บทที่ 9 โลกหลอกลวงที่พังทลาย

รถแท็กซี่แล่นไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสม่ำเสมอ แต่หัวใจของปาลินกลับเต้นกระหน่ำรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หญิงสาวนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด

‘ธุระด่วน’ ของไทม์คืออะไรกันแน่? หรือว่าเขากำลังมีคนอื่น?

คำถามนี้วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับความรู้สึกด้อยค่าที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ หรือเป็นเพราะเธอจืดชืดเกินไป? เพราะเธอคือ ‘ยัยเฉิ่ม’ ที่แต่งตัวมิดชิด สวมแว่นตาหนาเตอะ และเอาแต่ก้มหน้าอ่านหนังสือใช่ไหม เขาถึงได้เบื่อหน่ายและไม่อยากเข้าใกล้ หรือว่าเธอควรจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เขากลับมาสนใจและปรารถนาในตัวเธอเหมือนผู้หญิงคนอื่นบ้าง?

ปาลินล้วงมือลงไปในกระเป๋าผ้า สัมผัสเข้ากับปลอกโลหะเย็นเฉียบของ ‘ลิปสติกแท่งสีแดงสด’ ที่เพิ่งได้คืนมาจากผู้ชายอันตรายคนนั้น หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาดู นิ้วเรียวลูบคลำมันอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจเปิดฝาออก ปาลินมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกมองหลังของรถแท็กซี่ เธอสูดลมหายใจลึก แล้วค่อยๆ แต้มสีแดงสดลงบนริมฝีปากที่สั่นระริก... ราวกับต้องการปลุกความกล้าหาญและดึงเอาความมั่นใจที่ถูกกดทับไว้ให้กลับคืนมา

อย่างน้อยถ้าจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง เธอจะไม่ยอมเป็นยัยจืดที่เอาแต่ยืนร้องไห้อย่างไร้ค่าเด็ดขาด

เมื่อรถมาจอดเทียบหน้าคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ปาลินก้าวลงจากรถด้วยขาที่สั่นเทา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ ไทม์เคยให้คีย์การ์ดสำรองกับเธอไว้ตั้งแต่ปีแรกที่คบกันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่เขาก็มักจะมีข้ออ้างไม่ให้เธอมาหาโดยไม่ได้นัดหมายเสมอ จนคีย์การ์ดใบนี้แทบจะกลายเป็นแค่เศษพลาสติกประดับกระเป๋า

หญิงสาวแตะคีย์การ์ดผ่านประตูกระจกบานเลื่อนและก้าวเข้าไปในลิฟต์ ตัวเลขดิจิทัลที่วิ่งขึ้นไปทีละชั้นเปรียบเสมือนการนับถอยหลังสู่ความจริง

ติ๊ง...

ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสิบห้า โถงทางเดินเงียบสงัด ปาลินเดินตรงไปยังห้องริมสุดทางเดิน มือที่เย็นเฉียบล้วงหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแตะที่เครื่องสแกนหน้าประตู เสียงปลดล็อกอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นเบาๆ หญิงสาวผลักประตูไม้บานหนาเข้าไปช้าๆ

ภายในห้องพักเปิดแอร์เย็นฉ่ำ แสงไฟสีส้มสลัวส่องสว่างเพียงบางจุด ทันทีที่ก้าวพ้นโถงทางเดินแคบๆ เสียงเพลงแจ๊สที่เปิดคลอเบาๆ ก็ดังแว่วมา ผสมผสานกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของไทม์... ตามมาด้วยเสียงครางกระเส่าและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของใครบางคน

“อืม... ไทม์... เดี๋ยวสิ แฟนคุณล่ะ”

เสียงของใครอีกคนดังขึ้น สลับกับเสียงหอบพร่าที่ฟังดูวาบหวาม

“พายเหรอ... ป่านนี้คงนั่งท่องชีตบัญชีอยู่ที่ร้านกาแฟแล้วแหละ ปล่อยเขาไปเถอะ เรามีเวลาตั้งเยอะอย่าไปสนใจผู้หญิงคนนั้นเลย”

คำตอบของไทม์... น้ำเสียงที่เคยใช้ออดอ้อนและพูดจาสุภาพกับเธอเสมอ บัดนี้กลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ในแบบที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน

สองมือของปาลินที่กำสายกระเป๋าผ้าสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความจริงตบหน้าอย่างจัง เขาพาคนอื่นมาที่ห้องจริงๆ หรือว่าไทม์กำลังมีผู้หญิงคนอื่นซุกซ่อนอยู่ลับหลังเธอมาตลอด!

ปาลินรวบรวมความกล้า ก้าวพ้นหัวมุมทางเดินเข้าไปยังโซนห้องนั่งเล่นเพื่อเผชิญหน้ากับความจริง 

ร่างของไทม์ แฟนหนุ่มที่อ้างคำว่า ‘ให้เกียรติ’ และสั่งให้เธอรอมาตลอดสามปี กำลังเปลือยท่อนบนและคร่อมทับอยู่บนร่างของ ‘ผู้ชาย’ ผิวขาวจัดคนหนึ่งที่เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมออกจนร่นไปกองกับข้อศอก! 

ทั้งสองกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงและจูบแลกเปลี่ยนความลึกซึ้งกันอย่างดูดดื่มและหิวโหย เสียงครางกระเส่าคลุกเคล้ากับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังก้องชัดเจนไปทั่วห้อง มือของไทม์กำลังลูบไล้และบีบเค้นไปตามผิวเนื้อเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายอย่างหน้ามืดตามัว เป็นสัมผัสที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความปรารถนาที่เขาไม่เคยมอบให้ปาลินเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา

ภาพการร่วมรักที่แจ่มแจ้งคาตา ทำเอาปาลินช็อกจนตัวชาเรี่ยวแรงหดหายไปดื้อๆ สมองขาวโพลนรับความจริงตรงหน้าไม่ทันเหมือนถูกกระชากวิญญาณให้หลุดลอย กระเป๋าผ้าในมือร่วงหล่นลง ดังตุ๊บ

เสียงของตกทำให้สองร่างบนโซฟาสะดุ้งเฮือก ไทม์ผละตัวออกหันขวับมามองผู้บุกรุก วินาทีที่นัยน์ตาของเขาสบเข้ากับดวงตาเบิกกว้างของปาลิน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูดีอยู่เสมอก็ซีดเผือดลงราวกับกระดาษ

“พาย!” 

ไทม์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนจากโซฟาในสภาพที่ท่อนล่างปราศจากอาภรณ์ปกปิด ชายหนุ่มหน้าซีดเผือด รีบคว้ากางเกงที่กองอยู่บนพื้นพรมขึ้นมาสวมใส่อย่างลุกลี้ลุกลน มือไม้สั่นเทาขณะพยายามรูดซิปเพื่อปกปิดความน่าละอาย

 “พ... พายมาที่นี่ได้ยังไง”

ผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่บนโซฟามีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน เขารีบคว้าเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยมาสวมทับแล้วเบือนหน้าหนี

ปาลินยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง ริมฝีปากที่เพิ่งแต้มสีแดงสดสั่นระริก โลกทั้งใบที่เธอเคยเชื่อมั่นพังครืนลงมาตรงหน้า ขอบตาร้อนผ่าวจนหยาดน้ำใสเอ่อล้น แต่เธอพยายามเบิกตากว้างเพื่อกักเก็บมันไว้ ภาพความแสนดี คำพูดที่บอกว่า ‘อยากให้เกียรติและรอให้พร้อม’ แท้จริงแล้วมันคือคำโกหกคำโตที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความลับนี้

“นี่สินะ... ธุระด่วนของไทม์”

เสียงหวานสั่นเครือ แต่กลับก้องกังวานไปทั่วห้องที่เงียบกริบ

“พาย... พายฟังไทม์ก่อนนะ มันไม่ใช่แบบที่พายคิด ไทม์อธิบายได้!”

แฟนหนุ่มก้าวเข้ามาหาพร้อมกับยื่นมือออกมา หวังจะคว้าแขนเธอไว้

“อย่ามาแตะตัวฉัน!”

ปาลินตวัดเสียงกร้าว ปัดมือของเขาออกอย่างแรงจนไทม์ชะงัก

“จะอธิบายอะไร อธิบายว่าผู้ชายคนนี้คือโปรเจกต์ด่วนที่ไทม์ต้องมาทำงั้นเหรอ!”

“พาย... ไทม์ขอโทษ”

ไทม์ก้มหน้าลง เสียงสั่นพร่า

“ไทม์ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพาย แต่ที่บ้านไทม์รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ พ่อแม่คาดหวังในตัวไทม์มาก ไทม์จำเป็นต้องมีพายไว้... เพื่อให้ที่บ้านสบายใจ”

คำสารภาพนั้นเปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่กรีดลงกลางใจปาลินอย่างเลือดเย็น ข้ออ้างเรื่องครอบครัวของเขา คือการเหยียบย่ำคุณค่าและศักดิ์ศรีของเธอจนย่อยยับ

“นายคิดว่าฉันเป็นตัวอะไรไทม์...”

น้ำตาหยดแรกไหลรินลงอาบแก้ม ตัดกับเรียวปากสีสดที่เหยียดยิ้มสมเพชตัวเอง แววตาของปาลินเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวขึ้น “

ฉันไม่ได้โกรธที่นายรักผู้ชายด้วยกัน รสนิยมของนายมันไม่ใช่เรื่องผิด... แต่ฉันโกรธ! โกรธที่นายเห็นแก่ตัว หลอกใช้ฉันเป็นไม้กันหมา เป็นกำแพงบังหน้าเพื่อปกปิดความจริงของนายมาตลอดสามปี!”

“พาย... ไทม์ขอร้อง เรายังคบกันแบบเดิมได้ไหม ไทม์จะดูแลพายให้ดีที่สุด ขอแค่พายช่วยไทม์ต่อไป...”

“พอสักทีเถอะ!”

ปาลินตวาดลั่น ร่างเล็กสั่นเทาไปด้วยความโกรธและความผิดหวังขีดสุด

“ความรักหลอกๆ ของนาย ฉันไม่ต้องการมันอีกแล้ว เลิกกันตรงนี้แหละไทม์ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป