บทที่ 11 จะสร้างเรือนใหม่
"เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าหน้าที่มาวัดให้อีกครั้ง" เพราะราคาที่ดินทำกินกับที่ภูเขาราคาไม่เท่ากัน อีกอย่างต้องถามทางการก่อนว่าภูเขาที่ครอบครัวจางต้องการซื้อได้หรือไม่
"ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ เช่นนั้นใช้รถม้าที่เรือนของข้าเข้าเมืองเถิดเจ้าค่ะ" นางชุยเหมยให้จางเหลี่ยงไปนำรถม้ามาพาท่านลุงตงเข้าเมืองไปติดต่อเจ้าหน้าที่ทางการ ซินหยานจึงกลับเรือนไปพร้อมมารดา
ตอนที่ทั้งสามกำลังทานมื้อกลางวัน จางเหลี่ยงก็กลับมาถึงเรือน พร้อมแจ้งเรื่องที่ทางการจะมาวัดที่ดินให้ในวันพรุ่งนี้ ภูเขาลูกที่จะซื้อก็สามารถซื้อได้
ซินหยานยังไม่รู้จะทำอย่างไรกับภูเขาที่นางซื้อ เพียงอยากได้แร่เหล็กที่อยู่ด้านในภูเขาเท่านั้น ต่อจากนี้ก็ยังคงให้ชาวบ้านขึ้นเขาหาของป่าตามปกติ เพียงแต่ไม่ให้เข้าไปถึงป่าชั้นกลางเพราะอาจเกิดอันตรายได้
เช้าวันต่อมาเจ้าหน้าที่ทางการก็มาวัดที่ดินให้ ทั้งหมดมี ห้าร้อยหมู่ตามที่ผู้นำหมู่บ้านได้บอกไว้ ที่ดินทำกินสองร้อยหมู่ ราคาหมู่ละ แปดตำลึงเงิน ที่ภูเขาห้าตำลึงเงิน
จางเทียนจ่ายค่าที่ดินไปสามร้อยสิบตำลึงทอง แล้วจึงให้ค่าน้ำชาเจ้าหน้าที่ไปอีกสิบตำลึงเงิน ผู้นำหมู่บ้านที่ช่วยจัดการให้ก็ได้รับไปสิบตำลึงเงินเช่นกัน
"ท่านลุงตง ข้ายังให้ชาวบ้านขึ้นเขาหาของป่าได้ตามเดิมขอรับ เพียงแต่ป่าชั้นกลางครั้งก่อนที่บุตรของข้าขึ้นไปพบเสือ จึงอยากจะเตือนชาวบ้านที่ต้องการไปหาของป่าไว้ก่อน" จางเทียนเอ่ยเตือนกับผู้นำหมู่บ้าน
ชาวบ้านที่เห็นว่าครอบครัวของตนได้เงินจากการพบสมุนไพรบนภูเขาคงจะมีคนอยากจะขึ้นเขาเพื่อหาเช่นกัน จึงต้องเตือนไว้เสียหน่อย หากเกิดเรื่องร้ายขึ้นจะได้ไม่เกิดการกล่าวโทษในภายหน้า
"ขอบใจเจ้ามากอาเทียน" ลุงตงเอ่ยขอบคุณเมื่อรู้ว่าจางเทียนยังให้ชาวบ้านขึ้นเขาไปหาของป่าได้
"มิเป็นไรขอรับ ข้าคิดจะสร้างเรือนใหม่ คงต้องรบกวนท่านลุงตงช่วยหาคนงานด้วยขอรับ" จางเทียนมีความรู้เรื่องงานไม้อยู่แล้ว
จางเทียนเคยสร้างบ้านให้คนในหมู่บ้านอยู่หลายหลัง แต่คนงานที่ช่วยเหลือเขาเมื่อเขาบาดเจ็บต่างก็แยกย้ายกันไปหางานอื่นทำ ในยามนี้เขาจึงต้องหาคนในหมู่บ้านที่อยากจะทำงานมาช่วยสร้างเรือนแทน
"ได้ได้ ข้าจะไปถามชาวบ้านให้" ท่านลุงตงย่อมต้องยินดี เพราะชาวบ้านส่วนมากนอกจากทำนาแล้วก็หาของป่า เงินที่ได้มาใช้จ่ายย่อมไม่พอ หากมีงานเข้ามาใครบ้างจะไม่อยากทำ
สองวันต่อมาท่านลุงตงก็นำเอกสารที่ดินมาส่งให้จางเทียนที่เรือนพร้อมทั้งบอกเรื่องที่ชาวบ้านต้องการมาช่วยพวกเขาสร้างเรือน จางเทียนจึงให้ชาวบ้านทั้งหมดมาพบเขาที่เรือนเพื่อดูว่าจำนวนเท่าใด
จากแบบที่ซินหยานอยากได้ คงต้องใช้คนมากเสียหน่อย จางเหลี่ยงก็พาบิดาเข้าเมืองเพื่อไปสั่งซื้อกระเบื้องมามุงหลังคา ซินหยานนางอยากได้อิฐมาสร้างบ้านมากกว่า แต่คงจะแปลกเกินไปสำหรับยุคนี้
เรื่องเรือนหลังใหม่นางก็ปล่อยให้บิดาเป็นผู้จัดการไปเลย ส่วนนางช่วยมารดาดูแลเรื่องอาหารเลี้ยงชาวบ้านที่มาทำงานแทน เพราะยังเอาของออกมาจากระบบของเชาชื่อได้วันละสองครั้ง ซินหยานจึงไม่กังวลเรื่องอาหาร
แต่นางก็ไม่ได้นำเนื้อสดมาทำอาหารมากนัก เพราะกลัวว่าจะถูกชาวบ้านสงสัย แต่มื้อกลางวันที่ครอบครัวรองจางทำเลี้ยงก็ยังมีเนื้อมากอยู่ดีในความคิดของชาวบ้าน
ตลอดระยะเวลาการสร้างเรือน จางเทียนก็ค่อยๆ ปรากฏตัว จากที่เขาต้องกลายเป็นคนพิการตามที่ชาวบ้านรู้ ก็เริ่มใช้ไม้เท้าพยุงตัวเพื่อจัดการเรื่องสร้างเรือน
ทุกการกระทำของจางเทียนทำให้ชาวบ้านไม่สงสัยว่าเขาหายเป็นปกติได้อย่างไร ทุกคนมีแต่ร่วมยินดีไปกับเข้าด้วย จางเซียนก็เดินมาวนเวียนที่ที่ดินผืนใหม่ของบ้านรองอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ได้เข้ามาวุ่นวาย
เพียงสามเดือนเรือนหลังใหม่ของตระกูลจางก็เสร็จลง วันฉลองเรือนใหม่คนในหมู่บ้านต่างมาร่วมแสดงความยินดี ผู้นำหมู่บ้านก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน คงมีแต่เรือนของจางเซียนเท่านั้นที่ไม่กล้าโผล่หน้ามา
อาหารที่ใช้เลี้ยงเชาชื่อก็นำออกมาให้อย่างใจกว้าง ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเชาชื่อไม่ได้มีภารกิจใหม่ให้ซินหยานได้ทำ เพราะให้นางจัดการเรื่องเรือนให้เสร็จสิ้นก่อน
"เจ้าไม่มีของขวัญขึ้นบ้านใหม่ให้ข้าหรือ" ซินหยานสื่อสารกับเชาชื่อ
"เหอะ ท่านอยากได้สิ่งใด"
"อืมมม มีบ่อน้ำวิเศษอย่างในนิยายไหม ที่ลงไปแช่ก็รักษาโรคได้ หรือจะเปลี่ยนให้งามขึ้น"
"มี" ซินหยานอ้าปากค้าง นางไม่คิดว่าของเช่นนี้เชาชื่อก็มีด้วย
"แต่ ท่านต้องทำภารกิจก่อนถึงจะได้ ชิ้นใหญ่เกินไป ข้าให้ไม่ได้"
"ต้องทำอะไร"
"ถึงเวลาท่านก็จะรู้เอง"
"เหอะ ทำเป็นมีความลับ"
เมื่อส่งชาวบ้านกลับไปหมดแล้ว ซินหยานก็เลือกของตกแต่งบ้านทันที นางนำโต๊ะกินข้าว ตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า เตียงนอนมาใส่ไว้ทุกห้อง แม้แต่โซฟานางก็ขอเชาชื่อด้วย แต่เอาไว้เพียงในห้องสามห้องเท่านั้น
ทั้งสามคนมองสิ่งของที่บุตรสาวนำออกมาอย่างตกตะลึง จางเทียนเดินลูบคลำสิ่งของอยู่หลายรอบ เพราะเขาที่เป็นช่างไม้ยังอดทึ่งไม่ได้ที่เห็นสิ่งแปลกตาเช่นนี้
"ท่านพ่อ ท่านหาซื้อคนมาช่วยงานเถิดเจ้าค่ะ" ซินหยานพูดขึ้นเมื่อรู้ว่าบิดาต้องการทำเครื่องเรือนขาย
"พ่อก็คิดอยู่เหมือนกัน พรุ่งนี้ว่าจะเข้าเมืองไปหาซื้อทาสหลวง"
หากซื้อทาสเรื่องสัญญาที่มีอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าสิ่งของที่ขายหรือทำจะถูกนำออกไปขายให้ช่างคนอื่น แต่หากจ้างชาวบ้าน เมื่อทำเป็นแล้วพวกเขาย่อมอยากจะเป็นเจ้าของกิจการเช่นกัน
