บทที่ 7 1.6 มากกว่าคนรัก
และเมื่อภาสกรยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ เธอจึงตัดสินใจนั่งเล่นโน้ตบุ๊กต่อเพื่อรอชายหนุ่มออกไปทานอาหารด้วยกัน
“เอ๊ะ! อันนี้มันคือโปรแกรมอะไรทำไมถึงไม่เคยเห็นเลยนะ”
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงทำให้พิมพ์พระพายกดเข้าไปยังโปรแกรมนั้น จากใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัยก่อนจะเปลี่ยนเป็นตกใจและในเสี้ยววินาทีนั้นก็รู้สึกร้อนผ่าวคล้ายกำลังจะมีน้ำอุ่นไหลจากหัวตาพร้อมกับคำถามมากมายที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
พิมพ์พระพายเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพลางกระพริบดวงตาคู่สวยเพื่อบังคับไม่ให้น้ำตาไหลออกอย่างคนพ่ายแพ้ เพราะไม่คิดว่าวันหนึ่งเรื่องนี้มันจะเกิดขึ้นกับตนได้
ร่างสูงพันผ้าขนหนูช่วงล่างเดินออกมาจากในห้องน้ำอย่างคนอารมณ์ดีหลังพึ่งอาบน้ำเสร็จ และมุมปากทั้งสองข้างบนใบหน้าคมสันก็ยกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวเพียงแค่เขาได้มองเห็นแผ่นหลังบางกำลังง่วนอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊กเหมือนกับคนกำลังตั้งใจทำงาน
ก่อนภาสกรจะรู้สึกถึงบรรยากาศระหว่างเขากับพิมพ์พระพายนั่นไม่เหมือนเดิมทว่าเขาเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันเปลี่ยนไปอย่างไร
‘มึงคิดมากไปแล้วไอ้อาร์ต มันไม่มีอะไรหรอก เมื่อสักครู่พายยังน่ารักกับมึงอยู่เลย’ ภาสกรคิดกับตัวเองก่อนโคลงศีรษะเพื่อไล่ความคิดนั้นออกในขณะที่เดินตรงไปหาหญิงสาว
ทว่าสองเท้าของคนตัวสูงก็ต้องหยุดชะงักลงอย่างไม่รู้ตัว เพียงเห็นพิมพ์พระพายลุกขึ้นยืนก่อนหันมามองเขาด้วยสายตาของความเจ็บปวด เสียใจ ผิดหวังรวมอยู่ในดวงตาคู่นั้น และมันได้กระจ่างชัดขึ้นเมื่อภาสกรเสไปมองหน้าจอโน้ตบุ๊กที่ยังเปิดค้างอยู่
หมับ! สองเท้าของภาสกรรีบก้าวเท้าเข้าไปคว้าร่างบางมากอดก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสลดพร้อมกับสายตาเพื่อขอลุแก่โทษให้กับคนที่อยู่ในอ้อมกอด
“พาย! อาร์ตขอโทษ อาร์ตขอโทษนะพาย” ทว่าหญิงสาวก็ยังเงียบอยู่มีเพียงสายตาของความเจ็บปวดเท่านั้นที่ส่งตรงไปให้คนที่ยังโอบกอดเธออยู่ก่อนจะเบือนหน้าหนีไป พลอยทำให้ภาสกรรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจกับท่าทางของเธอ
ก่อนริมฝีปากหนาจะขยับออกมาอีกครั้งอย่างคนสำนึกผิดกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป
“จะให้อาร์ตทำอะไรก็ได้ถ้ามันจะทำให้พายรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง”
“…”
“พายจ๋า พายอย่าเอาแต่เงียบแบบนี้ได้ไหม อาร์ตเห็นพายเป็นอย่างนี้แล้วไม่สบายใจเลย อีกอย่างเรื่องนั้นมันก็ไม่มีอะไรเลย”
“อาร์ตแน่ใจนะว่ามันไม่มีอะไรอย่างที่พูดจริง ๆ”
“ขอโทษ”
“มันเป็นความจริงสินะ”
“…”
พิมพ์พระพายช้อนสายตาขึ้นด้วยความเจ็บปวดก่อนจะมองเข้าไปยังดวงตาคมเข้มคู่นั้นเพื่อหาความจริงขณะที่ถามเขาแน่ใจใช่ไหมว่ามันไม่มีอะไร หลังเธอนิ่งเงียบฟังชายหนุ่มพร่ำเพ้อให้เขาทำอะไรก็ได้ที่มันจะทำให้เธอรู้สึกดีและหายโกรธก่อนบอกว่าสิ่งที่เห็นมันไม่มีอะไรทั้งนั้น
ภาสกรได้แต่ขอโทษคนตัวเล็กเบาๆอย่างคนหมดแรงพร้อมกับวงแขนที่โอบกอดเธออยู่ได้ร่วงหล่นตกข้างลำตัว เมื่อรู้ดีว่ามันมีมากกว่าที่บอกเธอออกไป
พิมพ์พระพายเอ่ยออกมาคล้ายคนกำลังจะร้องไห้หลังได้ฟังคำขอโทษจากเขาที่เสมือนยอมรับกลายๆว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นความจริง แม้เธอจะรู้เรื่องอยู่แล้วก็ตาม
และมันยิ่งเจ็บไปทั้งหัวใจเมื่อเขาไม่พูดอะไรออกมาเลย เธอมองหน้าเขาอยู่สักพักอย่างคนเสียใจก่อนจะตัดสินใจหันหลังเดินออกไปจากตรงนี้ เพราะทุกอย่างมันเร็วไปหมดจนเธอเองรับมือไม่ทัน เมื่อความรักที่คิดว่าสวยงามมาโดยตลอด แต่วันนี้มันได้บอกแล้วว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่คิดไปเอง
หมับ! มือหนายื่นมาจับแขนเธอเอาไว้หลังหลุดจากภวังค์และเห็นเธอกำลังเดินจากไปพร้อมเอ่ยขึ้น
“แล้วนั่นพายจะไปไหน”
“พายจะกลับกรุงเทพฯ”
“ไม่พาย อาร์ตไม่ให้กลับ ไหนพายบอกว่าจะอยู่ที่นี่กับอาร์ตจนถึงวันอาทิตย์หน้าไง นี่มันแค่วันอาทิตย์เองนะ ยังเหลืออีกตั้งหลายวัน”
“พายจะกลับ ยังไงพายก็จะกลับกรุงเทพฯให้ได้”
พิมพ์พระพายบอกให้เขาปล่อยเธอออกด้วยน้ำเสียงคล้ายคนกำลังจะร้องไห้พร้อมปลดพันธนาการจากมือหนาไปด้วย เพราะหากปล่อยให้ชายหนุ่มได้พูดตอนนี้น้ำตาที่พยายามกักเก็บไว้มันจะต้องไหลออกมาอย่างแน่
ด้านภาสกรเองก็ไม่สามารถปล่อยเธอไปได้เช่นกันเมื่อรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันอาจทำให้ความสัมพันธ์ที่ยาวนานมาหลายปีอาจจบลงอย่างง่ายดาย
ก่อนทวงถามหญิงสาวที่เคยบอกจะอยู่ที่นี่กับเขาไปอีกหลายวัน ทว่าพิมพ์พระพายยังยืนกรานเสียงแข็งที่กลับกรุงเทพฯเสียให้ได้ หากวันนี้เขาไม่ไปส่ง เธอก็จะหาหนทางกลับกรุงเทพฯเอง เมื่อความสุขที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเขามันได้พังไปแล้วนับตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาแอบมีใครอีกคนซ่อนอยู่
