บทที่ 16 เรา...เลิกกันแล้ว?
รถยนต์แล่นเข้ามาจอดในรั้วบ้านหิรัญวัตรในช่วงสายของวัน ร่างสูงลงจากรถมาอย่างคนหมดสภาพและจิตใจล่องลอยก่อนเดินเข้าบ้านไป และขณะที่สองเท้ากำลังย่างอยู่บนบันไดบ้าน เสียงเรียกจากด้านล่างก็ตามหลังมา
“อ้าว! พี่อาร์ตกลับมาแล้วเหรอ” หยุดยืนค้างอยู่บนขั้นบันไดพร้อมขานตอบ“อือ”ก่อนก้าวเท้าต่อโดยไม่สนใจคนที่คุยด้วย จึงทำให้อังศุมาลินหรืออัง น้องสาวต้องรีบตะโกนเสียงดัง
“เฮ้ย! พี่ แล้วพี่พายอยู่ไหน ทำไมมาคนเดียว” รีบยกมือป้องปากพร้อมกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอาจโดนวาดจันทร์เอ็ดเอาได้ที่โหวกเหวกโวยวายในบ้านไม่สมเป็นกุลสตรี ก่อนมองตามหลังพี่ชายที่หายเข้าไปในห้องพลางอดบ่นกับตัวเองไม่ได้
“อะไรของเค้าวะ”
“เสียงดังอะไรนักหนายัยอัง เป็นผู้หยงผู้หญิงให้มันเรียบร้อยหน่อยได้ไหม” อังศุมาลินหันมาตามเสียงเรียกพลางคิดในว่า นั่นไงเธอว่าแล้วไหมล่ะ
“ค่ะแม่” วาดจันทร์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาที่เห็นลูกสาวคนเดียวหันมายิ้มแห้งให้ จากนั้นก็ให้ลูกสาวไปช่วยขนของขึ้นรถเพื่อเตรียมตัวไปทำบุญวันเกิดที่วัดด้วยกัน
ภายในรถยนต์ส่วนตัว ร่างสูงกำลังนั่งขับรถยนต์เพื่อนำสมาชิกบ้านหิรัญวัตรทั้งสามคนกลับบ้าน หลังทั้งหมดเพิ่งกลับมาจากทำบุญที่วัดเนื่องในวันเกิดของวาดจันทร์ โดยมีอาทิตย์ หิรัญวัตรนายทหารชั้นผู้ใหญ่ชายวัยใกล้เกษียณนั่งด้านหน้าคู่กับลูกชายที่เป็นคนขับ
ส่วนด้านหลังรถมีวาดจันทร์นั่งคู่กับอังศุมาลินลูกสาวคนเล็กที่กำลังพูดคุยเพื่อช่วยไม่ให้บรรยากาศในรถเงียบจนเกินไป เพราะนอกจากอาทิตย์ที่เป็นคนไม่ค่อยพูดแล้ว วันนี้ภาสกรเองยังดูเงียบผิดปกติและยังเหม่อลอยเป็นบางครั้งอีกด้วย
“พี่อาร์ต พี่พายจะมาตอนเย็นนี้ใช่ไหมคะ” ทุกคนรอฟังคำตอบจากคนขับรถ ทว่าเขาก็ยังนั่งเงียบอยู่เหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่ จนอาทิตย์ที่นั่งอยู่ด้านข้างต้องยกมือมาแตะพร้อมเอ่ยเรียก
“อาร์ต” ภาสกรหันมามอง “น้องถามน่ะ ว่าหนูพายมาตอนเย็นนี้ใช่ไหม แล้วตกลงหนูพายจะตามมาตอนเย็นนี้ใช่ไหม”
“ต้องรอดูก่อนว่าพายมาได้หรือเปล่าครับ” แม้จะตอบภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมนั้นมันแฝงไปด้วยความเศร้า และในใจแอบหวังว่าพิมพ์พระพายจะมาทานอาหารเย็นในวันเกิดแม่เขาเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา อย่างน้อยเธอก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัวเขาอยู่
โดยเฉพาะกับอังศุมาลินที่เห็นเธอไม่ต่างจากพี่คนหนึ่ง บางครั้งภาสกรเองยังแอบสงสัยว่าระหว่างเขากับพิมพ์พระพายใครเป็นพี่ของเด็กสาวคนนี้กันแน่ พลางมุมปากบนใบหน้าคมสันยกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว ก่อนวางเป็นเส้นตรงเมื่อคิดว่าตอนนี้ทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้ว
“อาร์ตไม่สบายหรือเปล่าลูก เปลี่ยนมาให้พ่อเขาขับก็ได้นะลูก” วาดจันทร์เอ่ยขึ้นหลังเห็นวันนี้ลูกชายคนเดียวดูไร้ชีวิตชีวาตั้งแต่ออกไปวัดจนกลับมาบ้าน
“อาร์ตไม่เป็นไรครับแม่ อีกนิดเดียวก็ถึงบ้านแล้ว อาร์ตขับเองดีกว่าครับ” ภาสกรตอบออกมาเสียงเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนหันไปให้ความสนใจกับการขับรถเพื่อพาทุกคนไปให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย เพราะเขายังไม่อยากให้คนในครอบครัวรู้เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างเขากับพิมพ์พระพาย อย่างน้อยก็รอให้มันผ่านวันนี้ไปก่อน เพื่อสิ่งที่มันยังอยู่ในใจเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ร่างบางกำลังนั่งหน้าเศร้าอยู่คนเดียวในร้านคาเฟ่ชื่อดังด้วยท่าทางเหม่อลอยเหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่
ภาพภาสกรที่กำลังเดินออกจากคอนโดไปเมื่อคืนยังฝังลึกอยู่ในใจเธอ พิมพ์พระพายไม่อยากอยู่ห้องคนเดียวให้คิดมาก บางทีการออกมาเจอคนข้างนอกอาจช่วยเธอได้บ้าง วันนี้เธอจึงออกมาเดินหาซื้อของไปเรื่อยแม้ตื่นขึ้นมาในช่วงสายจะรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าทุกวันก็ตาม
ซึ่งตารางเดิมของวันนี้คือเธอต้องไปทำบุญที่วัดกับครอบครัวภาสกรและตกเย็นก็ทานอาหารร่วมกันกับคนในครอบครัวอีก ทว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปตามความสัมพันธ์ของเธอกับเขา ร่างบางโคลงศีรษะเพื่อสลัดความคิดเกี่ยวกับภาสกรออกก่อนจะคิดถึงเขามากไปกว่านี้ เพราะทุกอย่างเธอได้เลือกมันไปแล้ว
เสียงกรีดร้องจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาจากในกระเป๋าสะพาย พลันมุมปากอวบอิ่มยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะเป็นเส้นตรงภายในวินาทีต่อมาเมื่อเธอนึกขึ้นได้
‘เธอเพิ่งบอกตัวเองให้ตัดใจจากภาสกรไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ทำไมแค่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เรียกเข้า เพียงแค่คิดว่าเป็นเขาเท่านั้น มันถึงสามารถทำให้เธอรู้สึกดีและว้าวุ่นได้ถึงเพียงนี้’
พิมพ์พระพายบริภาษตัวเองพร้อมหวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาจิตใจเธอให้ดีขึ้นในสักวันอย่างที่เคยได้ยินคนพูดมา
ปลายนิ้วเรียวสัมผัสลงบนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อรับสาย รอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏอยู่บนใบหน้า ก่อนมีเสียงตามสายออกมา บางทีการได้คุยกับใครสักคนในเวลานี้มันคงดีกว่าเธอนั่งอยู่คนเดียวในคาเฟ่แห่งนี้ก็ได้
“พายเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเสียงดูเหนื่อยจัง” ปลายสายเอ่ยออกมาเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนดูเปลี่ยนไป
“ไม่มีอะไรหรอก พายสบายดี ว่าแต่หวาเถอะทำไมถึงโทรหาพายได้ล่ะ ไหนบอกว่าไปต่างจังหวัดกับครอบครัวไง”
“ตอนนี้หว่าก็อยู่ต่างจังหวัดนั่นแหละ ทะเลที่นี่มันสวยมากและอากาศก็ดีมากด้วยเสียดายพายไม่ได้มาด้วยกัน ไม่อย่างนั้นมันจะต้องดีกว่านี้แน่เลยพูดไปหวาก็คิดถึงตอน ม.ห้าที่พวกเราไปเที่ยวทะเลกันยกห้องนะ”
“อืม พูดไปพายก็คิดถึงตอนนั้นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเพื่อนแต่ละคนเป็นยังไงกันบ้างนะตอนนี้”
“ไม่ต้องเศร้าไปหรอกพาย เดี๋ยวก็ได้เจอเพื่อนยกห้องแล้ว” พิมพ์พระพายกำลังสงสัยและครุ่นคิดอยู่ว่าเธอจะเจอเพื่อนตอนเรียน ม.ปลายยกห้องได้อย่างไร ปรียากานต์จึงเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“นี่ พายอย่าบอกนะว่าลืมงานแต่งของยัยฟ้ากับไอ้นัทเด็กหลังห้องไปแล้วน่ะ”
“สองคนจะแต่งงานกันเหรอหวา ทำไมพายไม่รู้เรื่องเลยล่ะ”
“อ้าว! พายยังไม่ได้การ์ดแต่งงานอีกเหรอ วันก่อนยัยฟ้าเอามาให้หวาบอกว่าแจกเพื่อนในห้องครบหมดแล้วนะ”
“ยังนะ พายยังไม่เจอสองคนนั้นเลย”
“เอ...หรือว่ามันจะอยู่กับอาร์ตล่ะพาย หวาว่าต้องใช่แน่ ๆ เลย เพราะยังไงยัยฟ้าไม่มีทางลืมบอกพายอย่างแน่นอน เอาอย่างนี้พายลองไปถามอาร์ตดูก่อนดีไหม” พิมพ์พระพายลังเลเล็กน้อยว่าจะบอกคนปลายสายดีหรือเปล่าว่าเธอกับภาสกรได้จบความสัมพันธ์กันไปแล้ว
“หวา พายมีเรื่องจะบอก” พิมพ์พระพายหยุดไปจนทำให้คนรอฟังอดลุ้นตามไปด้วยไม่ได้
“มีอะไร รีบพูดมาเถอะพาย หวาลุ้นจะแย่อยู่แล้ว เนี่ย!”
“พายเลิกกับอาร์ตแล้วนะ”
“ก็แค่นั้น” เอ่ยออกมาเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเมื่อคิดทบทวนสิ่งที่ได้ยินจึงอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “หา! พาย บอกว่าเลิกกับอาร์ตเหรอ หวาไม่ได้ฟังอะไรผิดไปใช่ไหม? พาย”
“อือ ไม่ผิดหรอก หวาได้ยินถูกแล้ว เราสองคนเพิ่งเลิกกันไปเมื่อคืนนี้เองน่ะ”
“พาย พายโอเคหรือเปล่าเนี่ย”
“พายไม่โอเคเลยหวา ไม่โอเคเลยสักนิด” พิมพ์พระพายเผยความอ่อนแอให้เพื่อนฟังด้วยน้ำเสียงเริ่มสั่นเครือคล้ายคนกำลังร้องไห้แต่ก็ยังพยายามทำให้เป็นปกติอยู่
พาย ให้หวาไปหาไหม หวาไปได้นะ” ถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เพราะในชีวิตของเพื่อนคนนี้มีภาสกรเป็นรักแรกรักเดียวมาโดยตลอด
“หวา จะบ้าเหรอ ตอนนี้หวาอยู่ต่างจังหวัดอยู่นะ ไว้กลับมาค่อยคุยกันดีกว่านะ หวา”
“หืม อะไร?”
“ขอบคุณนะ”
“เฮ้ย ไม่เป็นไร พายเป็นเพื่อนหวานะ ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้น พายเล่ามาให้หมดเลยนะ ถ้ายังเห็นหวาเป็นเพื่อนอยู่”
“พายเคยเล่าให้หวาฟังเมื่อไม่นานมานี่เอง”
“พายอย่าบอกนะว่า” ปรียากานต์กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากและภาวนาขออย่าให้มันเป็นอย่างที่เธอเคยสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างคนหยั่งเชิง “เรื่องของเพื่อนพายความจริงมันเป็นเรื่องของ...พายเหรอ”
“อือ มันเป็นเรื่องของพายเอง”
“โธ่ พาย” ปรียากานต์ครางชื่อเพื่อนออกมาด้วยความสงสารและเห็นใจก่อนจะถามต่อด้วยความห่วงใย
“พายคิดดีแล้วใช่ไหมที่ตัดสินใจอย่างนี้น่ะ”
“ใช่ พายคิดดีแล้ว” หยุดชั่งใจว่าจะพูดต่อดีไหม “หวา พายไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดระแวงของตัวเองได้ มันเหนื่อย มันทรมานมาก มันเหมือนจะมีความสุข แต่ไม่มีเลย มันบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกเลยหวา”
พิมพ์พระพายรู้ดีว่าที่ผ่านมาภาสกรพยายามทำตัวเองดีขึ้นเพื่อให้เธอกลับมาเหมือนเดิม แต่เป็นเธอเองที่ไม่สามารถก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ไปได้เลย
“ไม่เป็นไรพาย ในโลกใบนี้ยังมีผู้ชายดี ๆ อีกเยอะรอเราอยู่ แต่หากสามสิบแล้วเราสองคนยังไม่มีใครก็ไม่เป็นไรหรอก พายหาเงินไว้เยอะๆนะ”
“ทำไม?”
“เดี๋ยวเราไปบาร์โฮสกันไงเพื่อนรัก”
“บ้า” พิมพ์พระพายเอ่ยจบทั้งสองสาวก็หลุดขำออกมาพร้อมกันก่อนปรียากานต์จะเอ่ยต่ออย่างอารมณ์ดี
“หรือไม่ไป?”
“ไปคนเดียวเถอะ พายไม่เอาด้วยหรอก”
“จ้า แล้วตอนนั้นหวาจะคอยดู ว่าแต่พายไม่เคยได้ยินเหรอว่าเสน่ห์คนเราน่ะมันอยู่ที่เงินนะ”
ปรียากานต์รู้สึกมีความสุขขึ้นมาที่ตอนนี้เห็นเพื่อนหัวเราะได้บ้าง ซึ่งตอนนั้นพิมพ์พระพายบอกว่ามันเป็นเรื่องของเพื่อนในคณะ ปรียากานต์ยังมีความเข้าใจแล้วยังบอกให้ฝ่ายหญิงควรให้โอกาสแฟนหนุ่มสักครั้ง เพราะมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และช่วงเกิดเรื่องทั้งสองคนยังเป็นเหมือนรักระยะทางไกลอีกด้วย
หากว่าทั้งสองคนยังรักกันอยู่ ทว่าเมื่อมันเป็นเรื่องของเพื่อนรัก ปรียากานต์กลับรู้สึกไม่พอใจภาสกรขึ้นมาเสียเอง
บริเวณโต๊ะอาหารของบ้านหิรัญวัตร ร่างสูงกำลังนั่งรับประทานทานอาหารเย็นมื้อพิเศษร่วมกับคนในครอบครัว เนื่องจากเป็นวันเกิดของแม่เขา ซึ่งไม่บ่อยนักที่บ้านนี้จะมีโอกาสได้รับประทานอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัวอย่างเช่นเย็นนี้
โดยมีอาทิตย์ประมุขของบ้านนั่งอยู่หัวโต๊ะ ส่วนด้านข้างมีวาดจันทร์ภรรยากับอังศุมาลินบุตรสาวคนเล็กนั่งอยู่ ส่วนภาสกรบุตรชายคนโตนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคนเดียว
เพราะครั้งนี้ได้ขาดแขกประจำที่เคยมาร่วมงานวันเกิดวาดจันทร์ทุกปีอย่างพิมพ์พระพายว่าที่สมาชิกคนใหม่ของครอบครัวไป ซึ่งภาสกรบอกกับคนในครอบครัวตั้งแต่ก่อนไปวัดว่าหญิงสาวได้ติดธุระสำคัญจึงไม่สามารถมาทำบุญร่วมกันที่วัดได้
ส่วนเรื่องรับประทานอาหารเย็นนั้นต้องรอดูอีกที พลอยให้พวกเขาเข้าใจว่าเดี๋ยวเสร็จธุระแล้วตอนเย็นพิมพ์พระพายก็คงตามมาที่บ้านเอง ซึ่งส่วนลึกภาสกรเองก็แอบหวังเช่นนั้นเหมือน ทว่าเมื่อเลยเวลาอาหารเย็นแล้วหญิงสาวก็ยังไม่มีวี่แววตามมา ทุกคนจึงได้ลงมือรับประทานอาหารกันไปก่อน
และบรรยากาศครั้งนี้ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น มีเสียงพูดคุยออกมาเป็นระยะ มีเพียงภาสกรเท่านั้นที่มักจะนำตัวเองออกจากการมีส่วนร่วมอย่างไม่รู้ตัว
“อาร์ต เจ้าอาร์ต” คนเป็นพ่อมองลูกชายกำลังนั่งใจลอยเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก
“ขะ ครับพ่อ” หันไปมองคนหัวโต๊ะด้วยท่าทางปกติทว่าแววตาคมมีความเศร้าปนอยู่
“อาหารไม่ถูกปากเหรอเจ้าอาร์ต ทำไมถึงไม่ค่อยแตะอะไรเลยล่ะ หรือว่าแม่เค้าฝีมือตกไป” วาดจันทร์มองค้อนให้สามีก่อนหันมามองลูกชายด้วยความห่วงใย ก่อนภาสกรหันมายิ้มให้แม่พลางเอ่ยปาก
“ฝีมือแม่อร่อยอยู่แล้วครับ พอดีวันนี้อาร์ตไม่ค่อยรู้สึกหิวเท่าไร” ภาสกรมองอาหารบนโต๊ะที่มีของโปรดของทุกคนวางอยู่โดยเฉพาะปลาทูต้มเค็มที่มองด้วยแววตาเศร้าเมื่อมันเป็นของโปรดของคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ก่อนเอื้อมมือไปตักอาหารมารับประทานต่อ
“พี่อาร์ต ตกลงพี่พายจะมาทานข้าวด้วยกันไหมคะ นี่มันนานแล้วนะ พี่พายทำไมยังไม่มาอีกล่ะ พี่ได้โทรหาพี่พายหรือยัง แล้วได้บอกพี่พายหรือเปล่าว่าวันนี้แม่ทำปลาทูต้มเค็มไว้ให้พี่พายด้วยนะ” วาดจันทร์มองเห็นท่าทางลำบากใจของลูกชาย จึงเอ็ดคนด้านข้าง
“นี่ยัยอัง มัวแต่พูดมากอยู่นั่นแหละ นี่ทานไปเลย” ตักของโปรดให้ลูกสาวพลางพูดต่อ
“เดี๋ยวพี่พายเราเขาก็คงมาหรอกน่า ตอนนี้พี่เค้าอาจจะทำธุระอยู่หรือไม่ก็กำลังเดินทางมา” ภาสกรเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งให้กับน้องสาวก่อนนั่งทานอาหารต่อเงียบๆ
ซึ่งบรรยากาศตลอดการรับประทานในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อทุกคนในครอบครัวต่างพูดคุยกันอย่างออกรสมากขึ้น แม้ภาสกรจะยังแอบมองโทรศัพท์อยู่บ่อยครั้ง และยังเผลอมองออกไปนอกบ้านเพื่อหวังเจอคนในความคิด
“พี่อาร์ต!” อังศุมาลินมองพี่ชายก่อนจะมองออกไปนอกบ้านตามพี่ชายอีกคนพลางเอ่ยต่อ “ตกลงพี่พายมาได้หรือเปล่าคะ นี่มันถึงเวลาเป่าเค้กแล้วนะ”
“พายคงติดธุระน่ะ ไปเถอะไปยกเค้กกันเถอะ” พูดเสียงเจือเศร้า
“อ้าว! ไม่รอพี่พายก่อนเหรอ เดี๋ยวก็คงมามั้งคะ”
“ไม่ต้องรอหรอก พี่พายคงไม่มาแล้วแหละ” ภาสกรยกมือขึ้นพาดไหล่น้องสาวก่อนเดินไปยกเค้กวันเกิดออกมาให้มารดาด้วยกัน
แกร๊ก! ร่างสูงเปิดประตูเดินเข้าห้องนอน ก่อนย่อตัวลงนั่งบนพื้นพร้อมแผ่นหลังพิงโซฟาอย่างคนไร้เรี่ยวแรง สองมือหนายกขึ้นปิดหน้าคมก่อนลูบหน้าลงด้วยความเศร้าอย่างคนหมดหวังเมื่อพิมพ์พระพายไม่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญของหิรัญวัตร
“เราจบกันจริง ๆ แล้วใช่ไหมพาย พายตัดอาร์ตได้จริง ๆ เหรอ” เอ่ยออกมาอย่างคนสิ้นหวัง หวังว่าวันนี้เธอจะตามมางานวันเกิดที่บ้าน ถึงตอนนั้นทุกอย่างคงจะดีขึ้นทว่าเธอก็ไม่มาแม้เงา
พิมพ์พระพายจะรู้หรือเปล่าที่ของขวัญวันเกิดยังอยู่ในคอนโด ไม่ใช่ว่าเขาลืมแต่จงใจให้เธอเป็นคนถือมันมาให้มารดาเขาในงานต่างหาก ทว่าวันเกิดคนที่เธอให้ความรัก ความผูกพันมาตั้งนานยังไม่มีค่าพอให้เธอสนใจเลยเหรอ
“ได้พาย ถ้าพายไม่ต้องการอาร์ต อาร์ตไม่สำคัญกับพายแล้ว อาร์ตก็จะพอแค่นี้ ต่อไปเราสองคนก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีก” พูดออกมาอย่างคนตัดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายคนร้องไห้ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ภาสกรต้องนั่งจมกับความเศร้า เสียใจเกือบตลอดทั้งคืน เมื่อความหวังของเขาได้หมดลงพร้อมกับงานวันเกิดที่ได้จบลง
ภาพความวุ่นวายพร้อมเสียงเจี้ยวจ้าวของบรรดานักศึกษาแพทย์จบใหม่ที่ได้จับฉลากไปใช้ทุนตามโรงพยาบาลในต่างจังหวัดได้เสร็จสิ้นลง ร่างบางเดินหน้าซีดคล้ายคนหมดแรงออกมาจากห้องรายงานตัว ก่อนมีมือบางมาแตะลงบริเวณไหล่บางพร้อมเสียงคนคุ้นเคยเอ่ยเรียก
“พาย!” หันไปมองคนเรียกก่อนเดินไปด้วยกันพลางเอ่ยถาม
“เรียบร้อยแล้วเหรอเจี๊ยบ”
“อือ ได้ลงที่ไกลมาก ว่าแต่พายเถอะได้ที่ไหนทำไมหน้าซีดแบบนั้นล่ะ”
“พายได้โรงพยาบาลใหญ่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯมาก”
“โห...อิจฉาจัง ว่าแต่พายไม่สบายหรือเปล่าน่ะ ตอนแรกเห็นสีหน้าไม่ดีนึกว่าจับฉลากได้ที่ไกลเหมือนเจี๊ยบเสียอีก”
“ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้พายรู้สึกเหนื่อยหล้าผิดปกติน่ะ เอ่อ เจี๊ยบแป๊บนะ พายขอซื้ออันนี่ก่อน” มองไปยังรถเข็นข้างทางที่กำลังขายแมลงทอดหลากหลายชนิดอยู่ พิมพ์พระพายเห็นแล้วพลอยน้ำลายสอเพราะช่วงนี้รู้สึกอยากทานมาหลายวันแล้ว มือบางจับไม้จิ้มลงไปบนตัวหนอนทอดที่อยู่ในถุงเพื่อลิ้มลองรสชาติอย่างอดใจไว้ไม่อยู่
“พาย มันเป็นไงบ้าง อร่อยไหม” มองคนทานตัวหนอนทอดอย่างนึกขยาด
“อืม อร่อยดี ลองไหมเจี๊ยบ” ใบหน้ามีความสุข
“ตามสบายเถอะ เจี๊ยบเพิ่งรู้ว่าพายทานของพวกนี้ด้วย ปกติไม่เคยเห็นทานมันเลย”
“ไม่แปลกหรอกที่เจี๊ยบไม่เคยเห็นพายทาน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พายได้ทานนะ พายนึกอยากทานมาหลายวันแล้วแหละ” มือบางจับไม้จิ้มทานหนอนทอดต่ออย่างเอร็ดอร่อยโดยมีสายคนด้านข้างมองดูพลอยนึกเอ็นดูเพื่อนร่วมคณะไปด้วย ก่อนเอ่ยอย่างคนไม่คิดอะไร
“นี่ถ้าเป็นคนอื่นแล้วอยากทานของแปลก เจี๊ยบคงอดคิดไม่ได้น่ะว่าเขาท้องหรือเปล่า แต่ดีนะที่มันเป็นพาย” มือบางหยุดชะงักลงพร้อมฉุกคิดจนแววตาเริ่มฉายความสงสัยระคนความกังวล
“ทำไมอะ?”
“พายไม่เคยได้ยินเหรอว่านอกจากคนท้องอยากทานของเปรี้ยวแล้วบางคนยังอยากทานของแปลกหรือไม่ก็ของที่ตัวเองไม่เคยทานมันก็มีนะ” พิมพ์พระพายฟังคำเพื่อนแล้ว อยู่ ๆ ภาพในคืนเร่าร้อนระหว่างเธอกับภาสกรก็ได้ผุดขึ้นมา
ก่อนบอกตัวเองว่ามันเป็นไปไม่ได้เธอไม่ได้ท้อง ยาคุมฉุกเฉินเธอก็ทานแล้ว อาการแพ้ท้องเธอก็ไม่มี เพียงแต่ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยล้ามากเป็นพิเศษ แต่เดือนนี้ประจำเดือนนี้เธอยังไม่มาเลยนะ หรือว่า...มันหลุดเหรอ ไม่! เธอคงไม่โชคร้ายอย่างนั้นหรอก
“พาย! พายคิดอะไรอยู่น่ะ เหม่อเชียว”
“เปล่า เอ่อเจี๊ยบพอดีพายเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระต่อน่ะ”
“แต่พายดูไม่ค่อยดีเลย ให้เจี๊ยบไปเป็นเพื่อนไหม”
“ขอบใจมากเจี๊ยบ แต่ไม่เป็นไรหรอก พายไปคนเดียวได้ ยังไงเราแยกกันตรงนี้เลยนะ” โบกไม้โบกมือลาก็เสร็จพิมพ์พระพายก็เดินแยกออกไปด้วยความว้าวุ่นใจ
พระอาทิตย์สาดแสงอ่อนแรงลงเพื่อบอกว่ากำลังเข้าสู่ช่วงเย็นของวัน ร่างสมส่วนเดินเข้ามาในคอนโดอย่างคนหมดแรงส่วนใบหน้างามก็เต็มไปด้วยความกังวล พร้อมมือบางถือถุงใส่ยามาด้วย
ร่างบางทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยความกังวล มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหน้าพลางหลับตาลงก่อนเงยใบหน้าขึ้นพิงศีรษะลงตรงพนักโซฟาทั้งที่ดวงตาทั้งคู่ยังหลับพริ้มเพื่อหวังให้จิตใจสงบลงบ้าง
พิมพ์พระพายมองแท่งตรวจครรภ์ในถุงใส่ยาที่เพิ่งซื้อมาจากร้านขายยาถึงสี่แท่ง หลังเธอได้แยกจากเพื่อนร่วมคณะด้วยความกังวล ก่อนโคลงศีรษะพลางบอกตัวเองว่าให้รอพรุ่งนี้เช้า รอทุกอย่างให้มันชัดเจนเสียก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะวันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน
ร่างบางงัวเงียตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าก่อนเข้าไปทำธุระส่วนตัวพร้อมกับถือที่ตรวจครรภ์เข้าไปในห้องน้ำด้วยความวิตกกังวล พิมพ์พระพายยืนอยู่หน้ากระจกพลางสายตาหวานปนเศร้าจับจ้องมองไปยังแท่งตรวจที่กำลังรอผลด้วยความตื่นเต้น ลุ้นและกลัว
หากผลออกว่าเธอท้องแล้วต้องทำอย่างไงต่อ เตี่ยจะโกรธมากเพียงใดหากลูกสาวคนเดียวที่เลี้ยงดูมาอย่างดี ผู้เป็นทั้งความหวังความภาคภูมิใจของท่านดันท้องขึ้นมาทั้งที่ยังไม่มีแต่งงาน ดีไม่ดีอาจจะท้องไม่มีพ่อด้วยเพราะเพิ่งยุติความสัมพันธ์กับภาสกรไปยังไม่ถึงอาทิตย์ ไหนจะต้องไปใช้ทุนที่ต่างจังหวัดในอีกไม่กี่วันนี้อีก
เธอไม่น่าให้มันเกิดเหตุการณ์ในคืนนั้นขึ้นเลยทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ยังยับยั้งชั่งใจมาได้ตั้งหลายปี ก่อนความกังวลกลัวจะไปไกลมากกว่านั้นแท่งตรวจครรภ์ก็ขึ้นสีแดงจางๆทั้งสองขีด และเพื่อความมั่นใจเธอจึงตรวจเพิ่มอีกสามแท่งและผลที่ได้มันก็ยังเหมือนเดิม
“ท้อง ตกลงเราท้องเหรอ แล้วทำไงดี” ร่างบางทรุดลงเล็กน้อยพร้อมใบหน้าซีดลงก่อนเป็นความเคร่งเครียดเข้ามาแทนที่กับผลลับที่มันอยู่ตรงหน้า มือบางยกขึ้นวางบนหน้าท้องแบนเรียบก่อนลูบไป-มาอย่างไม่รู้ตัว
‘ทำไมจะไปต่อไม่ได้ล่ะพายในเมื่อเราสองคนรักกัน พายเคยบอกเองนะว่ารักอาร์ต และอาร์ตเชื่อว่าเวลามันจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นได้พาย’
ขณะที่พิมพ์พระพายคิดหาทางออกใบหน้าคมสันพร้อมเสียงที่กำลังอ้อนวอนขอโอกาสในคืนที่เธอขอยุติความสัมพันธ์ก็ผุดขึ้นมา ก่อนคำพูดของปรียากานต์จะดังขึ้นมาอีกคนในตอนเพื่อนรักเข้าใจว่าเรื่องที่เธอเล่ามันเป็นเรื่องของคนอื่นที่บังเอิญมีปัญหากับคนรัก
“พาย หวาว่าถ้าเพื่อนพายยังรักแฟนอยู่ และไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับผู้ชายคนนั้นต่อ เพื่อนพายอาจจะลองให้โอกาสเขาสักครั้งนะ เพราะผู้ชายเองก็ยังดูรักเพื่อนพายอยู่ และเรื่องมันผ่านมานานแล้วด้วย ยกผลประโยชน์ให้จำเลย อีกอย่างพายอย่าลืมสิว่าสองคนนั้นแทบไม่ได้เจอกันเลยนะ และยังคบกันมานานแล้วไม่ใช่เหรอ
มันก็คงมีบ้างแหละที่ผู้ชายในวัยคึกคะนองจะเถลไถลออกนอกลูกนอกทางกันบ้างเวลาไปเจอผู้หญิงคนใหม่ที่มันสดกว่า อันนี้หวามองจากความเป็นจริงของผู้ชายที่เห็นได้ทั่วไปนะพาย แต่สุดท้ายคนที่ต้องตัดสินใจก็คือเพื่อนของพายนั่นแหละ”
พิมพ์พระพายรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นจนใบหน้าเศร้าดูมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อตอนนี้เธอมีคำตอบแล้ว
‘ใช่ ทุกอย่างมันจะผ่านไปได้หากเราสองคนรักกันมากพอ และเธอก็ยังรักเขา’
ซึ่งภาสกรก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้อยากยุติความสัมพันธ์กับเธอเลยในคืนนั้น และยังเคยบอกว่าจะให้ที่บ้านมาสู่ขอเธอกับครอบครัวเพื่อให้เธอมั่นใจในความรักของเขาหลังความลับของเขาถูกเปิดเผย
‘ใช่ สุดท้ายคนที่ตัดสินใจมันก็คือตัวเธอเองอย่างที่ปรียากานต์บอก’ ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้ตัดสินใจอีกครั้งเพื่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมา
“ลูกจ๋า แม่จะให้โอกาสพ่อเขาสักครั้ง เพื่อหนู เพื่อครอบครัวของเรา” มือบางลูบลงบนหน้าท้องแบนเรียบอย่างมีความสุข และเบาใจไปได้บ้างที่ตัวเองไม่ได้ท้องไม่มีพ่อ อย่างน้อยการแต่งงานก็ทำให้ครอบครัวรู้สึกอับอายน้อยลงได้
