บทที่ 4 EP4...สองเพื่อนรัก
ที่บ้านหลังน้อยในชั่วโมงต่อมา...
“โอ้โหว...” ไอลดาตาโตเมื่อเห็นอาหารมากมายถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมของอาหารตลบอบอวลจนกลบกลิ่นดอกกุหลาบนับพันที่ถูกจัดแต่งไว้เกือบทุกซอกทุกมุมของบ้าน “อย่าบอกนะคะว่าทำเองทั้งหมด...ไอไม่เชื่อ...แม่ต้องสั่งมาจากโรงแรมแน่เลย...โอยยย...แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายไหลแล้ว”
“ว๊าว...โรแมนติกจัง” ขณะที่เจนสุดากลับสนใจดอกกุหลาบโทนสีชมพูสะพรั่งตระกรานตาพวกนั้น ความงามและความหมายของมันทำให้หัวใจของเธอเต้นรัว “อืมม...หอมชะมัด”
“ดีใจด้วยนะสองสาว ในที่สุดก็เรียนจบซะที”
หญิงวัยกลางที่ยังสะสวยและดูใจดีเดินเข้ามาพร้อมถาดใส่ผลไม้รวมที่ปอกเสร็จพร้อมกิน นำมาวางลงบนโต๊ะอาหาร...
“ไหนคะรางวัล ที่หนูได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง” ลูกสาวแบมือหราเพื่อเย้ามารดามากกว่าจะทวงรางวัลตามปาก
“นี่แน่ะ !” มารดาตีมือลูกสาวดังเพี๊ยะ “แค่เรียนจบเอง คิดว่าวิเศษวิโสนักรึไง นี่มันแค่เริ่มต้น เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเถอะ เพราะจากนี้ไป ชีวิตจริงกำลังจะเริ่มต้นแล้วจ้ะ”
ลูกสาวทำหน้าเหวอ “หมายความว่าที่ผ่านมา มันเป็นแค่ชีวิตปลอม ๆ หรือคะ ! พวกเราไม่ใช่คนใช่มั้ยคะ!”
“เดี๋ยวเหอะ!” มารดาถลึงตาพร้อมยกมะเหงก ลูกสาวรีบวิ่งไปหลบหลังเพื่อน เพราะรู้ดีว่ามารดาไม่กล้าทำอะไรเจนสุดา ซึ่งถือเป็นลูกรักอันดับหนึ่ง “ยัยไอ...หัดจริงจังซะบ้าง...เห็นเป็นเรื่องตลกได้ทุกเรื่อง”
“แหมแม่ก็...หนูรู้หรอกค่ะว่าแม่ทั้งรักและหวังดีกับเราสองคนแค่ไหน” สองสาวหัวเราะร่วน ก่อนจะพากันเข้าไปสวมกอดผู้เป็นมารดาด้วยความรักและเคารพ
“ขอบคุณนะคะแม่ที่เลี้ยงดูหนูมาอย่างดี” พูดจบก็หอมแก้มมารดาเสียฟอดใหญ่ “ต่อจากนี้ไปหนูจะดูแลแม่เอง”
“หนูเองก็ต้องขอบคุณแม่ลดาเหมือนกัน” เจนสุดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง “ที่รักและเมตตาหนู ให้ที่พักพิงตอนที่หนูลำบาก เห็นหนูเป็นเหมือนลูกคนหนึ่ง หนูสัญญาค่ะว่าหนูจะเป็นลูกที่ดีของแม่ลดา จะไม่ทำให้แม่ลดาผิดหวัง”
“ไม่ต้องสัญญา ไม่ต้องพูดคำหวาน แค่พวกหนูใช้ชีวิตให้ดี ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะได้ทุกวัน แค่นี้แม่ก็ถือว่าพวกหนูตอบแทนแม่ได้ดีที่สุดแล้ว”
“งั้นหนูจะมีความสุขให้มาก ๆ” ไอลดาเริ่มตอบแทนมารดาด้วยรอยยิ้มสดใส “และความสุขอย่างหนึ่งของหนูก็คือการกิน ขอบคุณนะคะสำหรับอาหารมื้อนี้ หนูสัญญาค่ะว่าหนูจะกินให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่ข้าวเม็ดเดียว!”
“ไม่ได้!” มารดาร้องเหว พร้อมทำหน้าเข้ม “เดี๋ยวก็อ้วนหรอก อย่าลืมสิว่าแกต้องใส่ชุดแต่งงาน แกน่ะกินแค่ผลไม้พอ”
“อ้าว” ไอลดาถึงกับเหวอ เหมือนถูกดับฝัน
“นั่ง ๆ หนูเจน” ลดาเชิญชวนเพื่อนรักของลูกสาวให้นั่งลงอย่างเป็นกันเอง “มื้อนี้สั่งแต่ของโปรดหนูมาทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะสเต๊กขาแกะจานนี้ ราคาไม่เบาเลยนะ เพราะขาแกะเดินทางไกลมาจากนิวซีแลนด์เลยเชียว กินเลยจ้ะ กินเยอะ ๆ เลย”
“ขอบคุณค่ะแม่” เจนสุดายิ้มขำ เหลือบมองเพื่อนรักที่ทำหน้าเหมือนคนขับถ่ายไม่ออก ขณะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเคืองขุ่น ตรงหน้านั้นมีถาดใส่ผลไม้วางอยู่ แต่ดูเหมือนไม่มีอะไรยั่วน้ำลายเจ้าหล่อนเลยสักอย่าง “ว๊าว สเต๊กขาแกะ เนื้อนุ่มมากเลยค่ะ ไม่มีกลิ่นเลย เชฟต้องเก่งมากแน่ๆ”
“ขอกินด้วยได้มั้ย” ไอลดาทำหน้าอ้อน “กินสเต๊กไม่อ้วนหรอกค่ะ กินแค่คำเดียวก็ได้”
“คำเดียวก็ไม่ได้ เพราะมันอร่อยมาก ถ้าแกได้กิน แกจะไม่มีวันยอมกินแค่คำเดียว”
ไอลดาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “หนูควรแต่งงานดีมั้ย”
“อดทนไปก่อน”
“ใจร้าย”
“ความจริง...ยัยไอก็ดูผอมไปนะคะ” เจนสุดากะจะช่วยเพื่อน เพราะเห็นใจกระเพาะอาหารของเพื่อน “เจนว่า...”
“ดูผอมไปเหรอ?”
“ใช่ค่ะแม่ ช่วงสอบที่ผ่านมาหนูน้ำหนักลดตั้งสองกิโลแน่ะ หนูแทบไม่มีเวลากินอะไรเลย หนูคิดว่า...”
“แต่ช่วงสอบที่ผ่านมา แม่เห็นหนูนอนอ่านหนังสือกลางกองขนมนะ ของขบเคี้ยวกับอาหารฟ๊าดฟู๊ดทั้งนั้น นี่เท่าที่เห็น ช่วงเสาร์อาทิตย์ที่กลับบ้านนะ ตอนอยู่หอพักไม่รู้จะขนาดไหน แม่ว่าหนูอวบขึ้นนะไอ แก้มป่องเหมือนซาลาเปายังไม่รู้ตัวอีก...”
“แก้มหนูป่องอยู่แล้ว”
