บทที่ 7

อัครพลฉวยโอกาสวางมือบนเอวของดาริน มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไป

“ขอบคุณค่ะคุณพล”

ดารินฝืนยิ้มอย่างแข็งทื่อ ขยับสะโพกอย่างขัดขืนเพื่อหนีจากมือปลาหมึกนั่น แต่กลับถูกเขาฉวยโอกาสลูบไล้ไปทีหนึ่ง

ทว่าในสายตาคนนอก กลับมองว่าท่าทีเหล่านั้นเป็นเพียงการแสร้งเล่นตัวเพื่อหยอกเย้ากันเสียอย่างนั้น

“คุณพลคะ เมื่อวานฉันไม่ได้ตั้งใจ พอไม่เจอคุณฉันก็เลยกลับก่อน”

ดารินกลั้นความคลื่นไส้เอาไว้ ยิ้มพร้อมกับคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ในชามของอัครพล

“ไม่เป็นไร ๆ ผมจะไปถือสาอะไรกับคุณล่ะ?”

อัครพลยิ้มอย่างหื่นกระหาย เขารินไวน์แดงแก้วหนึ่งด้วยตัวเองแล้วเลื่อนไปตรงหน้าดาริน “ดาริน มา เรามาดื่มกันสักแก้ว”

“คุณพลคะ เมื่อวานฉันโดนป้าสุภัคทำโทษ เลยเป็นหวัดนิดหน่อย ก่อนมาก็กินยาไปแล้ว ดื่มเหล้าไม่ได้ค่ะ คุณพลดื่มเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันรินให้”

ดารินก็ทำหน้าตาน่าสงสารขึ้นมาทันที

“งั้นก็ได้”

อัครพลยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ดารินแสร้งปรบมือเบา ๆ “คุณพลสุดยอดไปเลยค่ะ คอแข็งจริง ๆ ดื่มอีกแก้วนะคะ”

แก้วแล้วแก้วเล่า เผลอแป๊บเดียวไวน์หนึ่งขวดก็ใกล้จะหมด อัครพลดื่มไปมากพอสมควรแล้วจนพูดจาลิ้นเริ่มพันกัน

“คุณพลคะ ป้าสุภัคให้ฉันมาถามเรื่องความร่วมมือที่คุณรับปากท่านไว้...”

ดารินเห็นว่าได้จังหวะพอดีแล้ว จึงเอ่ยปากถามอย่างระมัดระวัง

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แค่คุณ...ทำให้ผมพอใจ เรื่องความร่วมมือก็ไม่มีปัญหาแน่นอน”

อัครพลใช้แขนข้างหนึ่งโอบไหล่ของดาริน เอนตัวเข้ามาหาเธอทั้งตัว ใบหน้าแทบจะแนบชิดกับใบหน้าของเธอ

“คุณพล เราย้ายไปที่ห้องกันเถอะค่ะ ตรงนี้คนเยอะเกินไป”

ดารินผลักอัครพลออกไปอย่างแนบเนียน แล้วรีบพยุงเขาให้ลุกขึ้นจากที่นั่ง

อัครพลเมามากแล้วจึงไม่ได้ปฏิเสธ เขาเดินโซซัดโซเซตามดารินเข้าไปในลิฟต์ ขณะที่ประตูกำลังจะปิด ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาขวางไว้

วินาทีต่อมาประตูลิฟต์ก็เปิดออกอีกครั้ง แคมป์ที่อยู่ในชุดสูทเรียบหรูก็ค่อย ๆ เดินเข้ามา

ในตอนนี้อัครพลกำลังพิงอยู่บนตัวของดาริน สายตาของเขาเลื่อนลอย เห็นได้ชัดว่าเมามาก

ดารินหน้าชาวาบไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี จึงทำได้เพียงเบนหน้าไปทางอื่น แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

แคมป์เดินไปหยุดยืนอยู่ทางด้านขวาของเธอด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลง ภายในลิฟต์เงียบสงัดอย่างน่าประหลาด

ดารินเห็นเขากดปุ่มชั้นบนสุด เธอจึงได้แต่กลั้นหายใจเอาไว้ ไม่กล้าพูด และไม่รู้ว่าจะพูดอะไรด้วย

ลิฟต์มาถึงอย่างรวดเร็ว ดารินลากอัครพลเดินออกไป แต่ขณะที่กำลังจะจากไป แขนของเธอก็ถูกกระชากไว้ จากนั้นเธอก็ถูกแรงมหาศาลดึงกลับเข้าไปในลิฟต์ ส่วนอัครพลที่อยู่ข้าง ๆ กลับถูกเตะเข้าที่ด้านหลังอย่างแรงจนร่างกระเด็นออกไป เขาเซไปสองก้าวก่อนจะล้มลงบนพื้นแล้วสลบไปทันที

“คุณแคมป์……อื้อ……”

ดารินถูกต้อนไปจนมุมในลิฟต์ แคมป์ใช้มือข้างหนึ่งประคองเอวของเธอไว้ ส่วนอีกข้างก็บีบคางของเธอ ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้าไปในปากของเธอได้อย่างง่ายดายและรุกรานอย่างหนักหน่วง

ดูเหมือนว่าแคมป์จะกำลังโกรธอยู่ เขาจึงใช้แรงไม่น้อยเลย ดารินทำได้เพียงอดทนต่อความเจ็บปวดที่ริมฝีปากและตอบสนองอย่างระมัดระวัง การกระทำของเขาจึงค่อย ๆ อ่อนโยนลง

ลิฟต์มาถึงชั้นบนสุดอย่างรวดเร็ว แคมป์ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอ เขาใช้มือข้างหนึ่งช้อนสะโพกของเธอขึ้น และอุ้มเธอออกจากลิฟต์ในท่านั้น

“มาเปิดห้องกับผู้ชายแก่ ๆ นี่คือวิธีขอบคุณของคุณเหรอ?”

ที่ทางเดิน แคมป์ฟาดฝ่ามือลงบนบั้นท้ายของดาริน แล้วพูดกับเธอพร้อมรอยยิ้มเย็นชา

ฝ่ามือนี้ไม่ได้แรงมากนัก แต่ก็ทำให้ใบหน้าของดารินแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอโตมาจนป่านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกตีที่ก้น มันน่าอายเกินไปแล้ว

“ไหนคุณบอกว่าคุณมีงานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ?”

ดารินไม่ได้อธิบายอะไร เพียงแต่พูดอย่างแง่งอน น้ำเสียงของเธอยังคงอู้อี้ แคมป์ถึงเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ

“เป็นหวัดเหรอ?”

“อืม”

ดารินพยักหน้า หยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “แต่ไม่เป็นอุปสรรคหรอกค่ะ”

“เธอนี่ทุ่มเทจริง ๆ”

แคมป์พูดพลางใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องซูเปอร์ดีลักซ์สวีท ดารินยังคงเกาะอยู่บนตัวเขา เท้าทั้งสองข้างไม่เคยได้แตะพื้นเลย

จากโถงทางเข้าไปยังห้องนั่งเล่น และจากห้องนั่งเล่นไปยังห้องนอน ดารินรู้สึกเพียงว่าสมองของเธอมึนงง ความสุขสมระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมเข้าใส่เธอ ทุกครั้งที่เธอกำลังจะหลับ ก็จะถูกปลุกให้ตื่น

สิ่งนั้นในร่างกายของเธอราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำให้เธอต้องร้องขอความเมตตา แคมป์ถึงได้ยอมปล่อยเธอไป

ดารินหลับไปอย่างสะลึมสะลือ พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นตอนเที่ยงของอีกวันแล้ว

ภายในห้องพักของโรงแรมว่างเปล่า แคมป์หายตัวไปนานแล้ว

ดารินค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียง ลำคอเจ็บแสบราวกับกลืนใบมีดเข้าไป ส่วนร่างกายก็เหมือนถูกรถทับมา

เธอหยิบเสื้อผ้าที่พื้นขึ้นมาสวม หลังจากล้างหน้าล้างตาอย่างง่าย ๆ แล้วก็เดินไปที่ห้องนั่งเล่น หยิบกระเป๋าที่พื้นขึ้นมาแล้วค้นหาโทรศัพท์มือถือจากข้างใน

เป็นอย่างที่คิด มีสายที่ไม่ได้รับหลายสาย ทั้งหมดเป็นของสุภัค

เมื่อคืนอัครพลไม่ได้ ‘กิน’ เธอ พอกลับไปคงจะถูกตำหนิอีกเป็นแน่

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ดารินก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เธอเก็บโทรศัพท์แล้วเดินออกไปข้างนอก ตอนที่เดินผ่านห้องอาหาร กริ่งประตูก็ดังขึ้นมาทันที

ดารินชะงักไป แล้วจึงเดินไปเปิดประตู

แคมป์ยืนอยู่ข้างนอก ทั้งสองสบตากันชั่วครู่ ดารินไม่คิดว่าเขาจะกลับมา

“จะไปแล้วเหรอ?”

แคมป์เลิกคิ้วขึ้น พลางมองสำรวจดารินตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ค่ะ ต้องกลับแล้วค่ะ”

ดารินไม่ได้ปฏิเสธ พอเปิดปากพูด เสียงของเธอก็แหบแห้งอย่างไม่น่าเชื่อ

“เดี๋ยวผมไปส่ง”

แคมป์ยื่นของในมือให้ดาริน พูดจบก็หันหลังเดินออกไป

ดารินก้มลงมองของในมือ มียาแก้หวัดและซาลาเปาร้อน ๆ

ในใจของเธอรู้สึกซาบซึ้งอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็คิดได้ เมื่อคืนแคมป์ ทำเรื่องนั้นกับเธอไปตั้งหลายครั้ง ทั้งที่รู้ว่าเธอเป็นหวัด ก็คงต้องแสดงความห่วงใยตามมารยาทบ้าง หากเธอคิดไปไกลกว่านี้ ก็คงเป็นเพราะเธอไม่เจียมตัวนั่นเอง

ดารินรีบเดินตามแคมป์ไป ทั้งสองลงลิฟต์ไปด้วยกันโดยไม่มีใครพูดอะไรเลย

เมื่อลงมาถึงลานจอดรถใต้ดิน ดารินกำลังจะขึ้นรถ แต่ก็เห็นแคมป์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เท้าข้างที่ก้าวออกไปก็ชักกลับเข้ามาทันที

ขณะที่เธอกำลังจะพูด โทรศัพท์ของดารินก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เธอมองดูหน้าจอ ก็ยังคงเป็นสุภัค

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับแคมป์ว่า “คุณแคมป์คะ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีธุระที่ยังไม่ได้ทำ คุณกลับไปก่อนได้ไหมคะ?”

เธอไม่อยากให้เขาได้ยินสุภัคด่าทอเธอ อย่างน้อยที่สุด เธอก็อยากจะรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้บ้าง

แคมป์จ้องมองเธอแวบหนึ่ง แล้วก็หันกลับไปสตาร์ทรถขับออกไปทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“...”

ดารินรู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เธอมองตามท้ายรถของแคมป์ไป แล้วจึงกดรับสาย

ไม่มีการตำหนิอย่างที่คิดไว้ น้ำเสียงของสุภัคอ่อนโยนกว่าปกติมาก เพียงแต่ถามเรียบ ๆ ว่า “ดาริน ทำไมเพิ่งรับโทรศัพท์? ยังไม่สบายอยู่เหรอ?”

ดารินรู้สึกอบอุ่นในใจ เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “หนูเพิ่งตื่นค่ะ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”

“อาการหนักขนาดนี้เลยเหรอ ตอนนี้เธออยู่ไหน เดี๋ยวฉันจะให้คนไปส่งที่โรงพยาบาล”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป