บทที่ 4 สาวไซด์ไลน์มือใหม่ กับหนุ่มเอ็นจำเป็น

ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มหอบพร่า หนักหน่วงและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ดุจสัตว์ป่าที่กำลังเผชิญหน้ากับเหยื่ออันโอชะ สายตาคมดุกึ่งดิบเถื่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ราวกับพร้อมที่จะขย้ำและกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว

“พาย...” เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอช้ากว่าเดิม น้ำเสียงพร่ามัวและแหบสั่นอย่างคนที่กำลังพยายามควบคุมสัญชาตญาณความต้องการอย่างหนัก

“พูดความต้องการของเธอ... ออกมาให้ชัด”

ปาลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับจะระเบิดออกมานอกอก แต่ทว่าครั้งนี้... เธอไม่ได้ขยับถอยหนี

“ฉันอยากรู้ว่า... การถูกใครสักคนมองและสัมผัส... ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่มีเสน่ห์ มันรู้สึกยังไง”

ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แสนจะเร่าร้อน วิคเตอร์จดจ้องใบหน้าหวานนิ่งนาน เขาตระหนักดีว่าเขาควรจะหยุดทุกอย่างเอาไว้แค่ตรงนี้ ควรเอ่ยปากบอกเตือนสติว่าเธอกำลังเสียใจและขาดสติ

แต่ทว่า... แววตาของเธอในตอนนี้ มันไม่ใช่สายตาของคนเมาหลับหูหลับตาทำ หรือคนที่กำลังไร้สติ แต่มันคือสายตาของคนที่บอบช้ำจนถึงขีดสุด แต่ก็ยังอยากจะลองเสี่ยง ‘เลือก’ ทำตามใจตัวเองดูสักครั้ง

และเสือร้ายที่ถูกท้าทาย ซ้ำยังมีความต้องการทางกายสูงล้นเป็นทุนเดิมอย่างเขา... ก็ไม่อาจเก็บซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มขบกรามแน่น นัยน์ตาคมดุวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าหิวโซ ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา

“ถ้าตอนไหนที่รู้สึกว่าไม่ไหว... ให้พูดว่า ‘หยุด’”

ปาลินนิ่งอึ้งไป คำว่าหยุด... ที่หลุดออกมาจากปากของคนหน้าดุ ทำให้หัวใจที่กำลังสั่นกลัวของเธออุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด เขาดูอันตราย ทรงอำนาจ และดูเหมือนไฟกองโตที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้เป็นจุณ แต่ทว่าในความอันตรายนั้น... เขากลับเลือกที่จะมอบกุญแจทางออกและเว้นทางถอยเอาไว้ให้เธอ

“ค่ะ” เธอตอบรับเสียงเบาหวิวทว่าหนักแน่นในความรู้สึก 

“ถ้าไม่ไหว... ฉันจะบอกคุณ”

วิคเตอร์ยกมือขึ้นอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วที่เต็มไปด้วยรอยสากกร้านจากการทำงานช่าง แตะลงบนปลายคางมนของเธอ ก่อนจะออกแรงบีบกระชับและตรึงใบหน้าหวานเอาไว้แผ่วเบา ราวกับเป็นการให้โอกาสเธอพิจารณาและขยับถอยเป็นครั้งสุดท้าย

แต่ปาลินไม่ถอย... หญิงสาวกลับเลือกที่จะขยับกายเข้าไปใกล้เขามากยิ่งขึ้น จนระยะห่างสุดท้ายระหว่างทั้งคู่มลายหายไป พร้อมกับลมหายใจที่สอดประสานและสะดุดพร่า

ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบดขยี้ในเสี้ยววินาที รสจูบแรกของเขาไม่ได้หอมหวานหรือนุ่มละมุนเหมือนในนิยายโรแมนติกที่เธอเคยอ่าน แต่มันกลับร้อนแรง ดุดัน หนักแน่น และเต็มไปด้วยการรุกรานที่ดุเดือดจนแทบหลอมละลาย

เขาบดเบียดกลีบปากอวบอิ่มอย่างหิวกระหาย ราวกับจะสูบเอาเรี่ยวแรงและกลืนกินวิญญาณของเธอ ปาลินสะดุ้งเฮือกกับสัมผัสจาบจ้วงแปลกใหม่ที่รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ ฝ่ามือหนาร้อนผ่าวลูบไล้บีบเฟ้นไปตามสะโพกกลมกลึงและแผ่นหลังบางอย่างหนักหน่วง ตอกย้ำความชำนาญและความเซ็กซ์จัดอันเป็นธรรมชาติของผู้ชายตรงหน้า จนสมองของปาลินขาวโพลนไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงและเผยอปากรับสัมผัสนั้นอย่างยินยอม

ในวินาทีนี้... เธอไม่ได้คิดถึงชื่อของไทม์อีกแล้ว ไม่ได้คิดถึงเค้กวันครบรอบที่ถูกทิ้งขว้าง ไม่ได้สนใจคำโกหกหลอกลวง และไม่ได้นึกสมเพชผู้หญิงจืดชืดในบานกระจกอีกต่อไป

เพราะในตอนนี้... เธอรับรู้เพียงแค่กลิ่นน้ำหอมและฟีโรโมนอันตรายของผู้ชายตรงหน้า รับรู้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือสากที่แตะประคองอยู่ข้างแก้ม และได้ยินเพียงเสียงก้อนเนื้อในอกซ้ายของตัวเอง... ที่กำลังเต้นรัวแรงและมีชีวิตชีวามากกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา

คืนนี้... มันอาจจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต อาจจะเป็นเรื่องบ้าบอคอแตกที่ผู้หญิงอย่างเธอไม่สมควรทำ แต่ไม่ว่าเช้าวันพรุ่งนี้มันจะกลายเป็นบทสรุปแบบไหน...

อย่างน้อยที่สุด ในค่ำคืนนี้... ปาลินก็เป็นคน ‘เลือก’ มันด้วยตัวเอง

สองแขนเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยอัตโนมัติ สอดนิ้วสางเข้าไปในกลุ่มผมสีเข้มของชายหนุ่มเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว เมื่อวิคเตอร์ปรับองศาใบหน้าเพื่อตักตวงความหอมหวานจากโพรงปากเล็กอย่างตะกรุมตะกวิคเตอร์แต่กลับมีชั้นเชิง ปลายลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อ ดึงดูดจนปาลินแทบหลอมละลาย ร่างสูงขยับเบียดชิดจนแผ่นหลังบางเอนราบลงไปกับเบาะพิงของโซฟาหนังตัวใหญ่

ฝ่ามือหยาบกร้านที่แฝงไปด้วยความอันตรายและร้อนระอุ ลูบไล้จากแผ่นหลังขึ้นมาถึงตะขอชุดเดรสยีนส์ด้านหลัง เพียงปลายนิ้วสะกิด เข็มขัดคอร์เซตเส้นใหญ่และซิปที่เกาะกุมสัดส่วนโค้งเว้าก็ถูกปลดออกอย่างง่ายดาย

"อ๊ะ..."

ปาลินสะดุ้งเฮือกเมื่อความเย็นของเครื่องปรับอากาศปะทะผิวเนื้อ ผสมผสานกับริมฝีปากร้อนผ่าวที่ผละจากกลีบปากบวมเจ่อ ลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ทิ้งรอยรักสีจางเอาไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

ทว่าจังหวะที่ฝ่ามือร้อนจัดของวิคเตอร์ลากต่ำลงมา แตะสัมผัสเข้ากับผิวเนื้ออ่อนนุ่มด้านในต้นขา ปลายนิ้วร้ายกาจค่อยๆ รุกล้ำและแยกกลีบดอกไม้ที่ยังคงปิดสนิทให้เผยอออก ร่างบางก็สะดุ้งเฮือกอย่างรุนแรง

ปาลินหดเกร็งไปทั้งตัว เรียวขาเบียดชิดเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ลมหายใจที่เคยหอบกระเส่าแปรเปลี่ยนเป็นการกลั้นหายใจด้วยความตื่นตระหนก สองมือเล็กเปลี่ยนจากโอบประคองมาเป็นจิกขยุ้มเสื้อของเขาแน่น

แม้ริมฝีปากอวบอิ่มจะพยายามเผยอรับจูบอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพื่อทำใจดีสู้เสือ แต่ความเงอะงะ อาการตัวสั่นเทาที่ปิดไม่มิด และความคับแคบที่ต่อต้านสัมผัสของเขาอย่างชัดเจน ทำให้คนที่กำลังคุมเกมอย่างวิคเตอร์ถึงกับชะงัก

ชายหนุ่มรับรู้ได้ทันทีจากสัมผัสไร้เดียงสานั้น... ภายใต้หน้ากากแม่เสือสาวผมชมพูในชุดรัดรูปที่ดูเจนจัด ซึ่งเขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าเป็น ‘สาวไซด์ไลน์มือใหม่’ ที่พวกไอ้แม็คเพื่อนตัวดีแอบจ้างมาเซอร์ไพรส์ถึงห้อง ร่างกายนี้กลับซ่อนความบริสุทธิ์ที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้ล่วงล้ำเข้ามาใกล้!

นัยน์ตาคมดุเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า สาวไซด์ไลน์ที่พยายามยั่วยวนรับแขกอย่างเขา แท้จริงแล้วไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน อาการสั่นเทาประกอบกับฤทธิ์ค็อกเทลที่เริ่มเล่นงานอย่างหนัก ทำให้ร่างบางอ่อนปวกเปียก ไร้สติสัมปชัญญะและหลับพับไปคามือเขาทั้งอย่างนั้น

"เวรเอ๊ย!"

วิคเตอร์สบถคำหยาบออกมาอย่างหัวเสีย สันกวิคเตอร์คมคายขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เส้นเลือดบนท่อนแขนแกร่งปูดโปนจากการใช้ความอดทนขั้นสุดเพื่อสะกดกลั้นสัญชาตญาณและความต้องการทางเพศที่พุ่งทะยานจนแทบตบะแตก ลมหายใจของชายหนุ่มหอบพร่าอย่างหนักหน่วง นัยน์ตาของนักล่าทอดมองเรือนร่างสมส่วนด้วยความทรมานปนหงุดหงิด

เสือร้ายที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยแรงอารมณ์จำต้องหยุดการกระทำลงอย่างยากลำบาก เขาไม่ใช่คนฉวยโอกาสกับผู้หญิงที่เมาจนไม่รู้เรื่อง และยิ่งไม่อยากย่ำยีเด็กสาวที่อาจจะเพิ่งแอบมารับงานพิเศษเป็นครั้งแรกเพราะความจำเป็น แม้ไอ้เพื่อนบ้าจะจ่ายเงินซื้อมาแล้วก็ตาม

วิคเตอร์ถอนหายใจหนักหน่วง ฝืนความต้องการที่กำลังตีรวนจนปวดร้าวไปหมด ชายหนุ่มถอดเสื้อยืดสีดำของตนเองออก โยนทิ้งไปบนพื้นอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อหน้าท้องและรอยสักดุดันที่แผงอกเพื่อระบายความร้อนรุ่ม

เขาตัดสินใจดึงผ้าห่มสีอ่อนที่พาดอยู่บนพนักโซฟามาคลุมร่างที่บัดนี้เหลือเพียงชั้นในของเธอเอาไว้ เพื่อให้นอนหลับได้สบายโดยไม่อึดอัดกับเดรสรัดรูป ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ คอยตระกองกอดและเฝ้าดูอาการคนที่หลับสนิทไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมานอนกอดแต่ไม่ได้กิน

แสงแดดจ้าที่ลอดผ่านรอยแยกของผืนม่านหนาทึบ ปลุกให้คนที่กำลังหลับสนิทต้องขยับตัวหนี ปาลินรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างราวกับถูกจับแยกชิ้นส่วน โดยเฉพาะช่วงเอวและหน้าขาที่หนักอึ้งจนขยับลำบาก ซึ่งแท้จริงแล้วเกิดจากการใส่คอร์เซตรัดรูปและนอนขดเกร็งมาทั้งคืน

หญิงสาวค่อยๆ ปรือตาขึ้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าความหนักอึ้งนั้นเกิดจากท่อนแขนแกร่งของผู้ชายที่พาดทับอยู่บนตัวเธอ!

ภาพความทรงจำเมื่อคืนย้อนกลับมาตีรวนในหัวราวกับคลื่นลูกใหญ่ รสจูบดุดันที่บดเบียดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า สัมผัสหยาบกร้านจากฝ่ามือร้อนจัดที่ลากไล้ไปบนผิวเนื้อ และความรู้สึกหวามไหวที่ทำให้สติเธอขาดผึง

ปาลินก้มมองสภาพตัวเองที่ไร้ซึ่งชุดเดรสรัดรูป เหลือเพียงซับในตัวจิ๋ว

เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยลิปสติกสีแดงสดของตัวเอง เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าห่มสีอ่อนที่คลุมทับร่างเอาไว้จนดูคล้ายกับคราบเลือด ประกอบกับความรู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัว สติที่ยังกลับมาไม่ครบถ้วนจึงทำให้หญิงสาวทึกทักเอาเองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ ‘เด็กบาร์โฮสเด็กเอ็น’ แปลกหน้า คนนี้ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งขอบเขตและเธอได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปแล้วเรียบร้อย

ความตื่นตระหนกของเช้าวันใหม่บีบคั้นให้ปาลินต้องดึงสติกลับมา หญิงสาวกลั้นหายใจ ค่อยๆ ยกท่อนแขนของคนข้างกายออกอย่างระมัดระวังที่สุด โชคดีที่เขายังหลับสนิทและหันหลังให้ เธอรีบกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตัวเอง เดรสเกาะอกผ้ายีนส์ วิกผมสีชมพู และชั้นในหล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นพรมใกล้กับโซฟาตัวใหญ่

ปาลินรีบคว้าทุกอย่างมาสวมใส่อย่างลุกลี้ลุกลน ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองหน้าผู้ชายคนนั้นให้ชัดๆ อีกรอบ ทว่าก่อนจะก้าวออกจากห้อง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เข้าใจผิดไปเองก็ตีตื้นขึ้นมา 

นิ่มบอกว่าจ่ายค่าเสียเวลาให้นั่งดื่มเป็นเพื่อนไปแล้ว แต่เมื่อคืนมันเลยเถิดไปไกล... เธอไม่ควรเอาเปรียบคนทำอาชีพบริการแบบเขา

มือบางล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพาย หยิบธนบัตรสีเทาทั้งหมดที่มีอยู่ติดตัวประมาณสามพันบาท วางแหมะทิ้งไว้บนโต๊ะกระจกข้างโซฟาเป็น ‘ค่าทิป’ หรือ ‘ค่าบริการเพิ่มเติม’ ก่อนจะรีบเปิดประตูหนีออกจากห้องไปเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

คล้อยหลังร่างเล็กไปเพียงไม่กี่นาที คนที่แกล้งหลับสนิทอยู่บนโซฟาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป