บทที่ 3 1.2 มากกว่าคนรัก
และขณะที่เธอหันหน้าไปบอกว่าแม้ภาสกรเองยังชมว่ามันสวยเลย ทว่าเธอกลับเจอใบหน้าคมเข้มอยู่ใกล้เพียงคืบกำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาความเสน่หาเว้าวอนจนเธอเองก็ไม่สามารถเอ่ยสิ่งที่ต้องการครบถ้วนได้ และเมื่อสายตาของสองหนุ่มสาวประสานกันจนทำให้ภาสกรไม่สามารถห้ามใจได้อีก จึงโน้มใบหน้าลงไปเพื่อสัมผัสลงตรงหน้าผากก่อนจะเคลื่อนย้ายลงมาบริเวณริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปอย่างแผ่วเบา
พิมพ์พระพายที่ยังตกตะลึงแน่นิ่งตั้งแต่ที่ชายหนุ่มสัมผัสแรกจนเคลื่อนย้ายมาถึงริมฝีปากเพราะคิดไม่ถึงว่าเธอจะถูกจู่โจมอย่างนี้ ขณะหลุดจากภวังค์และกำลังเอ่ยห้ามขึ้น
ภาสกรก็ถือโอกาสเอาเรียวลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากของหญิงสาว พลางใช้สองมือหนาประกบลงบริเวณศีรษะเล็กเพื่ออำนวยความสะดวกไปด้วย ก่อนจะหลอกล่อให้หญิงสาวหลงไหลไปกับเรียวลิ้นสากที่กำลังหยอกเย้ากับเรียวลิ้นเล็กอย่างคนเหนือชั้นกว่าเพื่อลิ้มรสความหวานในโพลงปากของคนตัวเล็ก
อ่าห์ เสียงหวานครางออกมามันยิ่งทำให้คนตัวโตได้ใจมากขึ้น จึงผละจากริมฝีปากบางมาไซ้คองามระหงก่อนเคลื่อนย้ายไปบริเวณหลังหูเล็กที่ภาสกรทั้งขบทั้งเม้มไปตามแรงเสน่ห์
“อาร์ต พอก่อน อาร์ต พายจักกะจี้ พายจะยืนไม่ไหวแล้ว”
“ก็อาร์ตคิดถึงพายนี่ พายคร้าบ ทำไมพายตัวหอมจัง คอพายก็ห้อมหอม”
“อ๊าาส์ อาร์ต ยะอย่า เสียว”
“พายจ๋า เราคบกันมานานมากแล้วนะ และมันก็เป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกันด้วย ถึงตอนนี้แล้วพายยังไม่มั่นใจในตัวอาร์ตอีกเหรอคนดี”
หลังพิมพ์พระพายถูกภาสกรหลอกหล่อให้หลงไหลไปกับรสสัมผัสจนเสียวซ่านไปทั้งทรวงก็บอกให้ชายหนุ่มหยุดเมื่อเธอได้สติและเริ่มยืนเองไม่ไหว
แต่อ้อยเข้าปากช้างแล้วมีหรือที่ชายหนุ่มจะหยุดลงง่ายๆ จึงเอ่ยหว่านล้อมหวังให้หญิงสาวตามใจ ทว่าเธอก็ยังบอกให้เขาหยุดการกระทำแม้ว่ามันจะสร้างความเสียวซ่านไปทั้งทรวงก็ตาม
ภาสกรจึงหว่านล้อมแกมน้อยใจที่เขากับเธอรู้จักและคบกันมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลายจนตอนนี้ทั้งสองคนต่างก็เริ่มทำงานกันแล้ว แต่เมื่อเขาเห็นความกลัวและกังวลอยู่ในแววตาคู่งามของคนตรงหน้า
“พายไม่ต้องกลัวนะ แค่เชื่อใจอาร์ตก็พอ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนรักกัน มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย บางคู่เขาอายุน้อยกว่าเรา เขายังไม่เป็นอะไรเลย พายจ๋า พายยังรักอาร์ตอยู่ใช่ไหมคนดี”
“....” พิมพ์พระพายพยักหน้าตอบรับน้อย ๆ ด้วยความเขินอาย เมื่อตอนนี้เธอกับภาสกรก็คบกันมานานและทั้งสองคนก็ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้
ภาสกรเองเมื่อเห็นสิ่งที่หญิงสาวแสดงออก ใบหน้าคมสันก็โน้มลงมาสัมผัสลงบนริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้ง ก่อนส่งลิ้นสากร้อนเข้าไปในโพรงปากของคนตัวเล็กเพื่อลิ้มความหวานจากปากอวบอิ่มจากริมฝีปากนี้ที่เขาพึ่งได้ลิ้มความหวานไปได้ไม่นาน
ซึ่งคนตัวเล็กเองก็พยายามตอบสนองกับรสจูบที่แฟนหนุ่มมอบให้อย่างเต็มที่ แม้มันจะดูเคอะเขินไปบ้างในสายตาของภาสกร ทว่ามันกลับสร้างพึงพอใจให้กับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก
และเมื่อจูบกันไปสักพักหญิงสาวก็อดที่ทุบหน้าอกแกร่งเบาๆพร้อมกับครางก่อนจะเอ่ยให้คนตัวโตได้ยิน
“อืมม... อาร์ต พอก่อน พะ พายหายใจไม่ออก” ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจเล็กน้อย ทว่าเขาก็ยอมปล่อยริมฝีปากออกแต่โดยดี พร้อมกับมองหน้าคนตัวเล็กด้วยสายตาหยาดเยิ้ม ก่อนจะพูดกับเธอด้วยเสียงแผ่วเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน
“เข้าห้องกันเถอะ หรือว่าเราจะต่อกันตรงนี้เลยไหมดี เพราะตอนนี้อาร์ตเริ่มไม่ไหวแล้วพายจ๋า”
ภาสกรไม่รอคำตอบจากหญิงสาวเมื่อเขาพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเธออาจจะเขินอายก็ได้กับครั้งแรกของเธอ
ดังนั้นเขาจึงย่อตัวลงเพื่อช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมาอุ้มก่อนจะพาเข้าห้องนอนไป ก่อนเริ่มบทรักครั้งแรกอันแสนหวานระหว่างสองหนุ่มสาว
อ่าส์...เสียงคำรามของร่างสูงดังขึ้นตามพิมพ์พระพายมาติดๆ หลังเขาได้ส่งคนใต้ร่างขึ้นไปแตะขอบสรวงสวรรค์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของเธอ ก่อนที่ภาสกรจะพาพิมพ์พระพายเริ่มบรรเลงบทเพลงรักบทต่อไปไม่ว่าจะเป็นบริเวณโต๊ะทำงาน หน้ากระจกเครื่องแป้ง บริเวณหน้าต่าง เรียกได้ว่าทุกมุมของห้องนอนแห่งนี้มันได้เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งสมรภูมิรัก
หลังพิมพ์พระพายเองก็เริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่เขาได้สอน แม้บางครั้งเธอจะดูไม่ประสาไปบ้างในเรื่องกามา ทว่ามันกลับดูน่ารักและดูมีเสน่ห์ในสายตาของภาสกรมาก และเขาก็เชื่อหากได้สอนเธอบ่อยขึ้นทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง เพราะขนาดตอนนี้เองคนใต้ร่างยังทำให้เขาแทบสำลักความสุขได้เลย
