บทที่ 10 2.3 ความจริงมันเจ็บ

ส่วนภาสกรที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำหลังอาบน้ำเสร็จและลำตัวมีเพียงผ้าขนหนูพันช่วงล่างเอาไว้เท่านั้น และเมื่อเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กเปิดค้างอยู่พร้อมกับท่าทางและแววตาของพิมพ์พระพายที่ส่งมาหา พลอยให้เขารู้สึกชาไปทั้งร่างกายด้วยความตกใจและกลัวไปชั่วขณะว่าความลับมันจะถูกเปิดออกมา

ร่างสูงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กเอาไว้พร้อมพร่ำเอ่ยคำขอโทษต่อเธอ ทว่าพิมพ์พระพายเองกลับเอาแต่บอกว่าอยากกลับกรุงเทพฯ โดยไม่สนใจเสียงขอร้องให้อยู่ต่อของเขาเลย

“พาย! พายถึงคอนโดแล้วครับ”

“หะ ห๊ะ! ถึงแล้วเหรอ ขอบคุณนะที่ขับรถมาส่ง”

พิมพ์พระพายสะดุ้งออกจากภวังค์พร้อมกับเอ่ยออกมา หลังถูกมือหนาของภาสกรเอื้อมมือมาจับแขนพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเศร้าอย่างคนรู้ตัวว่ามีความผิด จนหญิงสาวต้องเบนหน้าหนีเพื่อหลบสายตาคู่นั้นก่อนที่จะเตรียมตัวเปิดประตูรถยนต์ออกไป

ทว่าทันใดนั้นเสียงนุ่มทุ้มที่ปนไปด้วยความเศร้าก็ดังขึ้นมาเพื่อหยุดเธอเอาไว้เสียก่อน เมื่อเห็นว่าครั้งนี้เธอไม่ได้สนใจเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา


ภายในห้องโถงคอนโดที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังกับโรงพยาบาลของรัฐบาล ร่างสมส่วนเดินถือแก้วน้ำตรงมายังบริเวณโซฟาที่มีร่างสูงกำลังนั่งเอามือขึ้นประสานกัน พร้อมสายตาคมยังจับตามองทุกย่างก้าวของเจ้าคอนโดด้วยสายตาเว้าวอนและขอลุแก่โทษ

เมื่อเธอยังคงพูดคุยนับคำได้นับตั้งแต่ที่ความลับถูกเปิดออก และเขาเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำความเข้าใจกับเธอในเรื่องที่เกิดขึ้น พลอยให้สถานะการณ์ตอนนี้อึดอัดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับภาสกรเอง จนกระทั่งความอดทนของเขาได้สิ้นสุดลง เมื่อพิมพ์พระพายเดินเอาแก้วน้ำมาวางไว้ตรงหน้าชายหนุ่มโดยไม่มีแม้แต่คำพูดใดหลุดออกมา

ภาสกรยื่นมือไปเอื้อมจับข้อมือเล็กเพื่อรั้งไว้ในขณะที่เธอกำลังเดินออกไป พิมพ์พระพายหันมามองมือหนาที่ยังจับเธออยู่ และไล่สายตาขึ้นไปประสานกับสายตาเว้าวอนของชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มออกแรงกระตุกข้อมือเพื่อให้ร่างบางเสียหลักลงมานั่งบนตักแกร่งของตน

“อาร์ตปล่อย”

“ไม่ปล่อย และพายก็เลิกเมินเฉยใส่อาร์ตสักทีได้ไหม เรื่องนั้นมันไม่ได้มีอะไรเลยพาย มันผ่านมานานแล้วนะ พายจะยกโทษให้อาร์ตไม่ได้เลยเหรอ”

“…”

“พาย พายช่วยพูดอะไรหน่อยได้ไหม จะตบจะตีหรือด่าว่าอะไรอาร์ตก็ได้ทั้งนั้น

แต่ว่าพายอย่าเงียบแบบนี้ได้ไหม อาร์ตใจคอไม่ดีเลยที่เห็นพายมาเป็นอย่างนี้ พายจ๋าเราสองคนก็คบกันมานานมากแล้วนะ และอีกไม่นานเราสองคนก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี พายอย่าเอาเรื่องนี้มาบั่นทอนความรักของเราได้ไหม”

“แต่เรื่องนี้มันคือนอกใจเลยนะอาร์ต หากพายเป็นฝ่ายนอกใจ แอบมีคนอื่นบ้าง อาร์ตก็คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

พิมพ์พระพายเอ่ยถามอย่างคนไม่สบอารมณ์หลังได้ยินคำพูดเห็นแก่ตัวว่าหากเธอเป็นฝ่ายนอกใจบ้าง เขาจะยอมรับมันได้ไหม พร้อมถดตัวออกจากตักแกร่งเพื่อนั่งลงด้านข้างแทน

ซึ่งภาสกรทำเพียงส่งสายตาแสดงออกถึงความรู้สึกผิด จนทำให้หญิงสาวต้องเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“เห็นไหม อาร์ตเองก็ตอบพายไม่ได้เหมือนกัน” ภาสกรชะงักไปเล็กน้อยที่ถูกหญิงสาวสวนกลับออกมาก่อน

“อาร์ตขอโทษ พายยกโทษให้อาร์ตหน่อยได้ไหม หรือว่าพายไม่ได้รักอาร์ตแล้ว”

“หึ! รักสิถ้าไม่รักพายจะคบจะซื่อสัตย์กับอาร์ตมานานจนถึงทุกวันนี้เหรอ แต่อาร์ตคงไม่รักพายใช่ไหมถึงทำร้ายกันมากได้ขนาดนี้ พายยังมีอาร์ตคนเดียวได้เลย แล้วทำไมอาร์ตถึงจะมีพายคนเดียวไม่ได้หา!”

“อาร์ต...”

“อาร์ต...เราเลิกกันเถอะ ในเมื่ออาร์ตไม่ได้รักพายมากพอที่จะมีพายคนเดียวได้”

“ไม่นะพาย อาร์ตไม่เลิก เราสองคบกันมาตั้งนานและก็จะสร้างครอบครัวด้วยกันด้วย ยังไงอาร์ตก็ไม่เลิกเด็ดขาด พายเป็นเมียอาร์ตแล้วนะ ไม่ใช่แฟนเหมือนเมื่อก่อนนี้น่ะ”

“หึ! เมียเหรอ ”

“ใช่ไง หรือว่าพายจำครั้งแรกของเราไม่ได้ นั่นมันครั้งแรกของพายเลยนะ และที่ยังเดินเจ็บอยู่ตอนนี้เนี่ยไม่ใช่เพราะถูกอาร์ตเอาเมื่อคืนนี้ไม่ใช่เหรอ”

พิมพ์พระพายรู้สึกขันจนปล่อยเสียงหึ!ออกมาหลังถูกเขาปรามาสความรักตลอดเวลาที่คบกันมาเกือบสิบปี

ก่อนจะเป็นฝ่ายถามกลับไปบ้างว่าเป็นเขาเองใช่ไหมที่ไม่ได้รักเธอแล้ว ถึงได้ทำร้ายหัวใจเธอมากถึงเพียงนี้ ซึ่งมันก็ทำให้ภาสกรผงะไปก่อนจะอ้ำอึ้งเอ่ยได้เพียงชื่อตัวเองเท่านั้น

พิมพ์พระพายมองคนตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมาพร้อมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและผ่อนมันออกมาเพื่อเรียกความกำลังใจให้ตัวเองก่อนจะตัดสินใจบอกเลิกเขาออกไปหลังได้ฟังสิ่งที่ของเขาแสดงออกมาพร้อม

แต่เขากลับปฏิเสธที่จะเลิกกับเธอขึ้นมาทันควันและยังตอกย้ำความสัมพันธ์ว่าเธอเป็นเมียเขาแล้ว จนคนฟังทนไม่ไหวต้องถามออกมาว่าเขาแน่ใจแล้วใช่ไหมที่พูดออกมาอย่างนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป