บทที่ 3 ทวงสัญญา
“แกมาทำไม”
พริมาที่กำลังเดินเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลเอลเมอร์ส ชะงักเท้าลงเมื่อมีเสียงทักทายอย่างไม่เป็นมิตรที่ได้ยินจนเคยชินมาตั้งแต่จำความได้
จะเป็นเสียงใครไปได้ นอกจาก พอลล่า พี่สาวคนละแม่ของเธอ ที่เกลียดเธอเข้ากระดูกดำ
“ฉันมาหาพ่อ”
“แกจะมาหาพ่อทำไม จะมาวุ่นวายอะไรกับพ่ออีก”
ดวงตาที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกวาดมองน้องสาวนอกไส้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอเกลียดมันตั้งแต่จำความได้ แม้ว่าพ่อจะแทบไม่เคยแสดงออกเลยว่ารักมัน แต่ตั้งแต่ที่ทุกคนในครอบครัวรู้ว่าพ่อหักหลังแม่ แม่ของเธอก็เจ็บปวดเสียใจจนแทบจะเป็นบ้า
อย่าว่าแต่พ่อจะไม่แสดงความรักต่อมันและแม่คนไทยของมันเลย พ่อที่ไร้หัวใจของเธอ ไม่เคยแสดงความรักต่อใครทั้งนั้น แม้กระทั่งเธอและพี่ชายก็ตาม ยิ่งกับแม่ของเธอยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะผู้หญิงที่ต้องแต่งงานด้วยเพื่อผลประโยชน์ นอกจากได้รับการเชิดหน้าชูตาในวงสังคมแล้ว พ่อก็ไม่เคยสนใจไยดีอะไรทั้งนั้น บางทีเธอยังแอบสงสัยว่าพ่อเคยรักใครจริงๆ บ้างหรือเปล่า นอกจากตัวเอง
“ก็จะมาทวงสัญญาของพ่อในเรื่องที่พี่ทำไม่ได้แต่ฉันทำได้ไง”
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มจ้องพี่สาวที่รังเกียจเธอมาตั้งแต่เล็กๆ อย่างไม่ลดละ ถึงแม้เธอจะไม่เคยอยากมีเรื่องด้วย แต่เธอก็ไม่เคยยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ เหมือนกัน
ตั้งแต่ที่พ่อพาเธอกับแม่มารู้จักกับเมียและลูกในสมรสของพ่อ เธอก็ปฏิญาณตนมาตลอดว่าจะต้องแข็งแกร่งเพื่อที่จะปกป้องแม่ผู้น่าสงสารของเธอให้ได้ และเธอก็ทำได้ดีมาตลอดตั้งแต่วันนั้น
“หึ อวดดี แต่ก็ดีใจด้วยนะ ที่จะได้ไปใช้ชีวิตอิสระกับแม่ของแกแล้ว แล้วก็อย่าซมซานกลับมาวุ่นวายกับพวกฉันอีก อย่าลืมว่าแกไม่มีสิทธิ์อะไรในสมบัติของฉันกับพี่ทั้งนั้น”
“ฉันไม่เคยต้องการอะไรจากพ่อ สิ่งเดียวที่อยากได้คืออิสระเท่านั้น”
พริมาเชิดหน้าสวยๆ นั่นขึ้นเล็กน้อย แล้วเดินผ่านหน้าพี่สาวคนละแม่ไปทันที ด้วยเธอไม่มีเวลามาโอ้เอ้มากมายนัก เพราะตอนนี้มาเฟียนั่นต้องรู้แล้วว่าเธอคือหนอนบ่อนไส้
“อ้าว พรีม มาแล้วเหรอ”
“ค่ะ พ่อ”
ชายร่างท้วมเงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานที่อยู่คฤหาสน์หลังใหญ่ เขาส่งยิ้มให้ลูกสาวนอกสมรสเล็กน้อยอย่างชอบใจ ที่เธอไม่เคยทำให้เขาผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว
“เก่งมากนะ ขอบใจมาก”
“ค่ะ พรีมจะมาทวงสัญญา”
“หึหึ มาทวงสัญญาอะไร พรีมแอบส่งแม่กลับไทยตั้งแต่อาทิตย์ที่ก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ”
ไม่มีอะไรเล็ดลอดหูตาของเขาไปได้ อยู่ที่ว่าเขาจะพูดหรือไม่เท่านั้น
“พ่อรู้เหรอคะ ทำไม..”
“รู้สิ ทำไมพ่อไม่ตามแม่กลับมาทั้งๆ ที่พรีมยังทำงานให้พ่อไม่สำเร็จงั้นเหรอ ก็เพราะพ่อมั่นใจ ว่าคนอย่างพรีม ยังไงก็ต้องทำสำเร็จ”
แน่นอน เธอต้องทำให้สำเร็จอยู่แล้ว เพราะชีวิตและอนาคตของเธอกับแม่หลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับภารกิจของเธอในครั้งนี้เท่านั้น แต่ที่เธอตัดสินใจส่งแม่ผู้ไม่รู้เรื่องราวว่าเธอต้องทำงานอะไรให้พ่อ กลับประเทศไทยไปก่อน เพราะเธอกลัวว่าถ้าเรื่องมันแดงขึ้นมาแล้ว เธอจะพาแม่หนีไม่ทัน
เธอมองผู้เป็นพ่อให้เต็มตาอีกครั้ง ชายผู้ให้กำเนิดเธอคนนี้คือผู้ชายที่แม่รักแบบยอมมอบกายถวายชีวิต เขาคือคนที่แม่รักที่สุดและคือคนที่ทำให้แม่ของเธอเสียใจที่สุดเช่นกัน
เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว พ่อเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไทย และบังเอิญได้เจอกับหญิงสาวแสนสวยที่ช่วยพาชายหนุ่มต่างชาติผู้หลงทางไปส่งถึงที่ ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะหญิงสาวผู้บูชาความรักหลงเชื่อคำลวงของเขาโดยไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อยว่าเขาจะมีครอบครัวอยู่แล้ว ความผิดพลาดทั้งหมดก่อให้เกิดเป็นพยานรักที่มีชีวิต สิ่งนั้นก็คือเธอ
จากนั้นพ่อก็เทียวไปเทียวมาประเทศไทยบ่อยขึ้น จนคนที่เป็นเมียหลวงจับได้ในที่สุดว่าเขาแอบมามีเธอกับแม่ทางนี้ แต่เพราะพ่อเป็นใหญ่ที่สุดในตระกูล ผู้หญิงคนนั้นจึงไม่สามารถทำอะไรเธอกับแม่ได้ ทำได้เพียงยอมรับแม้ในใจจะริษยาและเกลียดชังเธอกับแม่แทบขาดใจ
ความเกลียดชังส่งต่อไปยังลูกของผู้หญิงคนนั้นอีกสองคนที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายและพี่สาวของเธอ พวกเขาแทบไม่เคยพูดจากับเธอและแม่ดีๆ เลยสักครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะต่างคนต่างอยู่มาแต่ไหนแต่ไร
แต่แล้วในที่สุด พ่อของเธอก็บังคับพาเธอกับแม่มาอยู่ด้วยกันที่อเมริกาเพื่อให้เธอเรียนหนังสือที่นี่ ตลอดเวลาสิบกว่าปี นอกจากครอบครัวหลักของเขาแล้ว ก็ไม่มีใครที่นี่รู้ว่าเธอกับแม่มีความสัมพันธ์กับเขาอย่างไร
