บทที่ 6 เกมไล่จับของผู้ชนะ
วันจันทร์ ณ คณะบัญชี
ปาลินกลับมาอยู่ในลุค ‘ยัยเฉิ่ม’ ตามเดิม เสื้อนักศึกษาตัวโคร่งติดกระดุมเรียบร้อย กระโปรงพลีทคลุมเข่า และแว่นตากรอบหนาที่บดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เธอนั่งใช้หลอดคนกาแฟเย็นในแก้วพลาสติกอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะบัญชี พยายามสลัดความทรงจำบนโซฟาวีไอพีเมื่อคืนวันศุกร์ออกจากหัว แต่ความรู้สึกปวดร้าวตามเนื้อตัวก็คอยตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน
“พาย...”
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นเบาๆ ทำเอาปาลินสะดุ้ง หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง ไทม์ แฟนหนุ่มจากคณะบริหารยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสภาพอิดโรย ขอบตาคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอน ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้ามือเล็กของเธอไปกอบกุมไว้แน่น
“ไทม์ขอโทษ... ขอโทษที่เมื่อคืนวันศุกร์ไทม์อธิบายไม่เคลียร์จนพายบอกเลิก”
น้ำเสียงของไทม์เต็มไปด้วยความเว้าวอน นัยน์ตาฉายแววสำนึกผิดอย่างลึกซึ้ง
“ผู้หญิงในสตอรีคนนั้นเป็นแค่เพื่อนของเพื่อนจริงๆ นะพาย ไทม์ไม่ได้คิดอะไรเลย ไทม์แค่ไปดื่มคลายเครียดเรื่องโปรเจกต์... พายอย่าทิ้งไทม์ไปเลยนะ ไทม์รักพายจริงๆ”
ปาลินมองใบหน้าของผู้ชายที่เธอคบมาสามปี ความน้อยใจเรื่องที่เขาละเลยเธอมันยังคงอยู่
ทว่าเมื่อนึกย้อนไปถึงความผิดพลาดที่ตนเองเพิ่งก่อไปเมื่อคืนวันศุกร์ ความรู้สึกผิดก็ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอเพิ่งไปนอนกับผู้ชายแปลกหน้ามา ในขณะที่ไทม์อาจจะแค่ไปดื่มกับเพื่อนจริงๆ อย่างที่เขาบอกก็ได้
ความรู้สึกขี้ขลาดและไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง ทำให้กำแพงความโกรธของหญิงสาวพังทลายลง ปาลินหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ ด้วยความละอายใจ
“ไทม์จะไม่โกหกพายแบบนี้อีกใช่ไหม...”
เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบา ยอมรับการง้อขอคืนดีอย่างง่ายดายเพราะความรู้สึกผิดในใจมันกดทับอยู่
“ไม่ทำแล้วครับ ไทม์สัญญา”
ชายหนุ่มระบายยิ้มกว้าง รีบลูบหลังมือเธอเบาๆ อย่างเอาใจ
“ขอบคุณนะพายที่ยอมให้โอกาสไทม์”
แต่แล้วบรรยากาศแห่งการคืนดีก็ถูกทำลายลง เมื่อเสียงฮือฮาของกลุ่มนักศึกษาหญิงโต๊ะข้างๆ ดังขึ้น
“แกดูนั่นสิ วิคเตอร์ วิศวะนี่นา! ทำไมเขามาเดินแถวตึกบัญชีได้อะ โคตรหล่อ แบดบอยสุดๆ!”
ชื่อที่ไม่คุ้นเคยแต่กลับมาพร้อมกับคำว่า ‘วิศวะ’ ทำให้ลมหายใจของปาลินสะดุ้งกึก หญิงสาวค่อยๆ เหลือบตาขึ้นมองผ่านเลนส์แว่นหนา และภาพที่เห็นก็ทำให้ความเย็นเฉียบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง
ผู้ชายร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีเลือดหมู เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เข้ามาในโรงอาหารใต้ตึกคณะบัญชีด้วยท่าทางเกียจคร้านทว่าอันตราย ดึงดูดสายตาทุกคู่ ชายหนุ่มกวาดสายตาคมดุราวกับนักล่าไปรอบบริเวณ ก่อนที่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจะตวัดมาสบเข้ากับดวงตาของปาลินอย่างพอดิบพอดี
รอยยิ้มร้ายกาจจุดขึ้นที่มุมปากหยัก ร่างสูงก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งมาที่โต๊ะของเธอทันที
ปาลินมือกำกระโปรงพลีทแน่นจนยับย่น พยายามควบคุมสติไม่ให้แตกกระเจิง
บ้าไปแล้ว! เด็กเอ็นคนนั้นเป็นนักศึกษาคณะวิศวะเหรอเนี่ย!
