บทที่ 9 ไม่เคยมีทางเลือก
“ทำไมฉันต้องใส่ชุดนี้ด้วย ฉันไม่ใส่ค่ะ”
ญดาเรศยืนยันเสียงแข็งว่าเธอจะไม่มีทางหยิบเศษผ้าที่โกสินทร์ให้ลูกน้องนำมาให้เธอใส่เด็ดขาด ผ้าซีทรูสีแดงเกือบทั้งตัว แล้วยังแหวกอกลึกอีก ชุดโป๊ ๆ แบบนี้จะบอกว่าเป็นชุดใส่ไปนั่งทานข้าวได้ยังไง เธอไม่เชื่อ
“เฮียฝากมาบอกด้วยครับ เฮียบอกว่า คิดแล้วว่ายังไงคุณญดาก็จะไม่ใส่ชุดนี้ และจะไม่ยอมใส่ เฮียจึงสั่งให้ผมบอกคุณญดาว่า ไม่ใส่เท่ากับตาย”
ตาย ในข้อความที่โกสินทร์ฝากมา ไม่ได้หมายถึงการเอาชีวิตของญดาเรศ แต่หมายถึงคนที่ไม่สามารถพาเธอออกจากห้องด้วยชุดซีทรูสีแดงที่เขาต้องการให้เธอใส่ เมื่อไม่ทำตามก็ต้องได้เห็นผลลัพธ์ของการดื้อด้าน
“เฮียกอล์ฟสั่งให้คุณมาฆ่าฉันเหรอคะ”
ถามไปก็กลัวไป ลูกน้องของโกสินทร์แต่ละคนหน้าตาเหี้ยม ๆ กันทั้งนั้น และสิ่งที่ญดาเรศถามไป เธอก็คิดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริงแน่ ๆ โกสินทร์ไม่ชอบหน้าเธอ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากถ้าเขาอยากจะกำจัดเธอทิ้ง
“ไม่ใช่ครับ แต่ถ้าผมพาคุณญดาออกไปด้วยชุดที่เฮียกอล์ฟอยากให้คุณใส่ไม่ได้ คนที่ต้องตายคือผม”
สิ้นคำพูดนั้น ลูกน้องผู้ภักดีที่ญดาเรศยังไม่ทันได้รู้จักชื่อก็ควักมีดที่เสียบไว้กับเข็มขัดออกมา แล้วจ่อปลายมีดเล่มนั้นกับคอของตัวเอง
“ผมต้องฆ่าตัวเองครับ”
“ย่ะ อย่านะคะ อย่าทำแบบนี้” ญดาเรศมองใบมีดที่แนบชิดกับลำคอของชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัว มีดเล่มนั้นต้องคมมากเธอไม่ต้องสงสัยเลย และถ้าหากผู้ชายคนนี้ขยับมืออีกเพียงนิดเดียว
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะทำตามที่เฮียกอล์ฟต้องการ”
เธอมีทางเลือกที่ไหนกัน ถ้าเธอไม่ยอม ก็เท่ากับเธอทำให้ผู้ชายคนนี้ต้องตาย เธอต้องกลายเป็นคนบาปทั้งที่เธอไม่ได้เจตนา และต่อให้ผู้ชายคนนี้รอด ก็ใช่ว่าคนอารมณ์ร้ายอย่างโกสินทร์จะไม่ตามคิดบัญชีที่หลัง
ญดาเรศจำใจรับชุดที่เหมือนเศษผ้ามาถือไว้ เธอรอให้ลูกน้องของโกสินทร์ปิดประตูให้เรียบร้อยจึงเดินไปกดล็อกประตูไว้
“ชุดใส่ไปกินข้าวเย็น เหอะ ชุดแบบนี้คงไม่ใช่กินข้าวหรอก”
จะอะไรก็ช่างเถอะ ญดาเรศคิดให้ปวดหัวไปก็เท่านั้น เธอไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่ทำใจ ก้มหน้ามองชุดวาบหวิวในมือด้วยหัวใจที่ทุกข์ระทม ทำไมวันนี้มันยาวนานจังนะ เวลาผ่านไปช้าจริง
“เราน่าจะมีนิสัยเลว ๆ บ้าง จะได้ไม่ลำบากตัวเอง”
ชุดซีทรูสีแดงเลือดนกตอนนี้ได้ย้ายมาอยู่บนร่างกายของญดาเรศแล้วเรียบร้อย เธอยืนมองตัวเองในกระจกด้วยสีหน้าที่อธิบายไม่ถูกว่าเธอควรชมที่ตัวเองใส่ชุดนี้แล้วพอดูได้ หรือชมว่าคนที่เลือกชุดมาให้ช่างเลือกได้ขนาดพอดีกับตัวเธอจริง ๆ
“เป็นคนขี้สงสารก็ต้องมาลำบากตัวเองแบบนี้แหละ กลัวคนอื่นต้องมาตาย ต้องมาลำบาก สุดท้ายคนที่อาจจะได้ตายจริง ๆ คงเป็นเรา ยัยมดเอ๊ย”
ญดาเรศถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้ เธอจะไม่ร้องไห้ วันนี้ต้องไม่ร้องไห้อีก
ไม่ว่าต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร หรือจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องมีสติไว้ก่อน ญดาเรศมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง เธอใช้เวลาทำใจอีกเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปเปิดประตูห้องเพื่อไปพบโกสินทร์
ทว่า หลังจากเปิดประตูออกไปญดาเรศกลับพบว่าคนที่เธอกำลังจะไปหา ตอนนี้ได้ยืนพิงผนังหน้าห้องรออยู่แล้ว
“เฮียกอล์ฟ” ญาดาเรศขยับเท้าถอยห่างเล็กน้อย เธอจะต้องไม่ยืนใกล้เขาจนเกินไป เธอจะไม่ยอมให้เขากระชากแขนเธออีก วันนี้เธอช้ำไปทั้งตัวแล้ว
“มารอหนูเหรอคะ”
“เปล่า ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอจะทำตามที่ฉันต้องการจริง ๆ หรือมีแผนตุกติกใส่ฉัน” โกสินทร์พูดไปด้วยขณะใช้สายตากวาดมองไปทั่วเรือนร่างของญดาเรศ
“หนูก็คิดค่ะ แต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้ เลยเลิกคิด” เธอมาอยู่กับเขาไม่ถึงหนึ่งวันก็พอรู้ว่าผู้ชายคนนี้รู้ทันคน เธอคิดจริงอย่างที่พูด แต่ก็คิดเพียงครู่เดียวเท่านั้นเพราะสุดท้ายเธอคงหนีออกจากที่นี่ไม่ได้ หาวิธีวันนี้ก็เสียเวลาเปล่า
“เริ่มฉลาดแล้วนี่ นึกว่าจะไม่มีสมอง”
โกสินทร์ยกยิ้มที่มุมปากและเริ่มขยับตัว เขายังกอดอกของตัวเองและใช้สายตามองร่างกายของญดาเรศไม่ลดละ
“เฮียจะมองอีกนานไหมคะ” รีบยกสองแขนขึ้นมาปกปิดส่วนที่เห็นเนินเนื้อของตัวเอง ไอ้เศษผ้านี้ก็ตัวเล็กแถมยังดันทรงอีก ญดาเรศมีหน้าอกหน้าใจประมาณหนึ่งพอใส่ชุดแบบดันทรงเลยยิ่งทำให้หน้าอกของเธอใหญ่ขึ้น ตูมขึ้นจนดูโดดเด่น และเธอก็ไม่ได้ชอบเลยสักนิดเดียว
“ก็มองจนกว่าฉันจะพอใจ”
โกสินทร์เห็นด้านหน้าจนพอใจแล้ว เขาจึงเดินวนไปรอบ ๆ คนตัวเล็กเพื่อที่จะได้เห็นว่าภาพรวมเป็นอย่างไร ถ้าเขาพอใจก็เท่ากับลูกค้าพอใจเช่นกัน
“แล้วเฮียพอใจหรือยังคะ” อายมากนะที่ถาม แต่เธอก็ไม่อยากยืนอยู่แบบนี้ให้เขาใช้สายตามองไปทั่วร่างกายของเธอ และตรงนี้ก็ไม่ได้มีเราแค่สองคน
“เดรสสั้นเสมอหูเธอพอดี”
โกสินทร์เป็นคนเลือกชุดนี้ด้วยตัวเอง เขาเอาความพอใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะเขาเป็นเจ้าของซ่อง และรู้ใจลูกค้าประจำของตัวเองดี ลูกค้าทุกรายจะมีความชอบใกล้เคียงกัน และทุกครั้งที่โกสินทร์คัดสรรสินค้าไปบริการก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่ลูกค้าจะบ่นว่าไม่ถูกใจ
