บทที่ 2 1.1 มากกว่าคนรัก
ร่างบางก้าวขาลงจากรถตู้พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็ก ก่อนจะเดินตรงไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่ไม่ไกลพร้อมร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมสันที่กำลังเดินตรงมายังเธอเช่นกัน และเมื่อเดินมาถึงคนตัวเล็กภาสกรก็รีบคว้าเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาถือไว้เอง ส่วนมืออีกด้านก็โอบหญิงสาวไปด้วยก่อนจะเดินคู่กันไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่
ภายในรถยนต์หลังสองหนุ่มสาวได้เข้ามานั่งกันเรียบร้อยแล้ว ภาสกรจึงยื่นมือออกไปคว้ามือบางมาจูบพลางส่งสายตาเว้าวอนให้คนตัวเล็ก ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มออกมา
“คิดถึงพายจังเลย”
“ขับรถไปได้แล้ว” เสียงหวานเอ่ยออกมาพร้อมอาการเขินอายเล็กน้อยกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้น สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“จุ๊บ! หอมจัง เฮ้ย! อย่างนี้สิอาร์ตถึงค่อยมีแรงขับรถหน่อย”
“อาร์ต!”
“ไปแล้วคร้าบผม ว่าแต่เย็นนี้เราทานอะไรกันดีพาย”
“แล้วอาร์ตล่ะ อยากจะทานอะไร พายทานมันได้ทุกอย่างนั่นแหละ”
“ชาบูดีไหมพาย แล้วก็ต่อด้วย...กินพาย”
“อาร์ต! บ้า”
ด้านพิมพ์พระพายเองก็รู้สึกเขินอายมากขึ้น หลังถูกภาสกรขโมยหอมแก้มจนเผลอครางชื่อออกมาเสียงหลงพลางยกมือบางขึ้นมากุมแก้มเนียนนั้น ด้านภาสกรเองหลังได้แรงใจจากแก้มหอมๆของคนด้านข้างแล้วก็ยิ้มกริ่ม จากนั้นจึงถามคนตัวเล็กออกไปถึงสิ่งที่เธออยากทานเป็นมื้อเย็น
ก่อนชายหนุ่มจะพาเธอกลับไปพักผ่อนยังห้องของตน แต่พิมพ์พระพายเองกลับถามคนตัวใหญ่แทนว่าอยากทานอะไรสำหรับมื้อนี้ เพราะสำหรับเธอขอเพียงได้ใช้เวลาร่วมกันซึ่งมันก็ดีมากแล้ว
ทว่านอกจากภาสกรจะตอบชื่ออาหารที่ตัวเองต้องการแล้ว ชายหนุ่มยังบอกต่ออีกว่าอยากกินเธอ ซึ่งมันทำให้คนได้ฟังนั้นรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เพราะเข้าใจความในของมันดีว่าต้องการสื่อสิ่งใด ทำให้เธอต่อว่าเขาอย่างไม่จริงจังนักอย่างคนขัดเขิน
สายลมพัดโชยมายามค่ำคืนท่ามกลางแสงดาวบนฝากฟ้าไกล ร่างสมส่วนยืนทอดสายตามองดูความสวยของคืนนี้อยู่บริเวณระเบียงห้องพักของคนรัก ก่อนวันจันทร์นี้ภาสกรจะต้องทำงานต่อจนกว่าโปรเจคโครงการของที่นี่จะเสร็จลง ส่วนเธอก็คงพักผ่อนอยู่ห้องรอเขาเลิกงานกลับมาหาในตอนเย็น
ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนก็ได้กลับมาถึงห้องพักเรียบร้อยแล้วและทั้งคู่ก็กำลังใช้เวลาร่วมกันในวันนี้อย่างเต็มที่ แม้การเดินทางมาหาภาสกรครั้งนี้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ทว่ามันก็ทำให้หญิงสาวได้รับความสุขและพลังงานเพื่อกลับไปใช้ชีวิตต่อแล้ว
หมับ! ร่างสูงเดินเข้ามาสวมกอดคนตัวเล็กจากทางด้านหลัง ก่อนจะยกคางขึ้นเกยลงบนไหล่มนของหญิงสาว ซึ่งมันทำให้พิมพ์พระพายหลุดจากภวังค์ทันที
“อุ้ย! พายตกใจหมดเลยอาร์ต”
“พายออกมาทำอะไรที่นี่ครับ รู้ไหมว่าอาร์ตตกใจหมดเลยที่ออกมาจากห้องน้ำมาแล้วไม่เห็นพายอยู่ในห้องน่ะ”
“อื้อ อาร์ต อาร์ตหยุดก่อนพายไม่เล่นนะแบบนี้น่ะ”
“ชื่นใจจัง ทำไมคอพายหอมจัง ว่าแต่พายมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ อาร์ตเดินมาถึงไม่รู้ตัว”
“ดูดาวน่ะ อาร์ตดูสิท้องฟ้าที่นี่สวยจัง ถ้าพายกลับกรุงเทพฯไปก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นดาวเต็มท้องฟ้าอย่างนี้หรอกนะ” ด้านภาสกรขณะที่สวมกอดและเอาคางเกยลงบนไหล่พลางเอ่ยว่าเขาตกใจที่ไม่เห็นเธออยู่ในห้องนอน
ก่อนจะเริ่มไซ้ซอกคองามระหงอย่างอดใจไว้ไม่ได้เมื่อคอของพิมพ์พระพายนั้นหอมเหลือเกินในความคิดของเขาและมันก็ทำให้เขาอยากทำกับร่างกายของเธอมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาที่ทำได้เพียงจับมือหอมแก้ม และเต็มที่ก็เพียงแค่ได้นอนกอดร่างบางเท่านั้นเอง
แม้ทั้งสองคนจะคบกันมานานหลายปีแล้วและอีกไม่นานก็ต้องแต่งงานกันแต่ก็ไม่เคยมีอะไรเกินเลยกันจนถึงขั้นลึกซึ้งนอกจากหอมแก้ม จับมือและได้สัมผัสมากสุดก็เพียงนอนกอดร่างบางในช่วงสองปีหลังที่ภาสกรเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วเท่านั้น
ซึ่งพิมพ์พระพายนั้นไม่รู้เลยว่าตอนนี้ในใจของชายหนุ่มนั้นกำลังเกิดความว้าวุ้นขึ้นแล้ว หญิงสาวจึงยกมือขึ้นมาก่อนจะชี้และมองไปยังกลุ่มดวงดาวกำลังเปล่งแสงระยับอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยแววตาสุกสกาวพลางเอ่ยออกมา
“เป็นไง มันสวยมากเลยใช่ไหมล่ะ”
“ใช่ สวย สวยมาก”
“เห็นไหมละ แล้วจะ...”
ภาพหญิงสาวที่กำลังมองดูความสายงามของกลุ่มดาวบนฟากฟ้าไกลด้วยดวงตาเป็นประกายพลางถามความเห็นว่าชายหนุ่มเองก็มองว่ามันสวยเหมือนกันใช่ไหม
ส่วนภาสกรเองที่มองหญิงสาวเหมือนคนกำลังต้องมนต์สะกดในความงามและสดใสของคนตัวเล็กอยู่ก่อนแล้วจึงตอบเธอไปว่ามันสวย ซึ่งพิมพ์พระพายไม่รู้ตัวเลยว่าความสวยที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นมันหมายถึงตัวเอง
