บทที่ 7 ข้าจะไปขายที่ร้านอื่น
สามคนพ่อลูกช่วยกันขุดขึ้นมาอย่างเบามือ กว่าจะเสร็จก็ผ่านไปนับชั่วยาม (1ชั่วยาม=2ชั่วโมง) ถึงจะมีเพียงห้าหัวแต่มันอยู่ตามซอกหินความลำบากและยังต้องค่อยๆ ขุดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอีกจึงใช้เวลาค่อนข้างนาน
ทั้งสามทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะเริ่มลงมือรับประทานอาหารที่เตรียมมาอย่างเร่งรีบ เพราะต้องแข่งกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินแล้ว
เมื่อทั้งสามมาถึงนอกชายป่าตะวันก็ตกดินจนไม่เหลือชาวบ้านที่อยู่นอกเรือนแล้ว ทั้งสามเดินอย่างไร้เรี่ยวแรงจนถึงเรือน ชุยเหมยที่เตรียมอาหารไว้ให้ก็รีบตั้งโต๊ะ เพื่อให้ทั้งสามรีบกินรีบพักผ่อน
ซินหยานกินอาหารเสร็จนางก็นำโสมที่ได้มาไปจัดการทำความสะอาดตามวิธีที่เชาชื่อบอกนางอีกด้วย ในคืนนี้เชาชื่อก็ยังต้องฟังเสียงซินหยานบ่นเรื่องที่นอนจนนางหลับไป
"หากข้ามีอำนาจสั่งการจะปลดล็อกทุกอย่างให้ท่านเลย" เชาชื่อบ่นขึ้นเมื่อเห็นว่าซินหยานหลับสนิทไปแล้ว
แต่สิ่งที่เชาชื่อมอบให้ก็มากเกินกว่าภารกิจที่ซินหยานทำเสียอีก หากชิปที่อยู่ในตัวของซินหยานอยู่ในโลกก่อนคนสร้างก็ยังจะควบคุมได้มากกว่านี้ แต่เพราะอยู่ในอีกมิติจึงไม่อาจจัดการกับเชาชื่อที่มอบของให้ซินหยานมากมายได้
รุ่งเช้าสองพี่น้องก็เตรียมตัวเข้าเมือง ชุยเหมยส่งค่าเกวียนและค่าเข้าเมืองให้จางเหลี่ยงเก็บไว้ ก่อนที่ทั้งคู่จะแบกตะกร้าที่มีโสมด้านในขึ้นหลังออกไปจากเรือน
จางเหลี่ยงเดินนำหน้าซินหยานเพื่อนำทางไปขึ้นเกวียนวัวหน้าหมู่บ้าน ซินหยานมองไปที่สองแม่ลูกที่นั่งอยู่บนเกวียน จากความทรงจำเดิมนางจำได้ทันทีว่าคือป้าสะใภ้ใหญ่และยู้อวี้ลูกพี่ลูกน้องของนาง
"เหอะ มีปัญญาจ่ายค่าเกวียนด้วยหรือ" ยู้อวี้มองสองพี่น้องอย่างดูแคลน
ซินหยานมองจ้องเข้าไปในดวงตาของยู้อวี้อย่างดุดัน จนยู้อวี้หวาดกลัวจนเหงื่อซึมออกมาตามแผ่นหลัง แววตาของซินหยานที่มองมาที่นางในครั้งนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน คนที่เป็นฝ่ายหวาดกลัวต้องเป็นซินหยานมิใช่นาง
"มองบ้าอะไร" ยู้อวี้ตวาดซินหยานเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่นางหวาดกลัว
"เจ้าคงไม่อยากให้ข้าพูดตรงนี้ใช่หรือไม่" ซินหยานแสยะยิ้มออกมา
"พูดอันใด เจ้ากล้าหรือ" ยู้อวี้ถลึงตาห้ามอย่างดุร้าย
"อยากรู้หรือไม่เล่าว่าข้ากล้าหรือไม่" ซินหยานขึ้นไปนั่งบนเกวียน พร้อมทั้งกระซิบเสียงเย็นข้างหูของยู้อวี้
ยู้อวี้จำต้องก้มหน้าลงตลอดการเดินทาง แม้มารดาจะเอ่ยถามว่าพูดเรื่องอันใดกันนางก็ไม่กล้าเอ่ยออกมาสักคำ เพราะตอนที่ซินหยานพูดนางเปิดให้ดูมีดที่เหน็บอยู่ข้างเอวของนางด้วย