ท่องไว้พาย... คืนนั้นเธอใส่วิก เธอใส่คอนแทคเลนส์ เขาไม่มีทางจำยัยเฉิ่มอย่างเธอได้หรอก!
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”
เสียงทุ้มต่ำที่เธอยังจำความแหบพร่าของมันได้ดีเอ่ยขึ้น วิคเตอร์วางมือค้ำลงบนโต๊ะม้าหินอ่อน โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาจ้องมองปาลินไม่วางตา
ไทม์ขมวดคิ้ว มองผู้ชายแปลกหน้าสลับกับแฟนสาว
“เอ่อ... โต๊ะเรามีกันแค่สองคนครับ เพื่อนคุณมาหรือเปล่า ถ้ามาหลายคนโต๊ะนี้อาจจะไม่พอ”
วิคเตอร์หัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับแฝงความอันตราย
“ผมมาคนเดียวครับ... พอดีมาตามหา ‘ลูกค้าวีไอพี’”
คำว่าลูกค้าวีไอพีถูกเน้นเสียงหนัก จนปาลินรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง ผู้ชายคนนี้จำเธอได้อย่างนั้นเหรอ! แถมยังกล้ามาทวงค่าตัวต่อหน้าแฟนที่เธอเพิ่งคืนดีด้วยอีก! หญิงสาวสูดลมหายใจ สบตากับเสือร้ายแห่งคณะวิศวะด้วยแววตาที่พยายามปั้นแต่งให้ปกติติดจะแข็งกร้าว
“คุณคงทักคนผิดแล้วล่ะค่ะ...”
ปาลินดัดเสียงให้เรียบตึง
“ที่นี่ไม่มีลูกค้าวีไอพีอะไรของคุณหรอก”
ประโยคนั้นทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของวิคเตอร์กว้างขึ้น คิ้วเข้มเลิกขึ้นเบาๆ เขาจำกลิ่นน้ำหอม จำโครงหน้า และจำปฏิกิริยาตื่นตระหนกแสนหวานคู่นั้นได้แม่นยำ
แม้เธอจะพรางตัวด้วยแว่นตาหนาและเสื้อผ้าหลวมโพรก แต่วิธีการหายใจที่ติดขัดและสายตาหวาดหวั่นที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์แว่น ปิดคนอย่างเขาไม่มิดหรอก
แทนที่จะล่าถอย ร่างสูงกลับยิ่งโน้มใบหน้าข้ามโต๊ะม้าหินอ่อนเข้ามาใกล้จนปาลินต้องเอนตัวหนี นัยน์ตาคมดุทอประกายรู้ทัน ก่อนที่เสียงทุ้มพร่าจะกระซิบแผ่วเบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
“จำผิดเหรอ... แน่ใจนะ? เพราะฉันจำได้แม่นเลยว่าคืนนั้นใครเป็นคนท้าทายฉันเองว่า...
‘ถ้าฉันอยากให้คุณปลอบแบบ... ไม่ใช่แค่คำพูดล่ะคะ’”
ประโยคอวดดีของตัวเธอเองในคืนนั้นที่ถูกเขานำมาย้อนรอย ทำเอาปาลินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ความเย็นเยียบแล่นปราดไปตามไขสันหลัง
วิคเตอร์ตั้งใจจะขยับเข้าไปใกล้เพื่อไล่ต้อนให้จนมุมยิ่งกว่านี้ แต่พอเห็นใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด บวกกับมือเล็กที่สั่นเทาจนต้องซ่อนไว้ใต้โต๊ะ ชายหนุ่มก็หยุดชะงัก
เขาชอบเป็นผู้คุมเกมก็จริง แต่ไม่ได้ชอบต้อนคนอื่นให้จนตรอกต่อหน้าคนหมู่มาก โดยเฉพาะกับคนที่เขาถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
ความเงียบโรยตัวลงอึดใจหนึ่ง ก่อนที่วิคเตอร์จะยืดตัวขึ้นช้าๆ เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อช็อป หยิบเอากล่องนมสตรอว์เบอร์รีสีชมพูสดที่เพิ่งซื้อมาวางแหมะลงตรงหน้าปาลิน
“สงสัยผมคงจำคนผิดจริงๆ...”
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มบาง แววตาดุดันอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงทิ้งร่องรอยความท้าทายเอาไว้
“แต่สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะ ดื่มของหวานๆ หน่อยแล้วกัน... ทานให้อร่อยนะครับ”
เขาไม่ได้เซ้าซี้หรือทำให้เธอต้องอับอายต่อหน้าแฟนหนุ่ม เพียงแค่หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋ากลับออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงกล่องนมสีชมพูที่เหมือนเป็นคำใบ้บอกเป็นนัยว่า... เขารู้ว่าผู้หญิงผมชมพูในคืนนั้นคือใคร และเกมนี้มันเพิ่งจะเริ่ม
