บทที่ 13 2.6 ความจริงมันเจ็บ
พิมพ์พระพายทำเพียงกดรับโทรศัพท์ที่คนปลายส่งมาด้วยน้ำเสียงและคำพูดที่แสดงถึงความดีใจมากเพียงใดที่เธอยอมรับสายของเขาเสียดี
ภาสกรจึงเอ่ยต่อเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่เงียบอย่างเดียวว่าทำไมถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาเลยตั้งหลายสาย รู้ไหมว่าเขาเป็นห่วงเธอมากเพียงใด ทว่าทั้งน้ำเสียงและที่ได้รับจากพิมพ์พระพายในครั้งนี้มันเหมือนเขาเป็นคนอื่นสำหรับเธอไปแล้ว
จนทำให้เขาต้องตัดพ้อและอดบ่นน้อยใจไม่ได้เพราะเมื่อก่อนหากเธอรู้ว่าเขาต้องขับรถระยะทางไกล ๆ หญิงสาวเองก็จะรอโทรศัพท์จากเขาเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าได้เดินทางปลอดภัยดีแล้วด้วยความเป็นห่วง โดยไม่สนว่าเวลานั้นมันจะดึกดื่นเพียงใด นี่ถ้าเขาไม่ได้ส่งข้อความว่าจะมาหาถึงที่กรุงเทพฯ หากเธอยังไม่ยอมรับสายเขาอีกใช่ไหม
เพราะไม่อยากทำให้บรรยากาศในตอนนี้ระหว่างเขากับพิมพ์พระพายต้องแย่ไปกว่านี้ และรู้ดีว่าที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามาถึงจุดนี้ได้มันมาจากเขาคนเดียว ภาสกรจึงเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“พายทานข้าวหรือยังครับ”
“ยังไม่ทานเลย”
“พายอย่าลืมหาอะไรทานด้วยนะ อาร์ตเป็นห่วง พายจ๋า วันนี้งานอาร์ตยุ่งมากเลยแต่พอว่างปุ๊บ อาร์ตก็รีบโทรหาพายปั๊บเลยนะเนี่ย”
“อาร์ต! อาร์ตอย่าทำอย่างนี้เลยนะ เรื่องของเรามันไปต่อไม่ได้อีกแล้ว หากอาร์ตยังทำเป็นใส่ใจพายอีก แล้วเมื่อไรพายถึงจะตัดใจได้สักทีล่ะ อย่างน้อยตอนนี้ความเป็นเพื่อนของเรามันก็ยังเหลืออยู่นะ”
“แล้วพายจะตัดใจจากอาร์ตทำไม ในเมื่ออาร์ตยังอยู่กับพายตรงนี้อยู่เลย ไม่เอาอาร์ตไม่ให้พายตัดใจเด็ดขาด”
“มันไม่เหมือนเดิมแล้วอาร์ต ต่อให้พายจะยังรักอาร์ตอยู่ก็ตามทีและพายก็ไม่รู้ว่าจะกลับมามั่นใจในความรักของอาร์ตได้อีกไหม”
“มันต้องได้สิพาย อาร์ตจะทำให้พายกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ ให้มันเป็นเรื่องของอาร์ตนะ”
“อาร์ต!”
“ครับผม ว่าไงเมียจ๋า”
“ทำไมอาร์ตถึงเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องได้ขนาดนี้นะ”
“อ้าว! คบกันมาตั้งนาน จนตอนนี้เป็นเมียอาร์ตแล้วยังไม่รู้อีกเหรอว่าผัวตัวเองพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้แหละ
แล้วนี่ถ้าพายยังพูดมากอีก อาร์ตจะให้พ่อแม่ไปขอพายกับเตี่ยกับแม่ และหากมันจำเป็นอาร์ตก็จะบอกทุกคนไปเลยว่าพายเป็นเมียอาร์ตแล้ว คอยดูว่าเตี่ยพายจะว่าอย่างไงบ้าง”
แม้ภาสกรเปลี่ยนเรื่องคุยแล้ว แต่สุดท้ายพิมพ์พระพายก็วกกลับมาคุยเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถเดินต่อได้อีก
เพราะความรักที่ปราศจากความเชื่อใจมันจะทำให้เขากับเธอไม่สามารถมีความสุขอย่างแท้จริงได้เลยหากยังคบกันอยู่ ทว่าภาสกรเองก็ไม่สามารถยอมรับความสัมพันธ์ตามที่หญิงสาวต้องการได้เหมือนกัน พร้อมยังเชื่อมั่นว่าเขากับเธอจะสามารถเดินต่อด้วยกันในอนาคตได้
พิมพ์พระพายไม่คิดว่าภาสกรจะดื้อดึงได้ถึงเพียงนี้จึงเผลอเรียกชื่อเขาออกมาอย่างไม่คาดคิดและไม่พอใจปนอยู่ในที
ภาสกรเองก็ขานรับพร้อมเปลี่ยนสรรพนามเรียกคนปลายสายว่าเมียอย่างคนไม่ทุกข์ร้อนเสมือนความสัมพันธ์ทั้งสองคนไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน ซึ่งมันทำให้พิมพ์พระพายรู้สึกเหนื่อยหน่ายจนอดต่อว่าคนใจร้ายไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องมากขนาดนี้ได้
ทว่าภาสกรก็ไม่สลดพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งทะเล้นยอมรับแต่โดยดีสำหรับข้อกล่าวหาที่ถูกตำหนิว่าเขาเป็นคนไม่รู้เรื่อง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงให้พิมพ์พระพายหยุดพูดเรื่องการยุติความสัมพันธ์ได้แล้ว
และยังขู่กลายๆว่าหากเธอยังยืนยันจะตัดความสัมพันธ์กับเขาอีก ภาสกรเองก็จะไปบอกพ่อกับแม่ให้ไปสู่ขอกับทางครอบครัวของเธอ และเขาพร้อมจะประกาศกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายว่าตอนนี้พิมพ์พระพายได้เป็นภรรยาของเขาแล้ว แม้มันทำให้เรวัชที่รักและหวงลูกสาวคนเดียวมากจะต้องโกรธและรู้สึกผิดหวังก็ตาม
ขณะที่หญิงสาวฟังอย่างใช้ความคิดภาสกรก็ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้งอย่างจริงใจอีกครั้ง
“พาย ถ้าความสัมพันธ์ของเราสองคนมันจะไม่สามารถไปต่อได้แล้วก็ให้อาร์ตได้ลองก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ อาร์ตจะเป็นคนเดินออกมาเอง ได้ไหมพาย”
พิมพ์พระพายฟังอยู่เงียบ ๆ เพราะหากพูดอะไรออกไปตอนนี้ เขาก็คงไม่ยอมฟัง เธอจึงยอมปล่อยให้ทำเขาตามความต้องการของตัวเองไปก่อน
เพราะอีกไม่ถึงเดือนเธอกับเขาก็ต้องจากกันไปทำหน้าที่ของตน และอยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรให้เธอกลับมาเชื่อใจได้อีกครั้ง ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องแยกย้าย ทางใครทางมัน
