บทที่ 1 อธิษฐานตามความเชื่อ บทนำ
สามเดือนก่อนหน้า
@ฮ่องกง
ควันธูปลอยอ้อยอิ่งเหนือศีรษะผู้คน ลานวัดเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและคู่รักที่จับมือกันแน่นกว่าปกติ
ที่นี่คือวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความรัก ที่ใคร ๆ ก็ต่างบอกว่า หากตั้งจิตอธิษฐานขอพรจริงจัง มักได้คำขอและคำตอบที่ชัดเจน และสามสาวอย่าง มิลิน ไนร่า และชิชา ก็เชื่อแบบนั้น พวกเธอจึงตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาขอพร
“แกแน่ใจนะมิ ว่าจะขออะไรแบบนั้น” ไนร่าเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ในขณะที่สองมือกำลังจุดธูป
“คำขอเสี่ยงมาก”
“ขอให้แฟนรักแฟนหลงยังโอเคกว่า ขอแบบที่แกขอนี่มันเหมือนยื่นข้อสอบเลยนะ”
มิลินไม่ตอบ เธอเพียงแค่มองไปยังองค์เทพที่ประดับด้วยโคมสีแดงเรียงรายอยู่ตรงหน้า สายลมพัดผ่าน ทำให้ริบบิ้นแดงที่ผูกไว้เคลื่อนไหวเบา ๆ เหมือนสัญญานับร้อยกำลังสั่นพร้อมกัน
เธอรับธูปมาถือในมือ ลมหายใจนิ่งลงแล้วหลับตาตั้งจิตอธิษฐาน
‘ถ้าพี่เท็นคือคู่ชีวิตของหนู’
‘ขอให้หนูได้แต่งงานกับเขาหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย’
‘อีกห้าปีข้างหน้า’
ในขณะที่เธอกำลังตั้งจิตอธิษฐาน ภาพความรักที่เธอคุ้นเคยกับแฟนหนุ่มรุ่นใหญ่อายุห่างกันราวเจ็ดปีอย่างเท็นก็ลอยขึ้นมา ความสบายใจ ความผูกพัน ความเคยชิน แต่เธอไม่ได้หยุดอธิษฐานเพียงแค่นั้น
‘แต่ถ้าเขาไม่ใช่’
‘ก็ขอให้เราเลิกกัน ในเร็ววัน’
‘ไม่ต้องยื้อ ไม่ต้องเจ็บนาน’
‘แล้วขอให้หนูได้พบคนที่ใช่จริง ๆ’
‘คนที่หนูจะแต่งงานด้วย’
‘ถ้าหนูได้ตามที่ขอ หนูจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง’
เมื่ออธิษฐานจบ ธูปในมือของเธอถูกปักลงในกระถางทรายอย่างมั่นคง ควันบาง ๆ ลอยขึ้นตรง ๆ ไม่เอนเอียงไปทางไหน
“เอาจริงดิ คำขอแรงนะ แกไม่กลัวว่าแกต้องเลิกกับพี่เท็นเหรอ” ชิชามองหน้ามิลินอย่างคิดหนัก ก็เห็นว่าเธอรักแฟนเธอมากถึงกล้าเอ่ยทักท้วง
“ก็โตแล้ว อีกแป๊บ ๆ ก็สี่ปี จบมหาลัย”
“ไม่อยากขอแค่ให้รักหวานแล้ว”
“แล้วถ้าพรที่ขอไปแล้วทำให้แกเลิกกับพี่เท็น แกพร้อมไหม” ชิชาปักธูปพลางถาม ก่อนมิลินจะมององค์เทพอีกครั้งแล้วกลืนน้ำลายลงคอราวกับคนตัดสินใจแล้ว
“พร้อม”
“ไม่พร้อมฉันคงไม่กล้าขอพรท่าน” เธอพูดเรียบ ๆ ดูตากลมใสยังคงมององค์เทพ และเธอไม่รู้เลยว่า คำว่า “พร้อม” ในวันนั้น จะพาเธอไปเจอใครบางคนที่ไม่อยู่ในภาพอนาคตเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว
หลังจากปักธูปเสร็จ สามสาวเดินอ้อมไปอีกฝั่งของลานวัด เพื่อกลับขึ้นรถ แต่ในระหว่างเดินนั้น สองฝั่งทางกลับเต็มไปด้วยแผงขายเครื่องรางเรียงต่อกันยาวใต้ชายคาไม้
โคมแดงห้อยเป็นแถว เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ กระทบกันเบา ๆ ตามแรงลม
กำไล เชือกแดง จี้รูปพระจันทร์ สร้อยหินสีชมพูที่คนขายบอกว่า ‘เรียกคู่แท้’ ห้อยระโยงระยาง
“มิ! เอาไหมแก ดูสิหินโรสควอตซ์” ไนร่าจอดที่ร้าน ๆ หนึ่ง แล้วหยิบสร้อยขึ้นมาส่อง
“เขาบอกว่าดึงดูดความรักนะ”
“เสริมดวง ความรักดีอยู่แล้วจะหวานขึ้น แฟนรักแฟนหลง”
มิลินไม่ได้สนใจสร้อยที่ไนร่าส่องเลยสักนิด สายตาเธอไปหยุดที่ถาดกำมะหยี่สีแดงใบเล็ก แหวนสีเงินเรียบ ๆ วางอยู่หลายวง ไม่มีลวดลายหวือหวา มีเพียงเม็ดหินสีชมพูอ่อนเม็ดจิ๋วฝังตรงกลาง ไม่เด่น แต่สะอาดตา
“แหวนเหรอ”
“ใช่”
“ดูวงนี้ถูกชะตากับฉันดี” มือเรียวสวยยื่นไปรับแหวนมาลองสวมเข้ากับนิ้วกลางข้างขวาพอดีราวกับวัดขนาดไว้แล้ว
“ทำไมต้องใส่นิ้วกลาง”
“นิ้วนางรอคนมาขอแต่งไง” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส มิลินมองมือของตัวเอง แสงแดดสะท้อนเม็ดหินเป็นประกายจาง ๆ
“สวยนะ”
“เดี๋ยวซื้อวงนี้”
เธอเอ่ยบอกเจ้าของร้านอย่างไม่ลังเล เมื่อจ่ายเงินเสร็จ เธอจึงรีบนำแหวนกลับใส่นิ้วกลางนิ้วเดิมอีกครั้ง
“มิ แกดูจริงจังกับชีวิตมากเลยนะ” ชิชามองหน้า ซึ่งก็เป็นอย่างที่เพื่อนสาวบอก มิลินดูจริงจังกับชีวิตมากขึ้นจริง ๆ
“ก็ต้องจริงจังสิ”
“มันคืออนาคตฉัน”
เรียวปากสีหวานพูดพลางยกมือขึ้นมองแหวนอีกครั้ง ปลายนิ้วหมุนแหวนสีเงินช้า ๆ หินสีชมพูสะท้อนแสงแดดเป็นประกายบาง ๆ เหมือนกำลังรับคำอธิษฐานไว้
มิลินยิ้มเล็กน้อยกับตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเพื่อเรียกไนร่าที่กำลังดูสร้อย และในขณะที่เธอหมุนตัวกลับไปนั้น ร่างเธอก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง
ปั๊ก!
“อ๊ะ!”
เธอเผลอร้องด้วยความตกใจ ร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหน้าใช้มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นดึงแขนเธอไว้ไม่ให้เสียหลักโดยสัญชาตญาณ
หมับ!
มือเขาคว้ามิลินแน่น ดวงตาเธอจ้องมองเขาเขม็ง เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทตัดกับผิวขาวของเขา กลิ่นน้ำหอมเย็นลึกแบบผู้ชายที่ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ
ใบหน้าครึ่งล่างถูกบดบังด้วยหน้ากากอนามัยสีเข้ม หมวกแก๊ปกดต่ำ เห็นชัดเพียงดวงตาคมที่มองลงมา
“ขอโทษครับ” เขาเอ่ยเป็นภาษาจีนสั้น ๆ ก่อนมิลินจะรีบดึงแขนตัวเองกลับอย่างรวดเร็ว
“ขะ ขอโทษค่ะ” เธอตอบกลับอัตโนมัติเป็นภาษาจีนเช่นกัน แล้วพูดซ้ำเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ แม้จะรู้ดีกว่าว่า คำพูดที่เธอเอ่ยไปนั้น เขาอาจจะไม่เข้าใจภาษาไทยที่เธอพูดก็ตาม
“ขอโทษค่ะ”
“ฉันมัวแต่ดูแหวน”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบทันที แต่สายตาคมของเขากลับเลื่อนลงมาที่มือข้างขวาของเธอแล้วหยุดอยู่ที่นิ้วกลาง ที่มีแหวนเงินวงบางสะท้อนแสง
เพียงเสี้ยววินาที ก่อนเขาจะเงยใบหน้าสบตาเธออีกครั้ง
“เดินระวังทางด้วย” สิ้นเสียงภาษาจีน ใบหน้าสวยรีบพยักหน้าอย่างคนฟังภาษาจีนออกอยู่บ้าง
ชายชุดดำขยับตัวเดินผ่านไป ฝีเท้ามั่นคง ไม่หันกลับมา แต่ทันทีที่เขาเดินพ้นระยะ ปลายนิ้วของเขาข้างหนึ่งขยับเล็กน้อย เหมือนเพิ่งรับรู้ถึงบางอย่าง
“เป็นอะไรไหมแก”
“เจ็บตรงไหน”
“ไม่เป็นไร” มิลินส่ายหน้า
“ฉันไม่ได้ดูทางเองแหละ”
“สูงชะมัดเลย หน้าตาหล่อไหม” ชิชาอดไม่ได้เลยที่จะถาม เพราะมองเผิน ๆ แล้ว ชายคนนั้นรูปร่างสูงขาวราวกับดารา
“ไม่เห็นหน้า” มิลินเอ่ยตอบ
“ฉันเห็นแต่ตา”
“เป็นไง”
“คม ถอดแมสน่าจะหล่อมาก”
“คงจะดาราจีน ที่แอบมามูขอความรัก”
ขออนุญาตเปิดนิยายเรื่องใหม่ค่ะ
“ล่ารักลูกสาวมาเฟีย”
นิยายรุ่นลูกของ มิเรย์ X แม็กซ์เวล
เรื่อง ปราบเซียนมาเฟียแม็กซ์เวล
เรื่องนี้เป็นนิยายรักวัยรุ่นใส ๆ แต่ไม่ใส มีฉาก NC 🔞 เร้าร้อน ใครไม่ชอบผ่านได้เลยน๊า ไม่มีปมมากมาย ไม่มีอะไรให้ปวดหัวค่ะ มีแต่ความฟินล้วน ๆ
✅ นางเอกสู้มือ แรดพอควร แต่แรดกับคนที่ตัวเองอยากเล่นด้วย ข้างนอกนิสัยอีกโลก บนเตียงนิสัยอีกโลก และเธอ ขี้อ้อนเหมือนลูกแมว
✅ พระเอกขี้เซี่ยนชวนน้องขึ้นเตียงได้ตลอดเวลา เป็นเฮียสายเปย์ เสือผู้หญิง เอาใจเก่ง รู้จักวิธีเข้าหาสาว ๆ และ คลั่งรักหนักมากกกกกกกกกกอไก่ล้านตัว…
⚠️ คำเตือน ⚠️
นิยายเรื่องนี้สร้างจากจินตนาการ และความเชื่อส่วนบุคคล ผู้แต่งไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินสิ่งที่มองไม่เห็นแต่อย่างใด #สายมูอย่าพลาดนะคะ
