บทที่ 1 คนแปลกหน้า
บทที่ 1:คนแปลกหน้า
เค้กวานิลลาขนาดเล็กที่ถูกสลักคำว่า ‘Happy 3rd Anniversary’ เริ่มละลายจนครีมสีขาวเสียทรงอยู่บนโต๊ะอาหาร แสงจากหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นกลางห้องพักเล็กๆ ที่เงียบสนิท
ข้อความล่าสุดที่ปาลินส่งไปเมื่อสามชั่วโมงก่อนยังขึ้นสถานะว่า ‘อ่านแล้ว’ แต่ไม่มีการตอบกลับจากคนปลายทาง
หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปลายนิ้วแตะหน้าจอโทรศัพท์ซ้ำๆ ทั้งที่รู้ดีว่าต่อให้กดเข้าไปดูอีกกี่ครั้ง ข้อความของไทม์ก็ยังเหมือนเดิม
‘วันนี้ต้องปั่นโปรเจกต์ด่วนกับเพื่อนที่คณะ คงไปฉลองด้วยไม่ได้แล้ว ขอโทษนะพาย’
ขอโทษ... คำสั้นๆ ที่เขาใช้บ่อยจนแทบหมดราคา ปาลินเคยคิดว่าความรักคือการเข้าใจ เข้าใจว่าเขายุ่ง เข้าใจว่าเขาเหนื่อย เข้าใจว่าเขามีเพื่อน มีสังคม มีอนาคตที่ต้องโฟกัส ส่วนเธอก็แค่ต้องเป็นแฟนที่ดีพอ ไม่งี่เง่า ไม่ถามเยอะ ไม่เรียกร้อง ไม่ทำให้เขาอึดอัด
สามปีที่ผ่านมาเธอเป็นแบบนั้นมาตลอด เป็นแฟนสาวคณะบัญชีที่เรียบร้อยจนเพื่อนเรียกว่ายัยแว่น เป็นคนที่ใส่เสื้อนักศึกษาติดกระดุมครบทุกเม็ด กระโปรงคลุมเข่า แว่นกรอบหนา และใช้ชีวิตแบบปลอดภัยสุดๆ
จนบางครั้งตัวเธอเองยังรู้สึกเหมือนไม่ได้หายใจให้เต็มปอด แต่เธอก็ยอม เพราะไทม์เคยทำให้เธอรู้สึกว่า อย่างน้อยผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างเธอก็ยังมีคนเลือก
จนกระทั่งคืนนี้ ปาลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งใจจะปิดหน้าจอแล้วเลิกคิดมาก แต่ปลายนิ้วดันเผลอกดเข้าแอปพลิเคชันอินสตาแกรม
สตอรีของเพื่อนในกลุ่มไทม์เพิ่งอัปเดตเมื่อสิบนาทีก่อน คลิปสั้นๆ ไม่กี่วินาทีแต่ทำให้หัวใจของเธอเย็นวาบ
ไทม์นั่งอยู่ในบาร์หรู ไม่มีโปรเจกต์ ไม่มีเอกสาร ไม่มีหน้าตาเหนื่อยล้าแบบคนปั่นงาน มีแต่แก้วเหล้า เสียงหัวเราะ และผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งเบียดเขาใกล้เกินกว่าคำว่าเพื่อน
ปาลินจ้องหน้าจออยู่แบบนั้น หนึ่งวินาที... สองวินาที... สามวินาที... แล้วความรู้สึกบางอย่างในอกก็ขาดผึง
ไม่ใช่แค่เสียใจ แต่เหมือนโดนปลุกให้ตื่นจากฝันโง่ๆ ที่เธอพยายามหลอกตัวเองมานาน สามปีที่ผ่านมา เธอไม่ได้เป็นแฟนที่เขาถนอม เธอเป็นแค่คนที่เขาไม่กลัวเสียไป คนที่โกหกได้ คนที่ปล่อยให้รอได้ คนที่อ่านแล้วไม่ตอบก็ได้ เพราะยังไงก็คิดว่าเธอคงไม่ไปไหน
น้ำตาหยดแรกหล่นลงบนหลังมือ ปาลินมองเค้กวันครบรอบบนโต๊ะ ตัวอักษร 3rd Anniversary เริ่มบิดเบี้ยวเพราะครีมละลาย เหมือนความสัมพันธ์ของเธอกับเขาที่ค่อยๆ พังมานานแล้ว เพียงแต่เธอไม่กล้ายอมรับ คืนนี้เธอยอมรับแล้ว... พอกันที หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยขณะพิมพ์ข้อความหาไทม์
‘พายเห็นสตอรีแล้วนะ’
ธอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ก่อนพิมพ์ต่อ
‘ไม่ต้องอธิบายแล้ว ไทม์ไม่ต้องเหนื่อยโกหก พายก็ไม่ต้องเหนื่อยเชื่ออีก’
น้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่ได้ปล่อยให้มันทำให้มือสั่น
‘เราจบกันเถอะ’
ปาลินอ่านทวนข้อความนั้นหนึ่งครั้ง เจ็บ... แต่โล่ง เธอกดส่ง ไม่ถึงสิบวินาที ข้อความก็ขึ้นว่า ‘อ่านแล้ว’
ครั้งนี้ไทม์ตอบกลับมาเร็วมาก เร็วแบบที่เธอเคยรอมาตลอดสามปี
‘พาย ฟังไทม์ก่อน มันไม่ใช่อย่างที่พายคิด’
ปาลินหัวเราะเบาๆ ทั้งที่น้ำตายังไหล
“โคตรไม่แฟร์เลย…”
ตอนเธอรอ เขาเงียบ ตอนเธอจะไป เขากลับรีบตอบ หญิงสาวปิดเครื่องทันที ไม่มีอะไรต้องฟังแล้ว
เธอวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นถุงกระดาษแบรนด์เนมใบใหญ่และกล่องของขวัญที่วางอยู่มุมห้อง มันคือของที่ ‘นิ่ม’ เพื่อนสนิทสายปาร์ตี้เพิ่งหอบมาประเคนให้เมื่อวันก่อน พร้อมกับคำประกาศิตที่ยังดังก้องอยู่ในหัว
‘ครบรอบสามปีทั้งที แกต้องสลัดลุคยัยป้าเต่าล้านปีทิ้งซะ! ทำตัวให้มันแปลก แตกต่าง ผู้ชายจะได้ตื่นเต้นเร้าใจ ฉันจองโต๊ะฉลองครบรอบไว้ให้แกที่คลับแล้ว คืนนี้แต่งตัวแซ่บๆ แล้วออกไปเซอร์ไพรส์มันซะเพื่อนรัก!’ ตอนแรกปาลินตั้งใจจะปฏิเสธและเก็บมันซุกไว้ในตู้ เพราะมันไม่เข้ากับลุคเด็กบัญชีจืดๆ ของตัวเอง
เธอกลัวว่าไทม์จะไม่ชอบ กลัวคนอื่นจะมองว่าเยอะ แต่คืนนี้... เธอไม่มีอะไรต้องกลัว หรือต้องแคร์สายตาผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว
ปาลินเดินไปดึงกล่องใบนั้นมาเปิดฝาออก วิกผมดัดลอนสีชมพูสดนอนนิ่งอยู่ด้านใน คู่กับชุดเดรสเกาะอกผ้ายีนส์รัดรูปและเข็มขัดคอร์เซตสีน้ำตาลเข้ม หญิงสาวมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก
ผู้หญิงในกระจกตาแดง ผมดำรวบตึง แว่นกรอบหนาบดบังใบหน้าเกือบครึ่ง เสื้อยืดตัวเก่ากับกางเกงวอร์มทำให้เธดูเหมือนคนที่พร้อมจะนอนร้องไห้จนเช้า แต่ไม่เอาแล้ว คืนนี้เธอจะไม่เป็น ยายเพิ้งแบบนี้
“อกหักทั้งที…”
ปาลินพึมพำกับตัวเองเสียงแหบ
“ขอสวยก่อนแล้วกัน”
เธอถอดแว่นออก วางลงข้างกระจก แล้วหยิบคอนแทคเลนส์สีเทาขึ้นมาใส่อย่างไม่ค่อยชำนาญนัก ดวงตาที่แดงจากการร้องไห้พอถูกขับด้วยสีเทาหม่นกลับดูเฉี่ยวขึ้นอย่างน่าประหลาด รองพื้นถูกเกลี่ยลงบนผิวหน้าอย่างตั้งใจมากขึ้น อายไลเนอร์ถูกตวัดหางให้ดูคม บลัชออนสีชมพูอ่อนปัดผ่านแก้มที่ยังร้อนผ่าว แล้วลิปสติกสีแดงสดก็ถูกแต้มลงบนริมฝีปาก แค่มีสีแดงบนปาก เธอก็ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งโดนทิ้งแล้ว
วิกผมสีชมพูถูกสวมทับเส้นผมสีดำสนิท ลอนผมนุ่มสยายลงข้างแก้ม เปลี่ยนเด็กบัญชีหน้าจืดในกระจกให้กลายเป็นผู้หญิงแปลกหน้าที่เธอเองยังเผลอมองซ้ำ
เมื่อจัดการสวมชุดเดรสรัดรูปเน้นสัดส่วนที่เคยซ่อนไว้มาตลอด ปาลินหมุนตัวหน้ากระจกช้าๆ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความไม่คุ้นชิน นึกถึงคำพูดของนิ่มที่เคยบอกว่า
‘แกควรมีชุดที่ใส่แล้วผู้ชายต้องหันบ้าง ไม่ใช่มีแต่ชุดที่อาจารย์เห็นแล้วให้คะแนนจิตพิสัยเต็ม’
ตอนนั้นเธอขำและบอกว่าไม่มีวันใส่ แต่คืนนี้แ เธอกลับยืดหลังขึ้น ผู้หญิงในกระจกไม่ได้ดูแย่เลย ไม่สิ... ดูดีมากด้วยซ้ำ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อเธอเปิดเครื่องอีกครั้ง ข้อความจากนิ่มเด้งเข้ามารัวๆ ‘พาย แกโอเคไหม ฉันเห็นสตอรีไอ้ไทม์แล้วนะ ไม่ไหวอะ ผู้ชายอะไรทรงดีแต่ใจบางชิบหาย’
‘ฉันจองห้อง V08 ไว้ที่คลับคืนนี้ ตอนแรกจะไปฉลองกับแก แต่เมนส์มาแบบจะตุย’
‘แล้วอย่าเพิ่งด่าฉันนะ ฉันจ้างเด็กเอ็นผู้ชายไว้ให้แกคนนึงด้วย’
ปาลินเบิกตากว้าง
“อะไรนะ!”
ข้อความต่อมาของนิ่มเด้งเข้ามาทันทีเหมือนรู้ว่าเธอกำลังจะกรี๊ด
‘ไม่ใช่แบบนั้น! แค่นั่งคุย นั่งดื่ม เป็นเพื่อนเฉยๆ ฟีลปลอบใจ ฟีลฮีลใจ ฟีลให้รู้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีผู้ชายชื่อไทม์คนเดียว’
‘แกไม่ต้องทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองโอเค เข้าใจไหม ถ้าไม่ชอบก็กลับเลย ฉันจ่ายไว้แล้ว ไม่ต้องเสียดายเงิน’
‘ชื่อเคน หล่อใช้ได้ นิสัยโอเค ไม่ล้ำเส้น เซฟอยู่’
‘ห้อง V08 นะ ย้ำ V08 อย่าเข้าผิดห้อง เดี๋ยวชีวิตมีคอนเทนต์เกิน’
ปาลินอ่านแล้วทั้งตกใจ ทั้งอาย ทั้งอยากโทรไปด่านิ่มให้หูชา เด็กเอ็นผู้ชาย?
เพื่อนเธอบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่พอเหลือบมองเค้กวันครบรอบที่ละลายอยู่บนโต๊ะ และนึกถึงข้อความของไทม์ที่เด้งมาไม่หยุด เธอก็เม้มริมฝีปากแน่น ก็แค่นั่งคุย ไม่ได้ไปทำอะไรผิดสักหน่อย
เธอเลิกกับไทม์แล้ว และคืนนี้เธอก็ไม่อยากนั่งร้องไห้คนเดียวเหมือนนางเอกเอ็มวีเพลงเศร้า
ปาลินหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมาสะพาย ก่อนพิมพ์ตอบนิ่มสั้นๆ
‘ถ้าไม่โอเค ฉันกลับเลยนะ’
นิ่มตอบแทบจะทันที
‘กลับได้ทุกวินาทีจ๊ะ จำไว้ แกไม่ได้ไปให้ใครเลือก แกไปเลือกความสุขให้ตัวเอง’
ปาลินอ่านข้อความนั้นซ้ำ แล้วเธอก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของคืนนี้
