บทที่ 8 2.1 ความจริงมันเจ็บ
สองข้างทางที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามของต้นไม้และใบหญ้าสีเขียว ทว่าภายในรถยนต์กลับเต็มไปด้วยความเงียบและชวนอึดอัดมาตลอดเส้นทาง เมื่อร่างสูงเอาแต่นั่งขับรถด้วยใบหน้าเคร่งเครียดอย่างคนหาทางออกไม่เจอ
ด้านร่างบางที่นั่งคู่มาด้วยกันก็เอาแต่นั่งเงียบพร้อมหันใบหน้างามเข้าหาประตูรถยนต์มาตลอดทาง และสุดท้ายเป็นภาสกรเองที่ทนไม่ได้จนต้องเอ่ยออกมาอย่างคนรู้ตัวว่าได้ทำผิดไป
“พาย คืออาร์ต”
“อาร์ต อย่าพึ่งพูดตอนนี้เลย พายของร้องล่ะ” พิมพ์พระพายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงบางเบาขณะที่ยังหันใบหน้างามเข้าหาประตูรถยนต์เหมือนดังเดิม ด้านภาสกรเองก็ไม่ยอมแพ้หลังเห็นหญิงสาวไม่แม้จะมองหน้ากัน
“ให้อาร์ตได้พูดมันเถอะพาย หากพายยัง...”
“ก็บอกว่าอย่าพึ่งพูดไงล่ะ แค่นี้ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง”
“พาย!” ภาสกรหันไปมองพร้อมครางชื่อของแฟนสาวออกมาอย่างคาดไม่ถึง เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นได้เห็นหญิงสาวพูดด้วยความโมโหและดูเกรี้ยวกราดได้มากขนาดนี้นับตั้งแต่ได้รู้จักกันมา
แต่จะโทษใครได้ในเมื่อเขาเป็นคนทำให้หญิงสาวเป็นอย่างนี้เอง ภาสกรจึงต้องทำได้เพียงขับรถไปอย่างเงียบๆ แม้ภายในใจมันร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว อยากจะสื่อสารกับคนที่นั่งอยู่ด้านข้างให้เข้าใจก็ตาม
ด้านพิมพ์พระพายเองก็เอาแต่หันหน้าไปมองข้างทางด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับหลับตาลงก่อนจะนึกถึงตอนเธอเจอบันทึกของภาสกรเข้าโดยบังเอิญ
ร่างสมส่วนนั่งบิดขี้เกียจอย่างมีความสุขอยู่หน้าโน้ตบุ๊กหลังพึ่งส่งไฟล์งานไปให้เพื่อนเสร็จเรียบแล้วทว่าภาสกรก็ยังไม่ออกมาจากห้องน้ำสักที ดังนั้นพิมพ์พระพายจึงนั่งเล่นโน้ตบุ๊กเพื่อรอให้ชายหนุ่มอาบน้ำเสร็จ เพื่อที่ทั้งสองคนจะได้ออกไปทานอาหารด้วยกันก่อนที่ชายหนุ่มจะขับรถไปส่งเธอที่กรุงเทพฯ
“เอ๊ะ! นี่อาร์ตเอาโปรแกรมอะไรมาลงไว้น่ะ พายขอเข้าไปดูหน่อยนะอาร์ตเผื่อพายจะโหลดมาไว้ใช้งานได้บ้าง” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพื่อขออนุญาติเจ้าของโน้ตบุ๊กเสมือนว่าภาสกรได้อยู่ตรงนี้ ในขณะมือบางก็กดเข้าไปยังโปรแกรมแปลกตานั้น
พิมพ์พระพายมองดูสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นก่อนใบหน้างามจะนิ่งไปชั่วขณะเมื่อในนั้นเป็นบันทึกที่ภาสกรได้เขียนบรรยายความรู้สึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่มันไม่ใช่คนรักอย่างเธอ ซึ่งมันเป็นข้อความที่ถูกบันทึกเอาไว้ครั้งล่าสุดเมื่อสองปีที่ผ่านมา
‘เกตุบอกว่าได้มาเที่ยวระยองกับเพื่อน แต่ตอนนี้ได้แยกออกมาแล้วเพราะมีปัญหากัน เกตุจึงได้โทรหาอาร์ตเพราะจำได้ว่าอาร์ตมาทำงานอยู่ที่นี่ เกตุรู้ไหมว่าอาร์ตดีใจมากแค่ไหนที่ได้เจอเกตุอีกครั้ง
และมีความสุขมากที่สุดตอนเกตุนั่งซ้อนท้ายบิ๊กไบค์พร้อมกอดหลังอาร์ตมาตลอดทางตอนขี่ไปส่งที่กรุงเทพฯ มันทำให้อาร์ตนึกถึงช่วงเวลาที่สองเราคนเคยได้อยู่ด้วยกันจังเลยเกตุ’
พิมพ์พระพายนั่งอ่านข้อความนั้นด้วยหัวใจร้าวรานเพราะมันบ่งบอกชัดเจนว่าที่ผ่านมาภาสกรไม่ได้มีเธอคนเดียวอย่างที่เคยเข้าใจมา เธอจำได้ว่าช่วงเวลานั้นเธอกับเขาไม่ได้เจอกันหลายเดือน
โดยภาสกรบอกกับเธอว่างานยุ่งมากจนไม่สามารถไปไหนได้เลยแม้แต่จะมาหาเธอที่กรุงเทพฯก็ตามซึ่งเธอก็เข้าใจเขาดี เพราะเธอเองก็เรียนหนักและเริ่มเข้าไปฝึกยังหอผู้ป่วยจริง
แต่เขากลับมีเวลาขี่รถจักยานยนต์ไปส่งผู้หญิงคนนั้นถึงกรุงเทพฯ โดยที่เธอเองไม่เคยรู้ว่าเวลานั้นเขาได้มาอยู่ไม่ได้ไกลไปจากเธอเลย เมื่อพิมพ์พระพายเลื่อนลงหน้าจอโน้ตบุ๊กลงก็เจอกับข้อความถึงผู้หญิงคนนั้น ซึ่งมันเป็นข้อความที่ถูกบันทึกเอาไว้ตอนงานเลี้ยงเรียนจบ
‘เกตุรู้ไหมว่าอาร์ตไม่ชอบเลยที่เห็นเกตุชวนแฟนมาในงานเลี้ยงจบใหม่ของพวกเราด้วยทั้งที่อาร์ตก็ยังไม่ให้แฟนตัวเองมางานนี้ด้วยเลย แล้วนี่อาร์ตจะต้องมานั่งปั้นหน้ายิ้มมองดูเกตุคอยเอาใจแฟนทั้งที่รู้ตัวเองดีว่าไม่มีสิทธิ์อะไรอย่างนี้น่ะเหรอ อาร์ตแคร์ความรู้สึกของเกตุมากนะคืนนี้ถึงไม่ยอมเอาแฟนไปด้วย เกตุรู้บ้างไหมถ้าเป็นไปได้อาร์ตอยากไปเที่ยวฉลองคืนนี้กับเกตุสองคนต่างหากล่ะ’
