บทที่ 6 นั่นเสือนะลูก
"ทำเลยได้หรือไม่" ซินหยานจะขนอาหารในระบบของเชาชื่อมาเก็บไว้กับตัวเสียให้หมด
"ได้ ขอรับ ท่านต้องนำของป่าไปขายในเมืองเสียก่อน ข้าจะมอบช่องเก็บของส่วนตัวให้ท่านขนาด 4x4 เมตรขอรับ"
"เล็กถึงเพียงนี้"
"ท่านจะเอาหรือไม่"
"เอา" ซินหยานขอให้เชาชื่อนำอาหารออกมาจากระบบให้นางมากมาย เพื่อนำมาทำอาหารเย็นเลี้ยงฉลองกันภายในครอบครัว
ทั้งสามเมื่อเห็นอาหารสด ผัก ผลไม้ กองอยู่เบื้องหน้าก็ตกใจถอยหลังไปเสียหลายก้าว บุตรสาวของตนช่างทำเรื่องให้ประหลาดใจอยู่หลายหนเสียจริง
เมื่อตั้งสติได้แล้ว ทั้งหมดต่างก็ช่วยกันนำของที่ได้มาไปเก็บเข้าที่ ของสดจางเหลี่ยงก็นำไปแช่น้ำไว้เพื่อคงความสดใหม่ ข้าวสาร อาหารแห้งก็แบ่งไปเก็บไว้ทั้งสามห้อง
ป้องกันสายตาของคนที่มาพบที่เรือนจะไม่ได้ถูกสงสัยมากนัก มื้อเย็นของทั้งสี่คนก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ชุยเหมยยิ่งได้เครื่องปรุงรสที่หลากหลายนางก็ลงมือทำอาหารเสียมากมายจนโต๊ะอาหารแทบจะไม่พอวาง
แต่ทั้งหมดก็ลงไปอยู่ในท้องของทั้งสี่คน เมื่อทานอาหารเสร็จ ซินหยานเก็บกวาดจานชามไปล้างเสียเอง ซินหยานต้องอาบน้ำอย่างน้อยวันละสองครั้ง นางก็เริ่มบ่นกับเชาชื่ออีกครั้งเรื่องห้องน้ำ ที่ไม่สะดวกสบาย ต้องขับถ่ายลงหลุมอย่างลำบาก
พอเข้าห้องนอนนางก็บ่นเรื่องเตียงผ้าห่ม จนเชาชื่อปิดระบบเพราะทนฟังเสียงนางบ่นไม่ไหว
วันต่อมาฟ้ายังไม่สว่างสามคนพ่อลูกก็เตรียมตัวขึ้นเขา โดยมีชุยเหมยเตรียมเสบียงอาหารไว้ให้อย่างเต็มที่ เพราะของที่ซินหยานนำออกมาอย่างเนื้อสดอยู่ได้ไม่นาน
เมื่อคืนก่อนที่จะแยกย้ายซินหยานบอกเรื่องที่นางได้แผนที่หาของป่ามาจากเชาชื่อแล้ว ทั้งสามจึงตัดสินใจจะขึ้นเขาเพื่อไปขุดสมุนไพรไปขายในเมือง
เช่นนี้ซินหยานนางก็จะได้ทั้งเงินและทำภารกิจสำเร็จอีกด้วย ตอนที่สามพ่อลูกออกจากเรือนชาวบ้านยังไม่ออกมาทำงานกันเลย พวกเขาจึงไม่ต้องคอยตอบคำถามผู้ใด
อีกอย่างเรื่องที่จางเทียนหายดีแล้ว พวกเขาก็ยังไม่อยากให้ผู้ใดได้รู้อีกด้วย ทั้งสามอาศัยแสงของดวงจันทร์เดินไปที่ภูเขา เมื่อเขาไปในป่าซินหยานก็เปลี่ยนมาเดินนำทาง
ทั้งสามเดินมาจนตะวันขึ้นกลางหัวก็ยังไม่ถึงที่ที่ซินหยานบอกว่ามีโสม แต่ทั้งสามกลับพบเสือแทนเสียก่อน
จางเทียนรีบยกธนูในมือขึ้นเล็งโดยเขาดันตัวบุตรทั้งสองไปไว้ด้านหลังแทน จางเหลี่ยงในยามนี้ก็กอดน้องสาวไว้แน่น แม้ตัวเขาจะกลัวจนตัวสั่นเทาก็ยังเป็นห่วงน้องสาวมากกว่าตัวเอง
ซินหยานมองทุกการกระทำของบิดาแล้วพี่ชายดวงตาก็แดงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะในเป็นครั้งแรกที่นางได้รับการปกป้องจากใครสักคน
"ท่านพ่อส่งธนูมาให้ข้าเถิดเจ้าค่ะ" ซินหยานเมื่อปรับอารมณ์ได้แล้วนางที่เห็นมือของบิดาสั่นด้วยความหวาดกลัวก็รีบขอธนูมาถือไว้เอง
"ไม่ได้ หยานเออร์นั่นเสือนะลูก" จางเทียนเอ่ยขึ้นโดยที่สายตาของเขายังจ้องเสือที่กำลังเดินเข้ามาหาทั้งสามอย่างช้าๆ
"เชื่อลูกเถิดเจ้าค่ะ" ซินหยานเอื้อมมือไปแย่งธนูและลูกธนูของบิดามา
ซินหยานยกธนูขึ้นเล็งไปที่กึ่งกลางหน้าผากของเสือ นางไม่รอให้เสือกระโจนเข้ามาหาพวกตนเพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับบิดาและพี่ชายได้ เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งเข้ากึ่งกลางหน้าผากของเสือเข้าเป้า
ซินหยานไม่รอดูว่าเสือจะตายหรือไม่นางหยิบลูกธนูขึ้นพาดอีกดอกแล้วปล่อยออกไปทันที ลูกธนูทั้งสองลูกปักอยู่กลางหัวอันใหญ่โตของเสือ มันล้มลงสิ้นใจทันที
จางเหลี่ยงล้มไปนั่งกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง จางเทียนก็ไม่ต่างกัน เขาที่เคยเข้าป่าหลังจากงานไม้ไม่มีแล้วอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยพบเสือเลยสักครั้ง แต่ที่ไม่อาจวิ่งหนีได้เพราะเป็นห่วงบุตรทั้งสอง
ซินหยานเดินเข้าไปใช้เท้าเขี่ยที่เสือเพื่อดูว่ามันตายสนิทหรือยัง จางเทียนกับจางเหลี่ยงเบิกตากว้างกับความใจกล้าของซินหยาน หากทั้งคู่รับรู้ว่าซินหยานทำเรื่องอันใดไว้บ้างคงได้เป็นลมพับไปเลย
"เก็บไว้ในช่องว่างได้หรือไม่" ซินหยานสื่อสารถามเชาชื่อ
"ได้ ข้ามีของจะมอบให้ท่านด้วย" เพราะซินหยานจัดการสัตว์ใหญ่ได้ เชาชื่อจึงมอบหน้าไม้ที่เป็นเหล็กเนื้อเบา พร้อมทั้งลูกธนูหัวเหล็กให้อย่างไม่จำกัด ดาบหนึ่งเล่มและมีดสั้นสองด้าม
"ทำไมไม่ให้เร็วกว่านี้" ซินหยานพูดอย่างหัวเสีย
"ท่านต้องทำภารกิจเสียก่อน"
"เหอะ ยังดีที่ข้ายังไม่ตาย รอดมาทำภารกิจให้เจ้าได้" ซินหยานเอ่ยประชดประชัน
ซินหยานนำของที่ได้มาแบ่งให้บิดาและพี่ชาย จางเหลี่ยงเลือกหน้าไม้ เพราะน่าจะเหมาะกับเขาที่สุด จางเทียนจึงรับดาบไปแทน ซินหยานเหน็บมีดสั้นที่ได้มาไว้ที่เอวของนาง
เมื่อเก็บเสื้อเข้าช่องว่างไปแล้ว ทั้งหมดจึงออกเดินทางเข้าป่าต่อ เพียงไม่นานก็พบแหล่งที่โสมอยู่ ซินหยานจุ๊ปากอย่างอดมิได้ หากนางไม่มีแผนที่ที่เชาชื่อให้มา ต่อให้เดินหาทั่วภูเขาก็คงหาไม่พบ
เพราะโสมที่นางพบหลบอยู่ในซอกหินข้างถ้ำใหญ่มีด้วยกันถึงห้าหัว เชาชื่อบอกว่าแต่ละหัวอายุไม่น้อยกว่าห้าร้อยปีเป็นแน่ หากซินหยานไม่มาพบนางเชื่อว่ามันยังจะอยู่ไปได้ถึงพันปี