หมู่บ้านฟาตง ห่างจากเมืองโจวหนานนั่งเกวียนหนึ่งชั่วยามหากเดินเท้าก็สองชั่วยาม แต่ถ้าเป็นรถม้าเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น เมื่อเกวียนวัวหยุดลงที่ประตูเมืองยู้อวี้นางก็รีบลากมารดาของนางลงไปอย่างรวดเร็ว
"เจ้าพูดอันใดกับอวี้เออร์" จางเหลี่ยงพาน้องสาวเดินไปจ่ายเงินค่าผ่านประตูเมือง
"นางเป็นคนผลักข้าตกน้ำเกือบตาย"ซินหยานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แต่ไม่ใช่จางเหลี่ยงที่กำลังเดินไปเอาเรื่องกับยู้อวี้ ซินหยานดึงรั้งพี่ชายไว้ ก่อนจะกระซิบบอกแผนการที่นางคิดจะจัดการกับยูอวี้
"หากเจ้าลงมือเมื่อใด ต้องให้พี่ไปด้วย" จางเหลี่ยงจ้องมองน้องสาวเพื่อเอาคำตอบ
"เจ้าค่ะ" ซินหยานยิ้มออกมา
นางในตอนนี้ไม่ว่าเรื่องอันใดก็ไม่ต้องลงมือจัดการเพียงลำพัง ทุกการกระทำของนาง หรือสิ่งที่นางอยากจะทำมีบิดามารดาและพี่ชายให้การสนับสนุน
"สองพี่น้องคุยเล่นจนไปถึงร้านยาที่จางเหลี่ยงเข้าเมืองมาซื้อให้บิดาอยู่ประจำ เสี่ยวเอ้อหน้าร้านเมื่อเห็นจางเหลี่ยงเขาก็กำลังจะไปจัดยาให้ แต่ถูกจางเหลี่ยงเอ่ยห้ามไว้ก่อน
"วันนี้ข้ามิได้มาซื้อยาขอรับ แต่จะนำสมุนไพรมาขาย" จางเหลี่ยงเดินเข้าไปใกล้เสี่ยวเอ้อ พร้อมเปิดตะกร้าให้ดูสิ่งที่อยู่ด้านใน
เสี่ยวเอ้อเมื่อเห็นก็รีบเข้าไปด้านหลังร้านเพื่อบอกกล่าวให้หลงจู๊มาประเมินราคา เพราะเขาไม่อาจรับซื้อไว้ได้ด้วยตนเอง
หลงจู๊เมื่อรู้ว่าสองพี่น้องนำโสมมาขายก็รีบเชิญเข้าไปในห้องรับรอง ทั้งยังให้เสี่ยวเอ้อนำน้ำชาและของว่างมาให้ทั้งคู่อีกด้วย
"นำออกมาให้ข้าดูเสียหน่อย" หลงจู๊รีบร้องบอกจางเหลี่ยง
เมื่อได้เห็นเขาก็ยกหน้าขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา นับตั้งแต่ที่ทำงานเป็นหลงจู๊มาเขาไม่เคยพบเจอโสมอายุห้าร้อยปีในเมืองโจวหนานมาก่อนเลย
หลงจู๊หายออกจากห้องรับรองไป เพียงไม่นานก็กลับมาพร้อมชายชราคนหนึ่ง ทั้งคู่มองโสมที่อยู่บนโต๊ะด้วยดวงตาเป็นประกาย
"เจ้ามีอีกหรือไม่ เอ่อ ข้าหมอฉุย" สองพี่น้องก็แนะนำตัวเช่นกัน
"อยู่ที่ท่านจะให้ราคาเจ้าค่ะ" ซินหยานสบตาหมอฉุย
"หึหึ เจ้าเด็กแสบ ดีดี ข้าให้ห้าร้อยตำลึงทะ ไม่ไม่" หมอฉุยยังพูดไม่ทันจบซินหยานก็หยับโสมมาเก็บลงตะกร้า
"เจ้านี่ เรื่องราคาคุยกันได้ ข้าเพียงลองดูเท่านั้น" หมอฉุยเกาแก้ม เมื่อรู้ว่าเด็กสาวตรงหน้ารู้ทันทีเขาจะโก่งราคา
"ข้าจะให้ท่านพูดราคาอีกรอบ หากครั้งนี้ท่านยังตั้งใจเอาเปรียบข้า ข้าจะไปขายที่ร้านอื่น" ซินหยานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียบเย็น
"ได้ได้" หมอฉุยกับหลงจู๊กลืนน้ำลาย เพราะไม่คิดว่าเด็กสาวยังไม่พ้นวัยปักปิ่นจะมีกลิ่นอายสังหารราวกับนักฆ่าเช่นนี้
