บทที่ 5 1.4 มากกว่าคนรัก
“พายไม่ดูอะไรของอาร์ตทั้งนั้นแหละ อาร์ตนี่ชักจะลามกใหญ่แล้วนะ พายไม่คิดเลยว่าอาร์ตจะเป็นคนแบบนี้ไปได้น่ะ” พิมพ์พระพายต่อว่าภาสกรอย่างไม่จริงจังนัก ซึ่งสิ่งที่เธอแสดงออกมามันได้ทำให้ชายหนุ่มอดนึกเอ็นดูไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างคนอารมณ์ดีและต้องการหยอกล้อเธอ
“พายไม่คิด ต่อไปก็คิดซะสิ เพราะถึงอย่างไรเราสองคนก็คงหนีเรื่องนี้กันไม่พ้นหรอกนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ภาสกรหลุดหัวเราะออกมาก่อนจะพูดกับคนตัวเล็กต่อ
“มามะพายมาให้อาร์ตฉีดยาให้เสียดี ๆ” พูดจบภาสกรก็เริ่มโอบกอดพิมพ์พระพายอีกครั้ง ก่อนที่จะหลอกล่อให้หญิงสาวให้หลงบรรเลงเพลงรักไปตนอีกรอบ ก่อนที่ทั้งสองคนจะนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียอีกครั้งในช่วงมืด
แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องนอนเพื่อบ่งบอกถึงช่วงเวลาใกล้เที่ยง ร่างสูงกำลังนอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ไม่เรียบร้อยนัก ก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อหวังคว้าคนตัวเล็กเข้ามากอดอีกครั้ง
หลังภาสกรพึ่งนอนหลับไปพร้อมกับมีพิมพ์พระพายในอ้อมกอดในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เรียวคิ้วหน้าบนใบหน้าคมสันเริ่มขมวดเข้าหากันด้วยความกังวลเมื่อพื้นเตียงนอนด้านข้างมันแต่ความว่างเปล่า ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นมากลับเห็นร่างบางพร้อมมีผ้าขนหนูพันรอบตัวกำลังย่างเดินอย่างยากลำบากมาหยุดยืนตรงหน้ากระจกบานใหญ่ก่อนจะหันซ้ายแลขวาเหมือนกำลังสำรวจหาอะไรสักอย่างบนร่างกายตน
ภาสกรนอนมองภาพนั้นอย่างนึกเอ็นดูกับท่าทางของหญิงสาว จากเรียวคิ้วคมขมวดอยู่ก็คลายลงพร้อมมุมปากหนายกขึ้น เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายคนรักมันล้วนมาจากการเอาแต่ใจของเขามากไปหน่อย
ด้านพิมพ์พระพายที่กำลังยืนหน้ามุ่ยอยู่หน้ากระจก เมื่อเห็นร่างกายเธอมีรอยดอกกุหลาบที่ถูกภาสกรตรีตราจากเมื่อคืนนี้อยู่หลายจุด โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทุกการแสดงออกของเธอมันกำลังถูกคนต้นเรื่องมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงไหล
ชายหนุ่มหย่อนเท้าลงจากเตียงนอนและเดินไปหยิบกางเกงบ๊อกเซอร์ที่เขาได้ถอดทิ้งตั้งแต่เมื่อคืนนี้ขึ้นมาสวมก่อนจะเดินตรงไปยังร่างงามที่ยังยืนอยู่หน้ากระจก
หมับ! ภาสกรสวมกอดหญิงสาวจากทางด้านหลังโดยที่พิมพ์พระพายไม่ทันตั้งตัวจนเผลอเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ
“อุ๊ย! พายตกใจหมดเลยอาร์ต เล่นอะไรก็ไม่รู้”
“พายเป็นอะไรไปคร้าบ ทำไมหน้ามุ่ยอย่างนั้นล่ะหรือว่าหิวข้าว ยังไงพายกินอาร์ตรองท้องไปก่อนสักรอบก็ได้นะอาร์ตไม่ว่าอะไรหรอก”
“นี่แน่ะ ไม่ต้องมาพูดดีเลยนะอาร์ต”
“อะไรล่ะพาย มาตีอาร์ตทำไม่อ่ะ”
“ก็ดูสิเนี่ย ว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้ เป็นรอยตั้งหลายที่แล้ววันนี้จะออกไปข้างนอกยังไงเกิดมีคนมาเห็นเข้า แล้วนี่อีกกี่วันรอยพวกนี้ถึงจะหาย ไหนจะเวลาเดินแล้วจะต้องมาเจ็บอีกเนี่ยโอ้ย...”
“โทษที ก็ใครบอกให้พายน่ารักล่ะ อาร์ตก็เลยทำแรงไปหน่อย”
“ไม่ต้องทำมาพูดดีเลยนะ”
พิมพ์พระพายร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับต่อว่าภาสกรที่เข้ามาสวมกอดโดยไม่ให้เธอรู้ตัว
ด้านชายหนุ่มเมื่อเห็นใบหน้ามไม่สบอารมณ์ก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอย่างคนเป็นห่วง และยังหว่านล้อมหวังให้เธอบรรเลงเพลงรักกับเขาต่ออีกสักบท
ภาสกรก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงยังต้องการความสุขจากคนตัวเล็กอย่างไม่รู้จักอิ่มทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาก็ตักตวงความสุขไปหลายรอบแล้ว ซึ่งทำให้พิมพ์พระพายเองรู้สึกหมั่นไส้กับน้ำเสียงและท่าทางของเขาทำให้เธออดฟาดมือเบาๆลงบนท่อนแขนไม่ได้จนเขาต้องร้องโวยวายออกมาที่อยู่ ๆ คนตัวเล็กก็มาตีแขนเขาแม้มันไม่ได้เจ็บอะไรมาก
แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้หญิงสาวอารมณ์ไม่ดี จึงเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงและท่าทางออดอ้อนและยังพูดให้เธอพลอยนึกถึงกิจกรรมอันเร่าร้อนที่พึ่งเกิดขึ้นมาอีก จนทำให้คนฟังอย่างเธออดบอกด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดไม่ให้เขาพูดถึงมันอีก ซึ่งมันไม่ได้ผลสักเท่าไรเมื่อภาสกรยังพูดออดอ้อนต่อ
“เอ่อ พาย ถ้าพายออกไปข้างนอกไม่ได้เดินเหินก็ไม่สะดวกอย่างนี้ เราก็พักผ่อนกันอยู่แต่ในห้องก็ดีนะ ส่วนเรื่องอาหารเดี๋ยวอาร์ตจะเป็นคนออกไปซื้อเข้ามาทานที่นี่เอง เราสองคนก็จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นไง ดีไหมพาย”
“ดีกับอะไรล่ะ นี่อาร์ตกะจะขังพายไม่ให้ออกไปไหนเลยหรือไง ถ้ารู้อย่างนี้พายไม่มาที่นี่ดีกว่า”
“มาดีแล้วพาย หากพายไม่มาคราวนี้อาร์ตเสียใจแย่เลยนะรู้ไหมคร้าบคนดี” ภาสกรเอ่ยออกมาขณะยังสวมกอดพร้อมวอแวร่างกายของเธอไปด้วย ทว่าทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อเสียงกรีดร้องจากโทรศัพท์เครื่องหรูของพิมพ์พระพายก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“อาร์ต เดี๋ยวพายขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” พูดจบพิมพ์พระพายก็ผละออกมาหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้อยู่ไม่ไกลมากนัก โดยมีภาสกรมองตามด้วยสายตาละห้อยด้วยเสียดาย แต่ไม่เป็นไรเธอยังอยู่ที่นี่กับเขาอีกหลายวันก่อนที่เขากับเธอจะต้องแยกกันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
แต่เหมือนพิมพ์พระพายจะลืมเขาไปแล้วว่ายังคงยืนรออยู่ตรงนี้ เมื่อไม่มีทางเลือกชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปหาเธอก่อนจะโน้มใบหน้าลง
“จุ๊บ! หอมจังเลย อาร์ตไปอาบน้ำก่อนนะพาย” พูดจบประโยคภาสกรก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างคนอารมณ์ดี และปล่อยให้หญิงสาวได้คุยโทรศัพท์กับคนปลายสายต่อ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปนั้นคนปลายสายจะได้ยินหรือไม่ก็ตาม
