บทที่ 6 คุณทำผมแสบมาก
“หนีทำไม กลัวผมเหรอ”
ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งเย็นชาดูไร้ความรู้สึก ดวงคาคมกริบนั่นมองสบตากับเธอด้วยความว่างเปล่า กายแกร่งยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เรือนร่างเพอร์เฟคดูใหญ่โตจนคนที่นั่งอยู่บนเตียงตัวสั่นสะท้านราวลูกนกตกน้ำก็ไม่ปาน
เขาย่างสามขุมเข้าหาแล้วก้าวขึ้นไปนั่งอยู่เบื้องหน้าเธอด้วยท่าทีคุกคาม มือใหญ่ยื่นไปลูบไล้ใบหน้าขาวเนียนที่บัดนี้ซีดเป็นไก่ต้มแล้วเลื่อนมือลงบีบคอของเธอ
“อ๊ะ..”
“คุณทำผมแสบมาก พริมา ลูกสาวนอกสมรสของ อลันเอลเมอร์ส”
ดวงตาคมกริบของคนตัวโตวาวโรจน์ขึ้นด้วยไฟโทสะ มันฉายแววอำมหิตจนคนตัวบางตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าดุดันและท่าทีคุกคามของเขาทำให้เธอกลัวจริงๆ
เธอมองผู้ชายตรงหน้าผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอรื้นขอบตา ก่อนภาพนั้นจะชัดขึ้นเมื่อหยาดน้ำใสๆ รวมตัวกันไหลรินอาบแก้มอย่างยากที่จะห้าม
แค่เพียงคิดว่าเธอกับไอ้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของเขามันทำความเสียหายอะไรกับเขาไว้บ้าง มือใหญ่ก็ออกแรงบีบลำคอเล็กๆ นั่นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว เพื่อระบายความโกรธแค้นที่สุมอยู่ในอก แต่เขาคงลืมคิดไปว่าแค่เพียงเขาออกแรงหนักมือกว่านี้อีกหน่อย ลำคอบอบบางนั่นคงหักคามือของเขาเป็นแน่
แรงบีบรัดที่ลำคอของเธอหนักขึ้น มันปวดร้าวราวกับลำคอนั้นจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อากาศผ่านเข้าจมูกของเธอได้น้อยเต็มที แต่กลับไม่มีเสียงร้องอ้อนวอนหรือแสดงท่าทีทุกข์ทรมานใดๆ ให้เขาได้เห็น คนตัวบางหลับตาลงช้าๆ ปลดปล่อยหยาดน้ำตาหยดสุดท้ายลงมากระทบมือเขา ก่อนสติสัมปชัญญะสุดท้ายจะวูบดับลงไปอีกครั้ง
“พริมา พรีม พรีม..”
คนตัวโตร้องตะโกนก้อง เขารีบปล่อยมือออกจากลำคอบอบบางแล้วอุ้มเธอลงมานอนราบบนที่นอนดังเดิม มือใหญ่อังจมูกโด่งปลายเชิดรั้นนั้นก็พบว่าเธอยังหายใจอยู่ แม้จะรวยรินอ่อนล้าก็ตามที
ลำคอบอบบางขาวผ่องขึ้นรอยนิ้วมือสีแดงครบ 5 นิ้วอย่างชัดเจน ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงช้ำ และคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งไปจากใบหน้า ทำเอาใจแกร่งกระตุกวูบ มันบีบรัดในหัวใจจนต้องผุดลุกขึ้นชกไปที่ผนังห้องอย่างบ้าคลั่งจนมือแตกยับเลือดไหลซิบ
“โว้ยยยยย”
เสียงตะโกนก้องดังติดกันถึงสองครั้งทำให้ลุคที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าห้องพร้อมกับบอดีการ์ดอีกสองคน เปิดประตูแล้ววิ่งกรูกันเข้าไปในห้องที่ใช้กักขังลูกสาวศัตรูของเจ้านายในทันที
“บอสครับ”
“นายครับ”
ทั้งลุคและบอดี้การ์ดกระโจนล็อกตัวเจ้านายที่กระหน่ำต่อยกำแพงอย่างบ้าคลั่ง แล้วพาออกห่างจากจุดเกิดเหตุเพื่อเรียกสติ
“บอสครับ บอส”
ร่างใหญ่หอบหายใจสะท้าน พยายามสะกดอารมณ์โกรธเกรี้ยวและรู้สึกผิดที่ตีกันมั่วจนควบคุมตัวเองไม่ได้ให้สงบลง ดวงตาแดงก่ำปูดโปนน่ากลัวจนน้องชายและลูกน้องคนสนิทยังหวาดหวั่น เพราะนี่คือร่างซาตานที่น้อยครั้งนักจะเกิดขึ้น และเมื่อเกิดก็ยากที่จะมีใครทำให้เขาเย็นลงได้
“พี่แมท ใจเย็นก่อนครับ”
ลุค เรียกคนที่กำลังอยู่ในร่างซาตานด้วยชื่อแบบที่เคยเรียกกันมาตั้งแต่จำความได้ เพื่อเรียกสติลูกของผู้มีพระคุณ และมันก็ได้ผล เมื่อซาตานตรงหน้าค่อยๆ ปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“แกสองคนออกไปเอากล่องอุปกรณ์ทำแผลมา”
คนเป็นน้องสั่งงานบอดี้การ์ดทั้งสอง แล้วหันไปมองหญิงสาวที่น่าจะเป็นตัวต้นเหตุให้พี่ชายของเขาคลุ้มคลั่งได้ขนาดนี้ ก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อคนที่เคยสวยงามอยู่ในสภาพซีดเซียวไม่ต่างจากศพ และยิ่งต้องตกใจกว่านั้นเมื่อบริเวณรอบลำคอขาวผ่องของเธอนั้นมีรอยนิ้วขึ้นครบทุกนิ้วอย่างชัดเจน และรอยนั้นจะเป็นรอยมือของใครไม่ได้ ถ้าไม่ใช่พี่ชายของเขาที่คลุ้มคลั่งจนแทบบ้าอยู่ในตอนนี้
“คุณพรีม”
ลุคถลาตัวไปดูคนตัวบาง เอามืออังที่จมูกก็พบว่าเธอยังหายใจก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“บอสครับ”
แมทธิวยกมือข้างที่ต่อยกำแพงจนแตกยับขึ้นมาห้ามปรามไม่ให้เขาพูดอะไรมากไปกว่านี้
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไปเรียกแม่บ้านมาดูแล แล้วนายก็ตามฉันไปที่ห้องทำงาน”
“ครับ บอส”
ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางที่นอนแน่นิ่งอีกครั้ง ในจิตใจตอนนี้ทั้งโกรธเกรี้ยว เกลียดชัง แค้นเคือง รู้สึกผิด และเป็นห่วงมันตีกันวุ่นวายไปหมด
แต่ตอนนี้ สถานะของเขากับเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว และไม่จำเป็นที่เขาจะต้องห่วงใยและรู้สึกอะไรกับเธออีก จึงกัดกรามแกร่งแล้วตัดใจหมุนตัวเดินจากห้องนี้ไป ไม่หันกลับมามองเธออีกเลย
