บทที่ 8 บทที่ 2 เหตุเกิดจากรอยยิ้ม

รอยยิ้มสดใสราวดอกไม้บานของหญิงสาวแปลกหน้า ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงกว่าปกติ ชายหนุ่มอยากเห็นเธอยิ้มบ่อยๆ ด้วยสัญชาตญาณของช่างภาพ เพื่อเก็บภาพแห่งช่วงเวลานั้นเอาไว้ แปลกจริงที่จู่ๆ ก็นึกอยากได้เธอมาเป็นนางแบบซะอย่างนั้น

ธันยาพัฒน์ เจ. วิลเลี่ยมส์ เกริกกานต์อนันต์ หรือแทนคือชื่อเล่นของเขา ส่วนนามสกุลที่ฟังดูไพเราะและบ่งบอกว่าฐานะไม่น่าจะลำบากเรื่องเงิน แถมเป็นลูกเสี้ยวไทย-อังกฤษ เพราะมีพ่อเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ไม่บอกใครจะเชื่อว่าเขาต้องการเงินรางวัลไปจ่ายค่ารถบิ๊กไบค์คันโปรด ที่ไม่ได้จ่ายค่างวดมาถึงตอนนี้ก็หลายเดือน รถคันนี้เขาแอบซื้อมันเองเพราะธนพัฒน์ผู้เป็นบิดา นักธุรกิจใหญ่ไม่ยอมซื้อให้ เหตุเพราะไม่อยากเห็นลูกชายได้รับอันตรายจากการขับขี่ การจราจรบนท้องถนนสมัยนี้อันตรายจะตายไป ว่ากันว่า รถยนต์มันเหล็กหุ้มเนื้อแต่ไอ้เจ้าบิ๊กไบค์ซูเปอร์ไบค์ มันก็คืออวตารหนึ่งของมอเตอร์ไซค์ ที่ในสายตาของคนสูงวัยก็คิดว่ามันยังคงเป็นหนังหุ้มเหล็กอยู่ดี

สรุปคือมันอันตราย!

สำหรับธันยาพัฒน์แล้ว เขาไม่ใช่ผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้น ไม่มีทางแน่ๆ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรอก ความเป็น ‘เกริกกานต์อนันต์’ หลายคนในวงสังคมไฮโซรู้จักดีว่าเขาคือทายาทหนุ่มของตระกูลดังในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย หากธันยาพัฒน์ไม่ใช่ผู้ชายที่จะเอาต้นทุนชีวิตของครอบครัวที่มีเงินถุงเงินถังมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เขาหยิ่งในศักดิ์ศรีและชอบที่จะ ‘ล่าเงิน’ ด้วยตนเองมากกว่าช่างภาพอิสระอย่างเขาจึงต้องสรรหาคนรักกำมะลอ เพื่อเข้าไปเล่นเกมโชว์ล่าเงินรางวัลกว่าครึ่งล้านนั่น จะอย่างไรก็ตามภารกิจหลักต้องสำเร็จ เงินห้าแสนต้องนอนอยู่ในบัญชีธนาคารของเขาในเวลาอันใกล้นี้ แล้วอะไรทำให้ทายาทเศรษฐีต้องมาเล่นเกมโชว์เพื่อหาเงินแบบนี้ด้วยล่ะ

‘ถ้าแกไม่ยอมแต่งงานกับเชอร์รี่ เงินสักแดงเดียวแกก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้’ เสียงเข้มงวดจากคนเป็นพ่อดุจคำบงการ

‘ไม่เป็นไรครับ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ผมก็ไม่เคยแตะต้องเงินของพ่ออยู่แล้ว’ ธันยาพัฒน์โต้ทันควัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและเย็นชา

‘อวดดีเข้าไป แกนี่มันลูกนอกคอกจริงๆ ฉันไม่น่าให้แกเกิดมาเลยจริงๆ’ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกที่เขารักที่สุด แต่ความดื้อรั้นไม่ได้ดั่งใจของธันยาพัฒน์ ก็ทำคนเป็นพ่อพลั้งปากพูดในสิ่งที่ตรงข้ามใจเสมอ เขาอยากกำราบลูกชายหัวดื้อ แต่เป็นเรื่องยาก เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเขากับธันยาพัฒน์ค่อนข้างห่างเหิน...

‘ผมเพิ่งรู้เองนะครับว่าผมไม่ได้เกิดมาจากความรัก’ ชายหนุ่มโต้เถียงทั้งที่ใจก็เจ็บปวดไม่ต่างจากผู้เป็นบิดา แววตาชราสั่นระริกด้วยความเสียใจ

‘แกเอาอะไรมาพูด’ คนเป็นพ่อคำราม

‘ตั้งแต่แม่จากไป ผมก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากพ่ออยู่แล้ว แม้แต่นามสกุลที่ติดตัวผม ฉะนั้นพ่อก็อย่าบังคับผม โดยเฉพาะเรื่องแต่งงาน ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ’

‘เจ้าแทน หยุดเดี๋ยวนี้! แกหยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้!!!’ คำสั่งของบิดาเหมือนเป็นเพียงสายลมผ่าน เพราะธันยาพัฒน์เดินออกไปจากคฤหาสน์อันโอ่โถงอย่างรีบเร่ง โดยไม่หันกลับมาอีกเลยนับจากวันนั้น

ชายหนุ่มสูญเสียมารดาไปตอนที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองนอก ในเวลานั้นขณะที่เขากำลังคร่ำเคร่งกับการสอบ ก็ได้ข่าวการเสียชีวิตแบบกะทันหันของมารดา เขาไม่ทันมาดูใจคนเป็นแม่ด้วยซ้ำ

‘แทน ตั้งสติเอาไว้ดีๆ นะลูก’

‘เกิดอะไรขึ้นครับ’

‘แม่จากเราไปแล้วลูก’

‘วะ... ว่าไงนะครับ ไม่จริงใช่มั้ยพ่อ ไม่จริงใช่มั้ยครับ’

‘แม่ประสบอุบัติเหตุระหว่างไปเปิดงานศิลปะน่ะลูก’ คราวนั้นโรงพยาบาลเทพรักษ์ ซึ่งตระกูลเกริกกานต์อนันต์เป็นเจ้าของ และกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นพันธมิตรร่วมมือกันจัดแสดงภาพผลงานศิลปะวาดสีน้ำมันของแพทย์ พยาบาลและคนในวงการแพทย์ เพื่อนำเงินรายได้ไปช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์การรักษาทหารในจังหวัดสามชายแดนภาคใต้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีจนเป็นที่รู้กันดี แต่โชคร้ายรถยนต์ที่ศศิฤทัยผู้เป็นแม่ของชายหนุ่มนั่งไปนั้นประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางคนขับรถเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนศศิฤทัยและเลขาผู้ติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัสนั่นเป็นสาเหตุให้เเม่ของเขาต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่นานก่อนจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

‘ไม่จริง’

‘แม่พักรักษาตัว กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรามานานหลายเดือน’ ธนพัฒน์เล่าเสียงสะอื้น หัวใจเขาแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

‘ทำไมพ่อไม่บอกผม ทำไมพ่อเพิ่งมาบอก’

‘พ่อเสียใจนะลูก พ่อไม่อยากให้มีเรื่องกวนสมาธิ พ่ออยากให้แกเรียนจบก่อน’

‘ทำไมไม่ให้ผมกลับไปดูใจแม่ พ่อใจร้าย’

‘แทน อภัยให้พ่อนะลูก’

‘ผมเกลียดพ่อ!’ ชายหนุ่มแผดเสียงลั่นด้วยใจรวดร้าว ภาพความรักและอ่อนโยนของมารดาผ่านขึ้นมาในมโนสำนึก น้ำตาเขาไหลพรากกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของคนเป็นแม่

หลังการจากไปของมารดาเพียงไม่นาน เขากลับมาร่วมงานศพมารดา หลังจากนั้นก็ได้ข่าวว่าพ่อแต่งงานใหม่อย่างเอิกเกริกกับนางพยาบาลสาวสวย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่ ขณะที่พยาบาลสาวใช้เวลาดูแลแม่ของเขา เธอกลับใช้เวลานั้นสร้างความสนิทสนมกับสามีคนไข้ จนเกิดงานแต่งงานใหญ่โต ทั้งที่งานเผาแม่ของเขายังผ่านไปไม่ทันครบร้อยวันด้วยซ้ำ แล้วแม่เลี้ยงก็ดูเหมือนจะไม่ชอบหน้าเขา พยายามกีดกันเขาออกจากกิจการทุกอย่างของตระกูล เหมือนว่าเขาไม่มีตัวตน

เวลาล่วงผ่านไปหลายปี เขาเรียนจบกลับเมืองไทยและเลือกใช้ชีวิตอิสระโดยไม่พึ่งทางบ้าน เรียกว่าสะใจคนเป็นแม่เลี้ยงอย่าง ‘งามพร้อม’ เต็มที เพราะไม่ต้องมีเขาอยู่ขวางหูขวางตา และไม่ต้องมีเขาอยู่เป็นหอกข้างแคร่ให้ระแวงว่าจะมีตัวหารมรดก ถ้าหากประมุขของบ้านอย่างบิดาเขาจากไป แต่เขาน่ะสิ คิดถึงมารดาครั้งใดก็ต้องพยายามกล้ำกลืนน้ำตาลูกผู้ชายไม่ให้หลั่งออกมาให้โลกเห็นด้วยความยากลำบาก แต่หัวใจคนเป็นลูกอย่างเขาปวดร้าวเหลือเกิน เขาจึงตั้งปณิธานว่าจะไม่ให้อภัยบิดา รวมทั้งจะไม่ยอมกลับไปข้องเกี่ยวกับบ้านนั้นอีกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป