บทที่ 3 ค่ำคืนที่เลือกเอง
ปาลินขมวดคิ้ว ทำไมตอบเหมือนคนไม่มีชื่อ หรือเด็กเอ็นเขาให้ลูกค้าเลือกชื่อเรียกเอง? หญิงสาวนึกถึงข้อความของนิ่มที่บอกว่าเด็กเอ็นชื่อเคน จึงลองเอ่ยออกไป
“เคน?”
มุมปากของวิคเตอร์กระตุกเล็กน้อย เคน? ไอ้พวกบ้านั่นตั้งชื่อบทบาทสมมติให้เขาด้วยหรือไง แกล้งทำเป็นใสซื่อแถมยังมีสคริปต์มาพร้อมสรรพ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“ถ้าเธออยากเรียกแบบนั้นก็ได้”
ปาลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ใช่จริงด้วย เขาคือเคน เด็กเอ็นที่นิ่มจ้างมา ส่วนวิคเตอร์เองก็มองท่าทางโล่งใจของเธอแล้วตีความไปอีกทาง เธอคงได้รับบรีฟมาว่าให้เรียกเขาด้วยชื่อปลอม เล่นบทเนียนกว่าที่คิด
“เพื่อนฉันบอกว่า…”
ปาลินเริ่มพูด แต่ก็หยุดเพราะความรู้สึกเกร็งประหลาดที่ก่อตัวขึ้น
“บอกว่า?”
“บอกว่าคุณแค่มานั่งคุยเป็นเพื่อน ไม่ได้... ไม่ได้ต้องทำอะไรเกินกว่านั้น”
วิคเตอร์นิ่งไปเสี้ยววินาที เพื่อนเธอ? อ๋อ... แม่เล้าที่ส่งเธอมาคงตกลงเรื่องค่าตัวกับพวกเพื่อนเขาไว้แบบนั้นสินะ ชายหนุ่มเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แววตาคมดุหรี่มองเธออย่างรู้ทันในแบบที่เขาคิดไปเอง
“ประโยคนี้ฉันควรพูดกับเธอมากกว่าหรือเปล่า”
ปาลินกะพริบตา
“คะ?”
“เธอก็แค่มานั่งคุยเป็นเพื่อน ไม่ได้ต้องทำอะไรเกินกว่านั้น”
ปาลินนิ่งไป อ๋อ... เขาคงหมายถึงอยากให้เธอสบายใจ บริการดีเหมือนกันนะเนี่ย แถมยังย้ำเรื่องขอบเขตงานด้วย
“ค่ะ ประมาณนั้น”
วิคเตอร์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางคิดว่าพวกเพื่อนตัวดีคงควักเงินจ่ายค่าตัวยัยนี่มาแพงหูฉี่แน่ๆ ถึงได้กล้ามานั่งออกคำสั่งกับลูกค้าปาวๆ แบบนี้
“งั้นเราก็คงอยู่ในสถานะเดียวกัน”
ปาลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ค่อยเข้าใจ แต่เลือกไม่ถามต่อ เพราะคิดว่าเขาคงพูดตามสคริปต์หน้าที่เพื่อไม่ให้เธอเกร็ง ทว่าวิคเตอร์ที่กวาดสายตามองใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นลึกซึ้งขึ้น กลับสังเกตเห็นบางสิ่งผ่านแสงไฟสลัว
“อกหักมา?”
คำถามตรงๆ ที่แทงใจดำ ทำให้ปาลินชะงัก เธอหันไปมองเขาอย่างตกใจ
“รู้ได้ไงคะ”
เขาชี้ปลายนิ้วไปที่ใต้ตาตัวเอง ท่าทางเหนือกว่าอย่างชัดเจน
“ตาแดงขนาดนั้น ลิปสติกแดงแค่ไหนก็ช่วยปิดไม่มิดหรอกนะ... นี่ตกลงว่าคนที่ส่งเธอมา สั่งให้ใช้มุกอกหักเรียกร้องความสนใจจากฉันหรือไง”
ปาลินรีบยกมือแตะใต้ตา อายจนอยากมุดโซฟาหนีที่โดนเด็กเอ็นจับได้ว่ามาเที่ยวประชดรัก
“เสียมารยาทมากค่ะ”
“จริง”
“นี่คุณยอมรับง่ายๆ เลยเหรอ”
“อืม”
“คุณควรปลอบฉันไม่ใช่เหรอคะ”
วิคเตอร์เลิกคิ้ว แววตาของนักล่าเริ่มฉายแววอันตรายและมีความต้องการทางเพศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รูปร่างอวบอิ่มที่ดันทะลักคอร์เซตยีนส์ออกมามันปลุกสัญชาตญาณของเขาให้ตื่นตัวจนยากจะควบคุม ชายหนุ่มขยับตัวเข้าประชิดจนท่อนขาแกร่งเบียดแนบกับต้นขาของเธอ
“อยากให้ปลอบ?”
ปาลินชะงักไปทันที ประโยคนั้นธรรมดามาก แต่พอออกจากปากเขา มันกลับฟังดูอันตรายและคุกคามจนหัวใจสั่นสะท้าน เธอหลบตาไปทางอื่น
“ก็…เพื่อนฉันจ้างคุณมาเพื่อสิ่งนี้นี่คะ”
วิคเตอร์นิ่งไปอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคนั้น ก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจจะค่อยๆ จุดประกายขึ้นที่มุมปากหยัก
เพื่อนเธอจ้างเขา? เข้าใจอะไรผิดไปกันใหญ่แล้วแม่กวางน้อย... ในเมื่อเขาต่างหาก ที่กำลังปักใจเชื่อว่าเธอคือ ‘สาวรับงาน’ ที่ใครสักคนส่งมาประเคนให้ถึงที่
ทว่าความเข้าใจผิดสลับขั้ว ที่ต่างฝ่ายต่างก็มองว่าอีกคนคือ ‘ฝ่ายรับเงินมาทำหน้าที่’ มันก็น่าสนุกดีไม่ใช่หรือไง ชายหนุ่มยังไม่คิดจะรีบแก้ต่างหรืออธิบายความจริง เพราะลึกๆ แล้ว เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหยื่อตัวน้อยที่กำลังหลงทางตัวนี้ จะกล้าเดินเข้าหากรงเล็บเสือไปได้ไกลสักแค่ไหน
“แล้วอยากให้ปลอบแบบไหนล่ะ”
เสียงทุ้มพร่าเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง
“ในเมื่อบอกว่าจ่ายเงินมาแล้ว ฉันก็จะทำหน้าที่เอนเตอร์ เทนเธอให้สมราคาเลย... เป็นไง”
ปาลินเงียบงัน คำถามนั้นทำให้หัวใจของเธอสะดุดและกระตุกเต้นแรงเกินไป หญิงสาวไม่ได้เตรียมคำตอบสำหรับเรื่องนี้เอาไว้เลย เธอแค่อยากหนี... หนีจากความรู้สึกไร้ค่าและปมด้อยที่ไทม์ทิ้งเอาไว้ แค่อยากนั่งอยู่กับใครสักคนที่ไม่รู้จักเธอ ไม่รู้ว่าเธอเป็นเพียงยัยแว่นจืดชืดที่ไม่มีเสน่ห์ดึงดูด และไม่รู้ว่าเธอเคยโง่งมรอคอยผู้ชายคนหนึ่งอย่างน่าสมเพชมากแค่ไหน
“ไม่รู้ค่ะ...”
เสียงของเธอแผ่วเบาลงจนแทบจะกลืนหายไปในลำคอ ดวงตาคู่สวยหลุบมองเพียงแก้วเครื่องดื่มตรงหน้า
“แค่อยากรู้สึกว่า… ตัวเองไม่ได้แย่ขนาดนั้น”
วิคเตอร์ทอดสายตามองเธอนิ่ง คราวนี้เขาไม่ได้ยิ้มกวนประสาทหรือมีแววตาล้อเล่นอีกต่อไป
“ใครบอกว่าเธอแย่”
ปาลินเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นจนห้อเลือด
“ไม่มีใครบอกตรงๆ หรอกค่ะ แต่บางที... การที่ใครสักคนไม่เลือกเรา ไม่มองเรา และไม่อยากใช้เวลากับเรา มันก็เหมือนเป็นคำตอบที่ชัดเจนพออยู่แล้ว”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน แม้เสียงเบสหนักหน่วงจากเสียงเพลงด้านนอกคลับจะยังคงดังก้องแผ่วๆ แต่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่กลับมีความเงียบงันอีกแบบที่แทรกซึมเข้ามา
วิคเตอร์เอนแผ่นหลังกว้างเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ไม่ได้ใกล้มากจนทำให้เธอรู้สึกถูกคุกคาม แต่ก็ใกล้พอที่จะทำให้ปาลินได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูที่ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และฟีโรโมนอันตรายจากตัวเขาได้อย่างชัดเจน
“ฟังนะพาย”
เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น และกังวานลึกเข้าไปในความรู้สึก
“การที่ผู้ชายคนหนึ่งมันตาถั่ว มองไม่เห็นค่าของเธอ... ไม่ได้แปลว่าเธอไม่มีค่า”
หัวใจของปาลินสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าเขาอาจจะพูดไปตามหน้าที่เด็กเอนฯ หรือพูดเพราะถูกจ้างมาเพื่อเอาใจลูกค้าตามสัญญารับเงิน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคำพูดแสนธรรมดานั้น... กลับตกลงมาโอบกอดตรงกลางใจที่กำลังร้าวรานของเธอได้อย่างพอดิบพอดี
“คุณ... พูดจาแบบนี้กับลูกค้าทุกคนหรือเปล่าคะ”
“ไม่”
“เชื่อได้ไหมเนี่ย”
“แล้วแต่จะคิด”
ชายหนุ่มยักไหล่
ปาลินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่กระบอกตายังร้อนผ่าว ผู้ชายตรงหน้ากวนประสาทและมีอีโก้สูงลิบ แต่กลับแปลกประหลาดที่เขาสามารถทำให้เธอรู้สึกหายใจได้โล่งคอมากขึ้น
“คุณบริการลูกค้าแปลกดีนะคะ”
คราวนี้วิคเตอร์หลุดหัวเราะทุ้มต่ำออกมาจริงๆ นัยน์ตาคมพราวระยับเมื่อมองสบตาเธอ
“เธอก็เอาใจ ‘ลูกค้า’ แปลกดีเหมือนกัน”
ปาลินชะงักไปนิด ลูกค้า? เขาคงหมายถึง ‘เธอ’ ในฐานะลูกค้าที่เพื่อนจ่ายเงินจ้างเขามาดูแลสินะ... ใช่สิ มันก็ถูกแล้วนี่นา หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย ความรู้สึกขัดเขินประหลาดแล่นปราดขึ้นมาจนพวงแก้มร้อนผ่าว
“ฉัน... ไม่ได้อยากให้คุณคิดว่าฉันน่าสงสารนะ”
“แต่ตอนนี้เธอกำลังทำหน้าน่าสงสาร”
“คุณ!”
“ล้อเล่น”
“ไม่ตลกค่ะ”
“แต่เธอยิ้ม”
ปาลินรีบเม้มปากหุบยิ้มทันที วิคเตอร์มองท่าทางเงอะงะนั้นแล้วเผลอกระตุกยิ้มตาม ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนสาวไซด์ไลน์หรือผู้หญิงกลางคืนคนไหนที่เขาเคยควง ไม่เหมือนคนที่รู้วิธีใช้จริตมารยา สายตา หรือคำพูดหวานหูล่อหลอกให้ผู้ชายหลงใหล
เธอดูเหมือนแค่ผู้หญิงอกหักที่พยายามลุกขึ้นมาแต่งตัวให้แซ่บเพื่อประชดรัก หลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร... แต่ทว่าความพยายามที่แสนจะขัดกับนิสัยเด๋อด๋านั่น กลับดันน่ามองจนสามารถปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความต้องการส่วนลึกของเขาให้ตื่นขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
“คุณเคยปลอบคนอกหักบ่อยไหมคะ”
เธอถามหยั่งเชิง
“ไม่บ่อย”
“แล้วปกติ... คุณมีวิธีจัดการยังไง”
“ก็แล้วแต่คน”
“แล้วถ้า... เป็นฉันล่ะคะ”
วิคเตอร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาคมกริบของเขาค่อยๆ เข้มข้นและดุดันขึ้นจนคนมองรู้สึกขนลุกซู่
“ถ้าเป็นเธอ…”
เขาจงใจเว้นจังหวะ เนิบนาบและยาวนานพอที่จะทำให้ปาลินรู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองกำลังสะดุด
“ฉันจะบอกว่า... คืนนี้ไม่ต้องพยายามฝืนเข้มแข็งให้ตัวเองเหนื่อยหรอก”
คำพูดนั้นเรียบง่าย ไม่ได้ประดิษฐ์ให้สวยหรู แต่มันกลับทำลายกำแพงความอดทนจนขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ปาลินรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอ่อนแอ “คุณนี่... เป็นผู้ชายที่อันตรายมากเลยนะคะ”
“เพิ่งรู้ตัว?”
“รู้ตั้งแต่ตอนที่ฉันเปิดประตูเดินเข้ามาแล้วค่ะ”
“รู้ว่าอันตราย... แล้วทำไมยังใจกล้า นั่งอยู่ทำหน้าที่ต่ออีกล่ะ”
วิคเตอร์เลิกคิ้ว แกล้งหยั่งเชิงคนที่เขามั่นใจว่าเป็นสาวรับงาน
“หรือว่า... เอเย่นต์ที่ส่งมา จ่ายค่าตัวให้แพงจนเธอยอมเสี่ยง?”
ปาลินหันกลับมามองสบตาเขา ดวงตาสีเทาภายใต้คอนแทคเลนส์คู่สวยสั่นไหวอย่างหนัก หญิงสาวตีความคำว่า 'เอเย่นต์' ไปถึงนิ่ม เพื่อนสนิทที่จัดแจงทุกอย่างให้ในคืนนี้
“ก็ในเมื่อเพื่อนฉัน... จ่ายเงินสำหรับคืนนี้ไปแล้วนี่คะ” ปาลินตอบกลับไปอย่างพาซื่อ โดยหมายถึงจำนวนเงินที่นิ่มจ่ายให้เขา
“ฉันก็แค่... อยากลองใช้สิทธิ์นั้นให้คุ้มดูบ้าง ดีกว่าต้องหนีกลับไปนั่งร้องไห้กอดเข่าอยู่คนเดียวฟรีๆ”
วิคเตอร์นิ่งขึงไปในทันที... ก่อนจะตีความคำตอบซื่อๆ นั้นไปคนละทิศคนละทาง
ประโยคที่หลุดออกจากปากเธอ ยิ่งทำให้เสือร้ายปักใจเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด สรุปว่ายัยเด็กเด๋อด๋าตรงหน้า คงถูกเอเย่นต์ที่เธอเรียกว่า ‘เพื่อน’ โอนเงินค่าตัวสำหรับคืนนี้มาให้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วสินะ เธอถึงได้ยอมฝืนใจทำหน้าที่ต่อทั้งที่เพิ่งจะอกหักมาหมาดๆ... ให้ตายเถอะ! เป็นสาวรับงานที่มีความรับผิดชอบต่องานสูงจนน่าหงุดหงิดชะมัด!
มวลอากาศรอบตัวของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ร้อนแรงขึ้น และบีบรัดหัวใจมากขึ้น เขามองเธอ และเธอมองเขา ไม่มีใครยอมขยับเขยื้อนหรือละสายตาก่อนอยู่หลายวินาที จนสุดท้าย... เป็นปาลินเองที่เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าสั่นสะท้าน
“ถ้าฉัน... อยากให้คุณปลอบแบบ... ที่ไม่ใช่แค่การใช้คำพูดล่ะคะ”
สิ้นคำเรียกร้องอันแสนท้าทาย จากคนที่เขาเชื่อสนิทใจว่าเป็น ‘สาวไซด์ไลน์’ ดวงตาของวิคเตอร์ก็เปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดจนดำสนิทในทันที สันกรามแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนเด่นชัด เส้นเลือดบนท่อนแขนล่ำปูดโปนขึ้นมาจากการใช้ความอดทนขั้นสุดเพื่อสะกดกลั้นความต้องการที่กำลังพุ่งทะยานจนแทบจะตบะแตก
