บทที่ 7 ตอนที่ 3 คนไม่ดีออกจากชีวิต 2/2
@ช่วงเย็นของวันเดียวกัน
ปึก!
เสียงขวดกระทบโต๊ะไม้ดังพอให้คนข้าง ๆ เหลือบมอง
“เฮงซวย!”
คำสบถหลุดออกมาพร้อมลมหายใจร้อนแรง กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ปะปนกับกลิ่นเกลือทะเลจากลมกลางคืนที่พัดเข้ามาในบาร์กึ่งเอาต์ดอร์ใกล้รีสอร์ต
ไฟสลัวสีส้มอำพันทอดเงาบนแก้วทรงเตี้ยตรงหน้า น้ำแข็งละลายช้า ๆ เสียงดนตรีแจ๊สเบา ๆ คลออยู่ด้านหลัง เหมือนไม่รู้เลยว่ามีหัวใจใครบางคนกำลังแตกอยู่ตรงนี้
มิลินยกแก้วขึ้นอีกครั้ง จิบแรงกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเธอไม่ใช่คนดื่มจัด แต่คืนนี้เธอไม่อยากคิด และวิธีที่ง่ายที่สุดคือทำให้หัวมันช้าลง
“ซื่อบื้อ”
“ซื่อบื้อเหรอ”
“หึ!”
เธอหัวเราะออกมาคนเดียว แก้วถูกวางลงแรงอีกครั้ง บาร์เทนเดอร์ชายวัยกลางคนเหลือบมองอย่างสุภาพ
“เติมไหมครับ”
มิลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาเริ่มวาวชื้นแต่ยังไม่ถึงกับแดงก่ำ
“แรงกว่านี้มีไหมคะ”
เธอถามเสียงสั่นนิด ๆ ก่อนเขาจะยิ้มบาง ๆ อย่างคนเห็นลูกค้าประเภทนี้มานับไม่ถ้วน
“มีครับ แต่ผมไม่แนะนำ”
“งั้นเอาที่ไม่แนะนำค่ะ”
แก้วใหม่ถูกวางตรงหน้า สีอำพันเข้มกว่าเดิม มิลินยกมันขึ้นมองผ่านแสงไฟ ก่อนจะกระดกของเหลวส่งเข้าปากพรวดเดียว
“หือ อ่าส์ แรง!”
ยกแรกร้อนจนแสบลำคอ ความร้อนแล่นลงไปถึงอก แล้วความรู้สึกที่เธอพยายามกดไว้ทั้งวันก็เริ่มคลายตัวออก
“จบกันความรัก”
“รักจริงไม่มีในโลก”
เธอพึมพำกับตัวเอง คำว่า ‘รักจริงไม่มีในโลก’ เปล่งออกมาเบา ๆ จนทำให้มือเธอสั่น
ภาพวันที่เท็นจับมือเธอ วันที่เขาบอกว่าจะไม่ทำให้ร้องไห้ วันที่เธอเชื่อ เชื่อหมดใจ ทุกอย่างผุดขึ้นมาตีกันในหัวยุ่งเหยิงไปหมด
“หึ! มิโง่เองต่างหาก”
น้ำสีอำพันแก้วที่หกหมดเร็วเกินไป เสียงดนตรีเริ่มเบลอแสงไฟเริ่มฟุ้ง
มิลินวางหน้าผากลงบนแขนตัวเองบนโต๊ะชั่วครู่สูดลมหายใจลึก ๆ แต่ยิ่งพยายามคุม ความรู้สึกยิ่งไหลย้อน
“เฮงซวยจริง ๆ!”
ไม่รู้ว่าด่าเท็นหรือด่าตัวเอง เธอเอนตัวขึ้นอีกครั้ง แล้วหยิบมือถือขึ้นมา หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ ชื่อเท็นยังอยู่ในช่องแชตล่าสุด แม้รูปจะถูกลบไปหมดแล้ว
“โทรไปทำไม”
“ยังไม่ชัดอีกเหรอ มิลิน!”
นิ้วเธอค้างอยู่เหนือปุ่มโทรออก ก่อนจะคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกระทบโต๊ะเสียงดัง
ปึก!
“เอาเหล้ามาอีกแก้วค่ะ”
เธอตะโกนแข่งเสียงเพลง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อบาร์เทนเดอร์ได้ยิน ก็อดไม่ได้เลยที่จะห้าม
“คุณผู้หญิง พอแล้วไหมครับ”
“ไม่พอค่ะ”
“วันนี้ยังไม่พอ”
แก้วช็อตถูกเลื่อนมาอีกใบ ใส แรง และไม่ปรานีใคร
“อึก!”
มิลินยกขึ้นรวดเดียวหมด ความร้อนพุ่งขึ้นหัวทันที โลกเอียงเล็กน้อย เสียงดนตรีเหมือนอยู่ไกลออกไปหลายเมตร
“ดี”
“อย่างน้อยมันก็ไม่เจ็บมาก”
“แล้วไง…”
ภาพล็อบบี้กลับมาอีกครั้ง เสียงครวญครางในรีสอร์ตผุดขึ้น คำต่อว่าดังซ้ำในหัว
มิลินพยายามลุกขึ้นนั่งตัวตรง แต่เก้าอี้เหมือนขยับหนี
“คุณผู้หญิง โอเคไหมครับ” บาร์เทนเดอร์ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“โอเคค่ะ ระดับนี้แล้ว!”
“มิลินซะอย่าง!”
มิลินตอบเร็ว แล้วอยู่ ๆ โลกก็หมุนแรงขึ้น ลมหายใจเริ่มถี่ ท้องเริ่มบีบ เธอรีบลุกจากเก้าอี้อย่างกะทันหัน มือกดปากตัวเองแน่น
“ห้องน้ำ อยู่ไหน”
ยังไม่ทันเดินถึงประตูด้านข้าง ร่างบางก็ทรุดลงกับโต๊ะข้างทางเดิน
ของเหลวไหลออกมาจากปากรวดเดียว เสียงดังพอให้คนในร้านหันมามอง
ความอายแล่นขึ้นหน้าร้อน ๆ แต่ตอนนี้มันสำคัญน้อยกว่าคลื่นไส้
“ใจเย็น ๆ ครับ”
“หายใจลึก ๆ”
บาร์เทนเดอร์รีบเอาผ้าเช็ดมาให้ ร่างบางนั่งหอบ ผมลอนยาวปรกหน้า มาสคาร่าเริ่มเลอะใต้ตาเล็กน้อย
“ขอโทษค่ะ”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
เสียงเธอเบา ไม่ใช่เพราะเกรงใจร้าน แต่เพราะสติเริ่มกลับมาเล็กน้อย
ผ่านไปหลายนาที คลื่นไส้ค่อย ๆ สงบ ความมึนยังอยู่ แต่ไม่ฟุ้งเหมือนก่อนหน้า
“ดื่มช้า ๆ นะครับ”
บาร์เทนเดอร์ยื่นน้ำเปล่าให้ มิลินจึงรับมา เธอจิบเข้าปากทีละนิด ความเงียบกลับมาอีกครั้งแต่คราวนี้มันไม่กรีดร้องในหัวเท่าเดิม
“สมควรแล้วไหม”
เธอไม่ได้โทษใคร ไม่ได้ด่าใคร แค่รู้ว่า ตัวเองกำลังพยายามหนีความจริงด้วยวิธีโง่ ๆ
มิลินนั่งอยู่ในร้านอีกพักใหญ่ จนเสียงดนตรีเปลี่ยนเพลง จนลมทะเลเย็นขึ้น สติชัดขึ้นพอจะเดินตรงได้
“ทั้งหมดเท่าไหร่นะคะ”
เธอถามบาร์เทนเดอร์ เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนบอกจำนวนเงินเรียบ ๆ
“ไม่ต้องทอนนะคะ ขอบคุณที่ดูแลฉันเมื่อกี้”
บาร์เทนเดอร์ไม่ได้พูดต่อ แค่พยักหน้าขอบคุณอย่างสุภาพ ลมทะเลพัดเข้ามาอีกระลอก กลิ่นเค็มเย็นกว่าตอนหัวค่ำ
มิลินหยิบแว่นกันแดดออกจากกระเป๋าแล้วชะงัก ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“กลางคืนแล้วนะ ใส่ไปใครจะเห็น หึ!”
เธอเก็บมันกลับเข้าไป มือยังสั่นนิด ๆ แต่สติเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ก้าวแรกออกจากบาร์ พื้นทางเดินหินกรวดทำให้เธอช้าลงโดยอัตโนมัติ
เสียงคลื่นดังไม่ไกล ไฟรีสอร์ตส่องสว่างเป็นแนวเรียงยาว หัวไม่หมุนมากแล้ว เหลือแค่หนัก และปวดตื้อหลังดวงตา
“เมาแล้วก็ยังไม่ลืม”
“ก็ยังเจ็บลึกนิด ๆ อยู่”
“บ้าชิบเป๋ง”
เธอพึมพำกับตัวเองแล้วสูดลมหายใจลึก ความจริงมันไม่ได้เปลี่ยน เท็นเลือกแล้ว และคำพูดพวกนั้นก็เกิดขึ้นแล้ว
“พอแล้ว พอเลย”
“จะแรดแม่งแล้ว!”
มิลินยกมือแตะแก้มตัวเองแรง ๆ เหมือนเตือนให้ตั้งสติ สองเท้าเล็กเดินต่อช้า ๆ จนกระทั่งถึงหน้าล็อบบี้รีสอร์ต
ประตูกระจกสะท้อนภาพผู้หญิงผมยุ่งเล็กน้อย มาสคาร่าเลอะจาง ๆ เสื้อผ้ายังดูดี แต่ดวงตาเหนื่อย
“ไหนแกว่าแกจะรักตัวเองไง ฮือ!”
“เรื่องแค่นี้เอง”
“เนี่ย องค์เทพท่านประทานพรให้แกแล้วนะ”
“คนไม่ดีออกจากชีวิตแกไปแล้ว”
มือเล็กยกขึ้นปาดแก้มแรง ๆ เหมือนโกรธน้ำตาที่ไม่เชื่อฟัง มาสคาร่าที่เลอะอยู่แล้วถูกถูซ้ำจนเข้มขึ้น
ล็อบบี้ตอนดึกเงียบกว่าตอนกลางวันมาก มีแค่พนักงานเวรกลางคืนอยู่ไกล ๆ และเสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ มิลินยืนจ้องเงาตัวเองในกระจกอีกครั้งแล้วกัดฟันแน่น
“หยุด”
“ฮึบ หยุดเดี๋ยวนี้” เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ น้ำตายังไหลซึม
“แกไม่ได้โดนทิ้งเพราะแกไม่ดีพอ”
“เขาเลือกเองต่างหาก”
“เขาต่างหากที่ไม่รู้จักพอ!”
ตอนต่อไป แอบกระซิบว่าเขาจะพิสูจน์กันแล้วน๊า ว่าแต่จะพิสูจน์แบบไหน ยังไง เจอกันพรุ่งนี้นะคะ 2 ทุ่ม 🥰
Next Episode spoilers… 🔞🔞🔞🔞🔞
“มิอยากพิสูจน์กับรุ่นพี่ค่ะ”
“ว่ามิไม่ได้ใส ไม่ได้ซื่อบื้อ”
