาดนี้แล้วจะมายุ่งกับเธอทำไม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป